[KHR Fic]+++พันธนาการ...(ภาค10ปี) [8059,D18] ตอนที่ 4
posted on 29 Nov 2009 22:11 by little-fin in Fanfiction, khr
เอามาลงช้าจนได้ ขออภัยนะเจ้าค่ะ
ก่อนอื่นมาตอบคอมเม้นต์กันก่อน
#1 By OnimizU [ก็ D18 ไง]
มุเป็นพ่อสื่อค่ะงานนี้ ฮา... แต่ตอนนี้ม้าออกมาแล้ว (ถึงจะแค่หน่อยเดียวก็ตาม =_='')
#2 By ♥อ้อแอ้[ปรมาจารย์วันพีซ]♥
สมการเยอะมากแอ้จัง~~~ แต่ยังคงสมการเดิมนะจ๊ะ
#3 By YuuYuu
มุมันทำให้สองคนนี้ร้าวรานค่ะ (พ่อสื่อแบบสับปะรด) ส่วน D18 ยังไม่ออกโรงมากขอให้ 8059 ออกโรงก่อนนะ (มันยังคงระทมกันต่อไป)
#4 By PinkKiE
สับประรดสื่อรัก?!?... ใช่ค่ะสื่อรักทั้งสองคู่เลย ^ ^
#5 By elRion
พันธนาการรัดแน่นทั้งคู่เลยค่ะ ส่วนเมะเราก็เริ่มฉลาดขึ้นมาหน่อย (ฮา)
อันที่จริงทูน่าก็แคร์สื่อน่า ส่วน 6927 คุริก็สนใจแต่งนะคะแต่คู่หลักปมเยอะมากกกกกก.... คงจะเคลียร์คิวไม่ไหว =_=''
ไรท์เตอร์ คัมแบคแล้วค่า อย่างช้ามากมาย =_='' D18 ร้านราวอย่างไงมันมีปมในอดีตค่ะ (แต่หนีไปก็น่าสนนะ) ส่วนมุคุโร่เรื่องนี้เป็นพ่อสื่อค่า
อย่าเพิ่งจับโน่ทุ่มเลยค่ะเดี๋ยวพระเอกเราจะตายก่อนเจอเคียวยะ =_='' (ล้อเล่นค่ะ) สมการยังคงเหมือนเดิมต่อไป 8059 มาอันดับหนึ่งค่ะ
#8 By [+Funny_Jang+]
เจอแล้วอย่าหนีไปไหนนะ ดราม่า 8059 ยังรอท่านอยู่ ฮา...
โน่จะได้แต่งกับฮิมั้ยน่า~~~ (ยังคงเป็นปริศนาต่อไป)
มุเปลี่ยนอาชีพเป็นพ่อสื่อค่ะฟิกนี้
(แต่ตัวเองเอาไม่รอด
)
ชอบมุคุพ่อสื่อใช้มั้ยล้า~~~ แต่เรื่องของตัวเองจับคู่ไม่รอด =_=''
เชิญอ่านตอนต่อไปได้เลยค่ะ...
Title : พันธนาการ (ภาค 10 ปี)
Author : Kukuri~~~
Pairing : Yamamoto X Gokudara [8059] ,Dino X Hibari [D18]
Rate : PG-13
Summary : หากถ่านไฟเก่าปะทุขึ้นอีกครั้ง มันจะลุกโชน... หรือมอดลงเป็นเถ้าถ่านดังเดิม?
intro | ตอนที่1 | ตอนที่ 2 | ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
...หากเลือกอนาคตได้เส้นทางที่ผมเดินควรไปทางไหนดี?....
...ความฝัน หรือ ความรัก?...
ยามาโตะเฝ้าถามตัวเองหลายครั้งนับตั้งแต่เลือกเส้นทางสู่ความฝัน การเดินทางสู่นักเบสบอลมืออาชีพ เดินตามความฝันที่ตัวเองวาดหวังไว้ว่าจะยืนอยู่ท่ามกลางสนามเบสบอลโคชิเอ็ง ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เฝ้ารอดูโฮมรันของเขา
แต่พอก้าวมาสู่เส้นทางฝันนี้แล้ว ได้สัมผัสไม้เบสบอลที่คุ้นเคยมากกว่าดาบคาตานะที่ฆ่าฟันผู้คน
...ทำไมเขาไม่มีความสุขเลยนะ...
.........................................................................................................................
