เอามาลงช้าจนได้ ขออภัยนะเจ้าค่ะ

 

ก่อนอื่นมาตอบคอมเม้นต์กันก่อน

 

#1 By OnimizU [ก็ D18 ไง]

มุเป็นพ่อสื่อค่ะงานนี้ ฮา...  แต่ตอนนี้ม้าออกมาแล้ว (ถึงจะแค่หน่อยเดียวก็ตาม =_='')

 

#2 By ♥อ้อแอ้[ปรมาจารย์วันพีซ]♥ 

สมการเยอะมากแอ้จัง~~~ แต่ยังคงสมการเดิมนะจ๊ะ

 

#3 By YuuYuu

มุมันทำให้สองคนนี้ร้าวรานค่ะ (พ่อสื่อแบบสับปะรด) ส่วน D18 ยังไม่ออกโรงมากขอให้ 8059 ออกโรงก่อนนะ (มันยังคงระทมกันต่อไป)   

 

#4 By PinkKiE

สับประรดสื่อรัก?!?...  ใช่ค่ะสื่อรักทั้งสองคู่เลย ^ ^  

 

#5 By elRion

พันธนาการรัดแน่นทั้งคู่เลยค่ะ ส่วนเมะเราก็เริ่มฉลาดขึ้นมาหน่อย (ฮา)

อันที่จริงทูน่าก็แคร์สื่อน่า ส่วน 6927 คุริก็สนใจแต่งนะคะแต่คู่หลักปมเยอะมากกกกกก.... คงจะเคลียร์คิวไม่ไหว =_=''

 

#6 By Rukki 

ไรท์เตอร์ คัมแบคแล้วค่า อย่างช้ามากมาย =_='' D18 ร้านราวอย่างไงมันมีปมในอดีตค่ะ (แต่หนีไปก็น่าสนนะ) ส่วนมุคุโร่เรื่องนี้เป็นพ่อสื่อค่า  

 

#7 By ~ +[ 8059 ]+ ~ Calmseason ~

อย่าเพิ่งจับโน่ทุ่มเลยค่ะเดี๋ยวพระเอกเราจะตายก่อนเจอเคียวยะ =_='' (ล้อเล่นค่ะ) สมการยังคงเหมือนเดิมต่อไป 8059 มาอันดับหนึ่งค่ะ

 

#8 By [+Funny_Jang+]

เจอแล้วอย่าหนีไปไหนนะ ดราม่า 8059 ยังรอท่านอยู่ ฮา...

 

#9 By preaw

โน่จะได้แต่งกับฮิมั้ยน่า~~~ (ยังคงเป็นปริศนาต่อไป)

 

#10 By Hitsugaya~kun

มุเปลี่ยนอาชีพเป็นพ่อสื่อค่ะฟิกนี้ (แต่ตัวเองเอาไม่รอด)

 

 #11 By K_Guardian_7

ชอบมุคุพ่อสื่อใช้มั้ยล้า~~~  แต่เรื่องของตัวเองจับคู่ไม่รอด =_=''

 

 

เชิญอ่านตอนต่อไปได้เลยค่ะ...

 

 

Title : พันธนาการ (ภาค 10 ปี)

Author : Kukuri~~~

Pairing : Yamamoto X Gokudara [8059] ,Dino X Hibari [D18]

Rate : PG-13

Summary : หากถ่านไฟเก่าปะทุขึ้นอีกครั้ง  มันจะลุกโชน... หรือมอดลงเป็นเถ้าถ่านดังเดิม?

 

intro | ตอนที่1 | ตอนที่ 2 | ตอนที่ 3

 

 

 

ตอนที่ 4

 

 

...หากเลือกอนาคตได้เส้นทางที่ผมเดินควรไปทางไหนดี?....

...ความฝัน หรือ ความรัก?...

 

                        ยามาโตะเฝ้าถามตัวเองหลายครั้งนับตั้งแต่เลือกเส้นทางสู่ความฝัน  การเดินทางสู่นักเบสบอลมืออาชีพ  เดินตามความฝันที่ตัวเองวาดหวังไว้ว่าจะยืนอยู่ท่ามกลางสนามเบสบอลโคชิเอ็ง   ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เฝ้ารอดูโฮมรันของเขา

 

                แต่พอก้าวมาสู่เส้นทางฝันนี้แล้ว  ได้สัมผัสไม้เบสบอลที่คุ้นเคยมากกว่าดาบคาตานะที่ฆ่าฟันผู้คน

 

...ทำไมเขาไม่มีความสุขเลยนะ...

 

.........................................................................................................................

 

"โกคุเดระ!!!~" 

              เสียงยามาโมโตะร้องตะโกน  กำปั้นรัวบนประตูไม้สีขาวที่กั้นไว้ระหว่างสองหนุ่ม "เปิดประตูหน่อยสิ!! โกคุเดระ!!!"