"โกคุเดระ!!!~"
เสียงยามาโมโตะร้องตะโกน กำปั้นรัวบนประตูไม้สีขาวที่กั้นไว้ระหว่างสองหนุ่ม "เปิดประตูหน่อยสิ!! โกคุเดระ!!!"
"กลับไปซะ!!!" โกคุเดระตอบกลับไป "แค่กๆ"
ชายหนุ่มไออีกครั้งเพราะตะโกนมากเกินไป อาการป่วยจึงกำเริบแต่ครั้งนี้ไม่มีเลือดเหมือนครั้งก่อนแต่โกคุเดระก็ยัง ฝืนตะโกนกลับไป "ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกอีก กลับไปซะ!!!"
...ทำไมนะ ทำไมเจ้าบ้าเบสบอลต้องมาที่นี่ตอนนี้ด้วย!!!... ดวงตาสีมรกตหลุบต่ำลงมองไปที่เงาใต้ประตูยังคงเห็นเงาของเจ้าบ้านั่นอยู่ตรงหน้าประตู
"กลับไปซะ..ตะ ตายไปก็ยิ่งดี" โกคุเดระพึมพำ ความอดกลั้นที่ฝืนไว้ตั้งแต่พบหน้ากันกลับทำให้เสียงสั่นพร่า "กะ กลับไป ไม่ได้ยินหรือไง!!!"
...สำหรับคนที่ไม่เคยห่วงหา และไม่สนใจในตัวเขาแค่นี้ก็มากเกินพอจะอดกลั้น...
...จะกลับมาซ้ำเติมหรือไง...
"โกคุเดระ" คนที่อยู่นอกประตูเอ่ยออกมา "นายไม่เป็นไรใช่ไหม?"
ถ้อยคำแห่งความห่วงใยเอ่ยออกมายิ่งทำให้โกคุเดระรู้สึกหวั่นไหวในใจ รู้สึกถึงความร้อนแผ่วที่ดวงตาทั้งสองข้าง ฉันจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้เจ้าบ้านี่อีก...ทั้งๆที่สาบานกับตนเองแล้วว่าจะร้องไห้เป็นครั้งสุดท้าย...
...แต่ทำไมมันช่างยากเย็นเช่นนี้...
"โกคุเดระ?" คนข้างนอกถามอีกครั้ง "ขอโทษนะ...ฉันคงขัดจังหวะพวกนายสองสินะ"
...ไม่ใช่ เขากับเจ้าสับปะรดหัวเน่าไม่มีอะไรกันสักหน่อย..
แต่ปากกลับพูดออกไปอีกอย่าง "ใช่แล้ว!... รู้แล้วสินะ กลับไปได้แล้ว!ฉันไม่อยากพบหน้าแกอีกเป็นครั้งสอง!!!"
"ฮะ ฮะ...แบบนี้เองสินะ"
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเจ้าบ้าเบสบอลเดินห่างออกไป ...แบบนี้ดีแล้วล่ะ เจ้าบ้านั้นไปแล้ว กลับไปหาเบสบอลที่มันชอบ..
..แปะ...แปะ
หยาดน้ำตาหยดลงบนพื้นหยดแล้วหยดเล่า ชายหนุ่มทรุดฮวบลงกับพื้นพลางพิงประตูไม้ "เจ้านั้นไปแล้ว..."
...ฉันสมควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ...โกคุเดระแค่นยิ้มให้ตัวเองพลางเกาะกุมไปที่มือซ้ายที่ยังคงกำก้อนหินจากสระน้ำ เมื่อกี้เขาขว้างก้อนหินใส่เจ้าบ้านั้นเต็มๆเลย หวังว่าคงไม่เจ็บมากนะ..
ชายหนุ่มใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาออก เขาไม่สมควรจะเปลืองน้ำตาร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ...และไม่ต้องเป็นห่วงว่าเจ้านั้นจะเจ็บมากหรือเปล่า
"หัวแตกสมองเสื่อมไปเลยก็ดี!"
"แบบนั้นคงไม่ดีล่ะมั้งโกคุเดระ"
เสียงของยามาโมโตะดังขึ้น ไม่ใช่จากข้างนอกประตูแต่เป็นในห้อง! เขาหันไปมองชายหนุ่มผมดำที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างที่เปิดโล่ง สายลมจากข้างนอกพัดผ่านจนม่านลูกไม้สะบัดปลิว นึกไม่ถึงว่าเจ้าบ้าเบสบอลมันจะกล้าปืนหน้าต่างเข้ามาในห้อง
"แก...!!?"
"ก่อนฉันจะไปอยากเห็นหน้านายอีกสักครั้ง" ยามาโมโตะกล่าว น้ำเสียงจริงจังผิดวิสัยคนอารมณ์ดี "และเพื่อยืนยันใจของฉันเองด้วย"
"เห็นหน้าฉันแล้วก็ออกไปสิ" ชายหนุ่มผมเงินเอ่ยไล่พลางก้มหน้ามองพื้น หลบเนตรสีน้ำตาลที่จับจ้องตรงมา
"ไม่" ยามาโมโตะตอบ "ฉันจะดูแลนายที่นี่!"
"ฉันไม่ต้องการ!" โกคุเดระตวาดกร้าว "กลับญี่ปุ่นไปซะ! ไปหารุ่นที่สิบ...คุ้มครองดูแลท่าน นั้นคือหน้าที่ของแก"
"ไม่!"
เฟี้ยว..!!!
ก้อนหินที่อยู่ในมือของโกคุเดระขว้างใส่เจ้าบ้าเบสบอลแต่ชายหนุ่มผมดำกลับรับมันอย่างสบายๆ และโยนมันทิ้งไป เขาเดินไปหาโกคุเดระพลางคุกเข่าลงตรงหน้าร่างบางที่นั่งคุดคู้อยู่หน้าประตู ถึงแม้คนตรงหน้าจะพยายามกดใบหน้าต่ำขนาดไหนก็ยังเห็นดวงตาสีมรกตแดงกล่ำและบวมช้ำ ร่างกายซูบผอมจนน่าตกใจ
"ออกไป!" โกคุเดระยังคงตวาดต่อแม้เสียงจะแหบแห้งก็ตามที "แค่กๆ..."
...อย่ามาเห็นสภาพน่าสมเพชของฉัน...ขอร้องล่ะ...
"นายป่วยขนาดนี้ฉันจะปล่อยนายอยู่คนเดียวได้ยังไง!" ยามาโมโตะตวาดกลับพลันรวบร่างบางเข้าหาตัว รู้สึกได้ถึงเสียงสะอื้นของโกคุเดระที่ร้องออกมาเบาๆและดันตัวเขาให้ออกห่าง "จนกว่านายจะหายฉันจะไม่ไปไหนเด็ดขาด!"
แม้จะรู้สึกหงุดหงิดที่มีใครมายุ่งเกี่ยวกับโกคุเดระ แต่พอมาเห็นอาการป่วยกลับทำให้ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง... ณ เวลานี้ตอนนี้ขอให้เขาช่วยดูแลโกคุเดระให้หายป่วยแค่นั้นก็พอ เหมือนเมื่อก่อนที่เขาค่อยเฝ้าไข้และดูแลอาการจนหายดี
"และเบสบอลของแกล่ะ!" โกคุเดระร้อง ยามาโมโตะรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาที่หยดลงบนเชิ้ตของเขา "ความฝันที่นายทุ่มเททั้งหมดเพื่อมันล่ะ! ฉันไม่อยากทำลายอนาคตของแก!"
"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ!"
"ทำไม?" ร่างบางในอ้อมกอดถามเพราะตลอดเวลาเขาเห็นเจ้าบ้านี่ทุ่มเทให้กับเบสบอลเหนือสิ่งอื่นใด
"เพราะมันไม่สำคัญเท่านายยังไงล่ะ" ยามาโมโตะกระซิบแผ่วใกล้ใบหน้างาม "ตอนนี้ฉันรู้แล้ว... ว่าไม่อยากจะสูญเสียนายอีกเป็นครั้งที่สอง!"
พลันสายลมเย็นก็พัดผ่านเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง เสียงเข็มนาฬิกาดังชัดภายในห้องนอนที่เงียบสนิท ยามาโมโตะยังคงกอดโกคุเดระไว้กลัวว่าร่างบางนี้จะหนีหายไปไหนอีก แม้ตัวเขาจะเป็นคนทิ้งอีกฝ่ายเพื่อไปตามหาความฝันแต่ก็ไม่มีสักวันที่จะตีลูกเบสบอลด้วยความสุขอีกต่อไป
"ฉันน่ะเกลียดแกมากเลยรู้มั้ย?"
จู่ๆโกคุเดระก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ฮึ...นึกว่าพูดแค่นี้ฉันจะอภัยแกได้งั้นเหรอเจ้าบ้าเบสบอล!"