 

"กลับไปซะ!!!" โกคุเดระตอบกลับไป "แค่กๆ"

 

               ชายหนุ่มไออีกครั้งเพราะตะโกนมากเกินไป  อาการป่วยจึงกำเริบแต่ครั้งนี้ไม่มีเลือดเหมือนครั้งก่อนแต่โกคุเดระก็ยัง ฝืนตะโกนกลับไป "ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกอีก กลับไปซะ!!!"

 

                ...ทำไมนะ  ทำไมเจ้าบ้าเบสบอลต้องมาที่นี่ตอนนี้ด้วย!!!... ดวงตาสีมรกตหลุบต่ำลงมองไปที่เงาใต้ประตูยังคงเห็นเงาของเจ้าบ้านั่นอยู่ตรงหน้าประตู

 

"กลับไปซะ..ตะ ตายไปก็ยิ่งดี" โกคุเดระพึมพำ  ความอดกลั้นที่ฝืนไว้ตั้งแต่พบหน้ากันกลับทำให้เสียงสั่นพร่า "กะ กลับไป ไม่ได้ยินหรือไง!!!"

 

...สำหรับคนที่ไม่เคยห่วงหา และไม่สนใจในตัวเขาแค่นี้ก็มากเกินพอจะอดกลั้น...

...จะกลับมาซ้ำเติมหรือไง...

 

 "โกคุเดระ" คนที่อยู่นอกประตูเอ่ยออกมา "นายไม่เป็นไรใช่ไหม?"

 

                ถ้อยคำแห่งความห่วงใยเอ่ยออกมายิ่งทำให้โกคุเดระรู้สึกหวั่นไหวในใจ  รู้สึกถึงความร้อนแผ่วที่ดวงตาทั้งสองข้าง ฉันจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้เจ้าบ้านี่อีก...ทั้งๆที่สาบานกับตนเองแล้วว่าจะร้องไห้เป็นครั้งสุดท้าย...

 

...แต่ทำไมมันช่างยากเย็นเช่นนี้...

 

"โกคุเดระ?" คนข้างนอกถามอีกครั้ง "ขอโทษนะ...ฉันคงขัดจังหวะพวกนายสองสินะ"

 

...ไม่ใช่  เขากับเจ้าสับปะรดหัวเน่าไม่มีอะไรกันสักหน่อย..

 

                แต่ปากกลับพูดออกไปอีกอย่าง "ใช่แล้ว!... รู้แล้วสินะ กลับไปได้แล้ว!ฉันไม่อยากพบหน้าแกอีกเป็นครั้งสอง!!!"

 

"ฮะ ฮะ...แบบนี้เองสินะ"

 

                เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเจ้าบ้าเบสบอลเดินห่างออกไป  ...แบบนี้ดีแล้วล่ะ  เจ้าบ้านั้นไปแล้ว กลับไปหาเบสบอลที่มันชอบ..

 

..แปะ...แปะ

 

                หยาดน้ำตาหยดลงบนพื้นหยดแล้วหยดเล่า ชายหนุ่มทรุดฮวบลงกับพื้นพลางพิงประตูไม้   "เจ้านั้นไปแล้ว..."

 

...ฉันสมควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ...โกคุเดระแค่นยิ้มให้ตัวเองพลางเกาะกุมไปที่มือซ้ายที่ยังคงกำก้อนหินจากสระน้ำ เมื่อกี้เขาขว้างก้อนหินใส่เจ้าบ้านั้นเต็มๆเลย  หวังว่าคงไม่เจ็บมากนะ..

 

                ชายหนุ่มใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาออก  เขาไม่สมควรจะเปลืองน้ำตาร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ...และไม่ต้องเป็นห่วงว่าเจ้านั้นจะเจ็บมากหรือเปล่า

 

"หัวแตกสมองเสื่อมไปเลยก็ดี!"

 

"แบบนั้นคงไม่ดีล่ะมั้งโกคุเดระ"

 

                เสียงของยามาโมโตะดังขึ้น  ไม่ใช่จากข้างนอกประตูแต่เป็นในห้อง! เขาหันไปมองชายหนุ่มผมดำที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างที่เปิดโล่ง  สายลมจากข้างนอกพัดผ่านจนม่านลูกไม้สะบัดปลิว นึกไม่ถึงว่าเจ้าบ้าเบสบอลมันจะกล้าปืนหน้าต่างเข้ามาในห้อง

 

"แก...!!?"

 

"ก่อนฉันจะไปอยากเห็นหน้านายอีกสักครั้ง" ยามาโมโตะกล่าว  น้ำเสียงจริงจังผิดวิสัยคนอารมณ์ดี "และเพื่อยืนยันใจของฉันเองด้วย"

 

"เห็นหน้าฉันแล้วก็ออกไปสิ" ชายหนุ่มผมเงินเอ่ยไล่พลางก้มหน้ามองพื้น หลบเนตรสีน้ำตาลที่จับจ้องตรงมา

 

"ไม่" ยามาโมโตะตอบ "ฉันจะดูแลนายที่นี่!"