ไม่รู้ว่าโกคุเดระเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนพลักยามาโมโตะออกไป ร่างบางเดินหนีเจ้าบ้าเบสบอลที่ยังล้มไม่เป็นท่าอยู่บนพื้น แต่ถึงกระนั้นยามาโมโตะก็เห็นรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของคนที่ตัวเองรัก ไม่ใช่ใบหน้าหมองเศร้าและอมทุกข์อีกต่อไป
ยามาโมโตะรีบลุกขึ้นเพื่อตามง้อ รอยยิ้มสดใสของคนอารมณ์ดีกลับมาแย้มอีกครั้ง ...ดูท่าทางโกคุเดระคงหายโกรธแล้ว
"งั้นจะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาเลยนะ ฉันจะยอมทำทุกอย่างเลย"
"ทุกอย่าง?" โกคุเดระถามเสียงสูงเพื่อความแน่ใจ และเห็นเจ้าผมดำพยักหน้า
เรียวแขนบางยกขึ้นและชี้ไปที่ประตูห้อง "ไสหัวออกไปจากห้องนอนฉันซะ กลับไปญี่ปุ่นเลยก็ยิ่งดี ฉันจะพักผ่อน"
"ง่า...โกคุเดระยังไม่หายโกรธอีกเหรอ" ยามาโมโตะตามง้ออีกครั้ง
"เออ! แปดปีมานี่แกไปงงโข่งอยู่กับเบสบอล!" โกคุเดระเอ่ยเสียงฉุนพลางกอดอก เมื่อนึกถึงใบหน้าของเจ้าพ่อนกซาดิมส์ยิ่งโมโหใหญ่ "แถมฉันยังโดนฮิบาริถากถางเรื่องแกอีก...ฉันไม่ให้อภัยแกหรอก"
เรื่องนี้ทำให้ยามาโมโตะเถียงไม่ออก เจ้าตัวจึงได้แค่ยิ้มแห้งๆเพราะเขาผิดเองจริงๆที่เลือกเบสบอลมากกว่าการเป็นมาเฟีย
"งั้นฉันจะยอมกลับมาเป็นมาเฟียก็ได้"
"ไม่ให้อภัย!"
"งั้นฉันยอมเป็นเบ๊นายตลอดชีวิตเลย"
"ไม่ให้อภัย!"
"ง่า...งั้นฉันกลับไปญี่ปุ่นหาสึนะดีมั้ยเนี่ย" ยามาโมโตะแสร้งถอนหายใจพลางเกาหน้า เอ่ยชื่อสึนะไปเผื่อร่างบางจะนึกให้อภัย แต่ก็เห็นโกคุเดระทำหน้ายักษ์ใส่อยู่ดี
...เห็นที่ต้องใช้ท่าไม้ตาย..
ยามาโมโตะหันไปมองนอกหน้าต่าง ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างและชี้มือไปข้างนอก
"เอ๊ะ...นั้นมัน UFO นี่"
"ไหน?" โกคุเดระหันขวับไปตามนิ้วชี้ทันที
"เสร็จฉันล่ะ!!~"
ยามาโมโตะใช้โอกาสที่โกคุเดระเผลอรวบกอดทันที เขาเห็นใบหน้าของโกคุเดระแดงแจ๋เพราะความเขินบวกกับอายที่โดนหลอก
"แกหลอกฉัน!"
"ให้อภัยฉันนะ" ยามาโมโตะกระซิบข้างใบหูแดงของชายหนุ่ม "โกคุเดระ... ฉันรักนายนะ ขอโทษที่ทิ้งนายไปฉันสำนึกผิดจริงๆ"
"แต่แกก็เห็นเบสบอลดีกว่าฉัน" โกคุเดระต่อว่าด้วยความเขิน ...ใกล้เกินไปแล้วเจ้าบ้า!..
"ฉันยังไม่ลืมสัญญาหรอกนะ" ยามาโมโตะเอ่ยขัด "ตอนนั้นที่ห้องพยาบาลที่ฉันสัญญาที่จะดูแลนายตลอดชีวิต"
ยามาโมโตะผละตัวออกพลางยกแขนเรียวของโกคุเดระ และเลื่อนลงมาที่มือซ้ายบอบบางนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้ที่ห้องพยาบาลเมื่อตอนเด็กๆ "สัญญาที่จะดูแลมือซ้ายของนาย"
"มะ ไม่..."
"ม๊ายยยยยยยย...." เสียงของโกคุเดระสั่นขึ้นมา ทำให้ยามาโมโตะหันไปมองหน้าของโกคุเดระ เห็นเนตรสีมรกตเบิกกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าซีดลงจนขาวเหมือนกระดาษ
"โกคุเดระ?"
"ปล่อยฉัน ฉันเกลียดแก!" ชายหนุ่มสะบัดมือทิ้งทันที! และตะโกนอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลพรากพลางถอยหลังจนเกือบติดหน้าต่าง
"แกน่าจะตายไปแล้ว!!"
ยามาโมโตะเห็นอาการผิดปกติของโกคุเดระอย่างเห็นได้ชัด เขารีบเดินเข้าไปใกล้ร่างบางด้วยความเป็นห่วง "นายเป็นอะไรหรือเปล่า?"
"อย่าเข้ามานะ! ฉันจะควักลูกตาแก ระเบิดแกให้เละเป็นชิ้นๆ" โกคุเดระตะโกนพลางขว้างข้าวของรอบตัวใส่ชายหนุ่มผมดำไม่ยั้งมือ และนั่นยิ่งสร้างความงงงวยให้ยามาโมโตะเข้าไปอีก
"ฉันจะฆ่าแกเดเมียน ต่อให้ฉันตายก็จะมาหลอกหลอนแก!!!"
"เดเมียน?"
ยังไม่ทันที่ยามาโมโตะจะถามต่อ ชายหนุ่มก็ตกใจทันทีที่เห็นโกคุเดระปีนไปที่ขอบหน้าต่างและกำลังจะกระโดดลงไปเบื้องล่าง เกิดอะไรขึ้นกับโกคุเดระ คนที่ชื่อว่าเดเมียนเป็นใคร? คำถามเหล่านั้นดังขึ้นมาไม่หยุด
ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ต้องช่วยโกคุเดระ ชายหนุ่มผมดำรวบร่างบางก่อนที่จะกระโดดออกไปจนทั้งคู่ล้มกลิ้งลงกับพื้นห้อง เสียงกรีดร้องของโกคุเดระดังตามไม่หยุดหย่อน จับใจความได้ว่าเกลียดชังถึงที่สุด!
"อ๊ากกกก..."
"โกคุเดระ" ชายหนุ่มร้องถามและเขย่าให้โกคุเดระมีสติดลับมาเป็นคนเก่า "เกิดอะไรขึ้นบอกฉันมา!"
"อาการป่วยทางจิตไงล่ะ"
เสียงของชามาลดังขึ้นจากประตูห้อง และเห็นอดีตลุงห้องพยาบาลทำหน้ายุ่งและกำลังเกาหัวแกรกอยู่หน้าห้อง "ไปจับมือซ้ายฮายาโตะล่ะซิ มันถึงได้กรีดร้องดิ้นทุรนทุรายขนาดนั้น"
"เกิดอะไรขึ้นชามาล?" ยามาโมโตะร้องถามทันที เขายังคงกอดโกคุเดระที่กำลังกรีดร้องและดิ้นอยู่
"เฮ้อ...เรื่องมันยาวก่อนอื่นให้เจ้าฮายาโตะมันหยุดร้องก่อนดีกว่า" ไม่รู้ชามาลใช้วิธีไหน แต่สักพักโกคุเดระก็สงบลงและหลับลงในอ้อมแขนของยามาโมโตะ เดาได้ว่าคงเป็นยุงของชามาลที่ทำให้โกคุเดระสลบ
"เฮอะเนี่ยเรอะยาดีที่เจ้าหนูวองโกเล่ส่งมา ทำให้ฮายาโตะอาการหนักชัดๆ" ชามาลบ่นไปเรื่อยพลางเหลือบตามองเจ้าหนุ่มผมดำที่ยกตัวฮายาโตะไปนอนบนเตียง เขาสั่ง "ส่วนแกออกไปได้แล้ว ฉันจะดูแลฮายาโตะเอง"
"เดเมียนคือใคร?" ยามาโมโตะถามทันที "เกิดอะไรขึ้น ทำไมโกคุเดระเป็นอย่างนี้"
"ถ้าจะไม่ออกไปก็เงียบๆหน่อยได้มั้ย ให้ตายสิส่งเสียงรำคาญจริงๆ" ชามาลสั่งพลางลงมือดูอาการของเจ้าเด็กมีปัญหา คงต้องให้เกลือแร่เพิ่มขึ้นอีกถุง
"ชามาล!"
"โว้ยย..รำคาญจริงๆ" ชามาลบ่นอย่างหงุดหงิดและดีดแคปซูลขึ้น "อยากเป็นซักโรคตายก่อนใช่มั้ยถึงหุบปาก ต้องแหกตาตื่นมาฟังเสียงแกกับฮายาโตะทะเลาะไม่พอ ทำให้อาการมันกำเริบอีก.. ฉันน่าจะเชือดแกจริงๆ"
แต่พอเห็นสายตาจริงจังของเจ้าหนุ่มผมดำชามาลก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมา โห..โกรธเป็นจริงเป็นจังขนาดนี้เชียว...
ชามาลขมวดคิ้วและเริ่มอธิบาย ให้ตายสิเรื่องนี้ไม่อยากเล่าให้ใครฟังนักหรอก "เรื่องมันเกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่ตอนเจ้าฮายาโตะยังเป็นเด็กๆและถูกเจ้าเดเมียนล่อลวงไปข่มขืน"
แค่นั้นล่ะชามาลก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่หนักยิ่งกว่าเก่า ใบหน้าของเจ้าหนุ่มเบสบอลเครียดจนเห็นเลยว่าถ้ามันเห็นเดเมียนคงจะสับเป็นอาหารปลาได้เลย
"เจ้าเดเมียนนั้นอยู่ไหน?" ยามาโมโตะถามเสียงเรียบ แต่กดดันไปด้วยความแค้น
"เดเมียนมันตายไปแล้วล่ะไม่ต้องไปเชือดมันถึงหลุมหรอก" ชามาลตอบพลางมองหน้าฮายาโตะที่นอนอย่างสงบ "ฮายาโตะลงมือฆ่าเองกับมือ ไม่ต้องถึงมือไอ้บ้าเบสบอลหรอก"
ชามาลอดประชดไม่ได้ก็ตลอดเวลาเจ้าหนุ่มผมดำนี่ทำให้ฮายาโตะเสียใจแค่ไหน จะเรียกว่าสะใจดีหรือเปล่านะที่เห็นเจ้านี่ทุกข์ร้อนให้ฮายาโตะขนาดนี้
"ทำยังไงโกคุเดระถึงหาย?" คำถามที่เหมือนเป็นคำสั่งกลายๆดังขึ้น
"อาการป่วยทางจิตไม่ได้รักษากันง่ายๆหรอกนะ" ชามาลอธิบาย "อันที่จริงเจ้าฮายาโตะมันก็ปกติสุขดีอยู่หรอก แต่ถ้ามีใครไปโดนมือซ้ายเข้าก็จะกรีดร้อง เพ้อเจ้อเป็นคนบ้าเหมือนเมื่อกี้ล่ะ ขนาดเจ้าหนูวองโกเล่จับมันเกือบเอาระเบิดยัดปากเจ้าหนูเลย"
ชามาลหัวเราะแห้งๆ "อาการหนักแบบนี้คงต้องรอเวลาอย่างเดียวเท่านั้น"
"นานแค่ไหน?"
"ไม่รู้" ชามาลตอบ "คงตลอดชีวิตมั้ง"
พลั่ก..!!!
กำปั้นเพียวๆของยามาโมโตะทุบไปที่กำแพงด้วยความแค้นใจจนกำแพงร้าวเป็นรู ขนาดหมอเถื่อนอันดับหนึ่งยังพูดแบบนี้ เขาจะช่วยโกคุเดระอย่างไง!
"เฮ้ยๆ บ้านหลังนี้เป็นของเจ้าม้าพยศนะ" ชามาลเตือนพลางถอนหายใจ "ถามจริงเหอะ แกมาที่นี่โดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไง? ถึงกับทำให้ฮายาโตะมันคลั่งขนาดนี้"
ชายหนุ่มส่ายหัวและเอ่ยขึ้น "สึนะบอกแค่ว่าโกคุเดระป่วยใกล้จะตายเท่านั้นเอง..."
...แค่นั้นเอง ไม่รู้เรื่องอะไร... สมควรแล้วล่ะ...
...เป็นบทลงโทษของฉันสินะ สึนะ...
"ตายอย่างงั้นเหรอ?" ชามาลหัวเราะหึในใจ "ตายทั้งเป็นสินะ รวมทั้งแกด้วย"
...เจ้าหนูนี่ทำให้เขาแปลกใจจริงๆ ตั้งแต่ย้ายเจ้าฮายาโตะมาที่เกาะของม้าพยศเพื่อหลบการติดตามของวองโกเล่และนีโร่แฟมิลี่ รวมทั้งเรียกเจ้าหนุ่มผมดำมาที่นี่อีก...
ชามาลมองสภาพชายหนุ่มทั้งสองคน คนหนึ่งนอนอย่างสงบบนเตียง อีกคนทำหน้าอมทุกข์นั่งอยู่ข้างเตียงและจับมือซ้ายฮายาโตะตลอด
เขานึกถึงคำพูดสุดท้ายก่อนที่เจ้าหนูวองโกเล่จะกลับไปที่ญี่ปุ่นบ้านเกิดของมัน
‘โกคุเดระทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้ผมมาโดยตลอด ถึงเวลาที่ผมจะตอบแทนแล้วล่ะครับ'
‘คนที่เจ็บปวดจะไม่มีแค่คนเดียวอีกต่อไป ระหว่างที่ผมไม่อยู่ฝากดูแลโกคุเดระด้วยนะครับ และจะส่งยาดีมารักษา'
'ยาดีที่ว่าคือยาพิษสินะ' ชามาลบ่นในใจพลางส่ายหัว 'ให้ตายสิ เจ้าเด็กนี่มีเล่ห์เหลี่ยมมากที่คิดอีกนะ'
ชามาลเดินออกจากห้องไปปล่อยให้เจ้าหนุ่มหัวดำดูแลกันเอง อาการบาดเจ็บทางกายรักษาได้ถึงแม้จะหายและมีแผลเป็นก็แค่ของที่ระลึกให้นึกเจ็บใจเล่นๆ แต่อาการบาดเจ็บทางใจต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนมันก็บาดลึกและทำร้ายจิตใจได้ทุกเมื่อไม่ต่างจากวันแรกที่ได้รับ
"เวรกรรมจริงๆฮายาโตะ" เขาเอ่ยได้เพียงเท่านั้น
ขณะเดียวกันที่ญี่ปุ่น...
ฮิบาริมองเรียวกังโบราณหลังใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ลมหายใจที่พ่นออกมามีไอสีขาวลอยออกมา ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้หนาวกว่าที่ชายหนุ่มคิดไว้จึงทำให้เขาไม่ได้เตรียมผ้าพันคอผืนโปรดสีดำมาด้วย ส่วนเจ้าฮิเบิร์ดก็เข้าไปซุกที่กระเป๋าเสื้อสูทเพราะความหนาว
"ทำแบบนี้ดีเหรอครับคุณเคียว" คุซะคาเบะถามขึ้น "ปล่อยให้คุณซาวาดะอยู่ที่บ้านโดยที่ไม่มีการคุ้มครอง"
"เจ้าสัตว์กินพืชนั่นเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว" ดวงตาเรียวคมปลายตาไปมองคนสนิทที่กำลังยกกระเป๋าออกจากรถ
"และคุณดีโน่..."
"เดี๋ยวนี้นายพูดมากขึ้นนะเท็ตสึ" ฮิบาริเอ่ยอย่างไม่พอใจ "ถ้าหากนายพูดชื่อนั้นอีก ก็กลับไปซะ"
ชายหนุ่มผมดำทรงรีเจนต์รีบเดินเข้าไปในเรียวกังทันทีจนคนสนิทเดินตามแทบไม่ทัน แต่เพราะชินซะแล้วที่กับอารมณ์แปรปรวนของคุณท่าน รวมถึงการที่เดินทางออกมาเที่ยวบ่อน้ำร้อนนอกเมืองนามิโมริอย่างกระทันหัน
โดยเฉพาะเวลาที่ม้าพยศมาที่ญี่ปุ่นก็จะรีบเดินทางมาที่นี่ทันทีราวกับหลบหน้า อันที่จริงเรียกว่า ไม่อยากจะพบหน้ากันเลยต่างหาก
ทั้งคู่เข้าไปที่เรียวกังและพบกับพนักงานสาวที่สวมชุดกิโมโนที่กำลังคุกเข่าอย่างเรียบร้อย เธอเอ่ยเสียงหวานต้อนรับ
"ยินดีต้อนรับค่ะคุณฮิบาริ ดิฉันได้จัดเตรียมห้องไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ" และรีบพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาคมดุ "เอ่อ..เป็นเรือนเดิมที่ท่านชื่นชอบ..."
"ดี"
ฮิบาริเดินผ่านพนักงานต้อนรับที่ยังยิ้มค้างอยู่ เธอลอบถอนหายใจเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินจากไป ทุกครั้งที่แขก VIP คนนี้เข้ามาพักทำให้พนักงานทุกคนที่เรียวกังอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งไป แต่ก็ตอบแทนด้วยทิปมหาศาลให้ชื้นใจอยู่บ้าง
"ส่วนของคุณคุซะคาเบะก็เป็นเรือนธรรมดาเหมือนเดิมใช่มั้ยค่ะ" เธอกล่าวถึงห้องพักธรรมดาไม่เป็นเรือนแยกเหมือนเจ้านาย
"ครับ"
"ถ้าเช่นนั้นตามามาทางนี้เลยค่ะ" เธอนำทางให้ผู้ติดตามหนุ่มทรงผมรีเจนต์สุดประหลาด และตรงระเบียงทางเดินไม้ขัดมันนั้นคุซะคาเบะก็ตกใจที่เจอคนรู้จัก
"อ้าว..เจ้าเท็ตสึยะนี่" โรมาริโอ้ร้องทัก "ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ไม่ไปคุ้มครองวองโกเล่หรือไง?"
"ทำไมคุณโรมาริโอ้ถึงอยู่ที่นี่ล่ะครับ" คุซะคาเบะถามกลับทันที หวังว่าคำตอบคงไม่ใช่อย่างที่คิดไว้
"ก็ตามบอสมาเที่ยวบ่อน้ำร้อนน่ะ แหมที่นี่ใหญ่ หรูใช่ได้เลย" โรมาริโอ้เอ่ยชมจนพนักงานอดยิ้มไม่ได้เพราะเป็นเรียวกังเก่าแก่ที่ใหญ่โตที่สุดในเมืองหลวงเก่า ผู้ที่เข้าพักถ้าไม่ใช่ระดับนักการเมืองหรือคนมีชื่อเสียง ก็เป็นมหาเศรษฐีทั้งนั้น ขนาดพนักงานอย่างเธอถ้าพ่อแม่ไม่ใช่คนเก่าแก่ที่ทำงานมาก่อนคงไม่มีโอกาสมาทำงานที่นี่
คำตอบที่ได้รับไม่ผิดจากที่คุซะคาเบะคิด ชายหนุ่มเป็นกังวลหวังว่าทั้งสองคนคงไม่บังเอิญเจอกันหรอกนะ...
ขณะที่ฮิบาริเดินตรงไปยังเรือนพักของตนเอง เขาเห็นพนักงานแต่ละคนที่เดินผ่านต่างยิ้มกว้างไม่หุบและหัวเราะคิกคักทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจ จะหัวเราะทำไมน่ารำคาญ.. และได้ยินแต่ละคนซุบซิบสนุกปาก
"แขกคนนั้นหล่อจริงๆเนอะ"
"ใช่ ยิ้มแต่ละทีทำเอาฉันใจเต้นไม่หยุดเลย"
...บ้าผู้ชายกันทั้งนั้น...
ฮิบาริขมวดคิ้วและเดินตรงต่อไป เพราะมัวแต่หงุดหงิดจึงทำให้ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตว่ามีใครบ้างคนเดินเลี้ยว มุมเข้ามา ทำให้ทั้งคู่เดินชนกัน..
"ขอโทษนะครับ ปะ เป็น.." เสียงขอโทษขอโพยเอ่ยขึ้นแต่ก็ชะงักลง เมื่อเห็นคนตรงหน้าชัดๆ "เคียวยะ?"
"แก...ดีโน่"
ฮิบาริเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน ทำไม? เจ้าซุ่มซ่ามนี่มันน่าจะอยู่บ้านเจ้าสัตว์กินพืชนั้น ทำไม?
ยังไม่ทันที่ฮิบาริจะตั้งสติดีเขาก็ถูกคนตัวใหญ่ตรงหน้ารวบเข้าไปกอด เสียงของดีโน่เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ
"เคียวยะ~~~!!!!"
"ปล่อย" ชายหนุ่มขัดขืนเต็มที่แต่ก็ถูกรัดแน่นกว่าเดิม "ปล่อยฉันเจ้าม้าบ้า!"
"ไม่ปล่อย..."
"แก...อยากตายนักใช่มั้ย!"
"ไม่!" ดีโน่เอ่ยย้ำเพื่อเตือนใจตัวเอง
"จะไม่ปล่อยให้นายหนีอีกต่อไปแล้ว..เคียวยะ"
......................................................................................................TBC
ตัดจบ... คุริจะโดนแฟน D18 รุมประชาทัณฑ์หรือเปล่าเนี่ย ยกยอดตอนหน้านะคะ ตอนนี้ขอยกให้คู่ 8059 ไปก่อนเนอะ ฮา...
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