 

"ฉันไม่ต้องการ!" โกคุเดระตวาดกร้าว "กลับญี่ปุ่นไปซะ! ไปหารุ่นที่สิบ...คุ้มครองดูแลท่าน นั้นคือหน้าที่ของแก"

 

"ไม่!"

 

เฟี้ยว..!!!

 

                ก้อนหินที่อยู่ในมือของโกคุเดระขว้างใส่เจ้าบ้าเบสบอลแต่ชายหนุ่มผมดำกลับรับมันอย่างสบายๆ และโยนมันทิ้งไป  เขาเดินไปหาโกคุเดระพลางคุกเข่าลงตรงหน้าร่างบางที่นั่งคุดคู้อยู่หน้าประตู  ถึงแม้คนตรงหน้าจะพยายามกดใบหน้าต่ำขนาดไหนก็ยังเห็นดวงตาสีมรกตแดงกล่ำและบวมช้ำ  ร่างกายซูบผอมจนน่าตกใจ

 

"ออกไป!" โกคุเดระยังคงตวาดต่อแม้เสียงจะแหบแห้งก็ตามที "แค่กๆ..."

 

...อย่ามาเห็นสภาพน่าสมเพชของฉัน...ขอร้องล่ะ...

 

"นายป่วยขนาดนี้ฉันจะปล่อยนายอยู่คนเดียวได้ยังไง!" ยามาโมโตะตวาดกลับพลันรวบร่างบางเข้าหาตัว รู้สึกได้ถึงเสียงสะอื้นของโกคุเดระที่ร้องออกมาเบาๆและดันตัวเขาให้ออกห่าง "จนกว่านายจะหายฉันจะไม่ไปไหนเด็ดขาด!"

 

                แม้จะรู้สึกหงุดหงิดที่มีใครมายุ่งเกี่ยวกับโกคุเดระ แต่พอมาเห็นอาการป่วยกลับทำให้ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง... ณ เวลานี้ตอนนี้ขอให้เขาช่วยดูแลโกคุเดระให้หายป่วยแค่นั้นก็พอ  เหมือนเมื่อก่อนที่เขาค่อยเฝ้าไข้และดูแลอาการจนหายดี

 

"และเบสบอลของแกล่ะ!" โกคุเดระร้อง  ยามาโมโตะรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาที่หยดลงบนเชิ้ตของเขา "ความฝันที่นายทุ่มเททั้งหมดเพื่อมันล่ะ! ฉันไม่อยากทำลายอนาคตของแก!"

 

"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ!"

 

"ทำไม?" ร่างบางในอ้อมกอดถามเพราะตลอดเวลาเขาเห็นเจ้าบ้านี่ทุ่มเทให้กับเบสบอลเหนือสิ่งอื่นใด

 

"เพราะมันไม่สำคัญเท่านายยังไงล่ะ" ยามาโมโตะกระซิบแผ่วใกล้ใบหน้างาม "ตอนนี้ฉันรู้แล้ว... ว่าไม่อยากจะสูญเสียนายอีกเป็นครั้งที่สอง!"

 

                พลันสายลมเย็นก็พัดผ่านเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง  เสียงเข็มนาฬิกาดังชัดภายในห้องนอนที่เงียบสนิท ยามาโมโตะยังคงกอดโกคุเดระไว้กลัวว่าร่างบางนี้จะหนีหายไปไหนอีก  แม้ตัวเขาจะเป็นคนทิ้งอีกฝ่ายเพื่อไปตามหาความฝันแต่ก็ไม่มีสักวันที่จะตีลูกเบสบอลด้วยความสุขอีกต่อไป

 

"ฉันน่ะเกลียดแกมากเลยรู้มั้ย?"

 

                จู่ๆโกคุเดระก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ฮึ...นึกว่าพูดแค่นี้ฉันจะอภัยแกได้งั้นเหรอเจ้าบ้าเบสบอล!"

 

                ไม่รู้ว่าโกคุเดระเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนพลักยามาโมโตะออกไป  ร่างบางเดินหนีเจ้าบ้าเบสบอลที่ยังล้มไม่เป็นท่าอยู่บนพื้น  แต่ถึงกระนั้นยามาโมโตะก็เห็นรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของคนที่ตัวเองรัก  ไม่ใช่ใบหน้าหมองเศร้าและอมทุกข์อีกต่อไป

 

                ยามาโมโตะรีบลุกขึ้นเพื่อตามง้อ  รอยยิ้มสดใสของคนอารมณ์ดีกลับมาแย้มอีกครั้ง ...ดูท่าทางโกคุเดระคงหายโกรธแล้ว

 

"งั้นจะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาเลยนะ ฉันจะยอมทำทุกอย่างเลย"

 

"ทุกอย่าง?" โกคุเดระถามเสียงสูงเพื่อความแน่ใจ และเห็นเจ้าผมดำพยักหน้า

 

                เรียวแขนบางยกขึ้นและชี้ไปที่ประตูห้อง "ไสหัวออกไปจากห้องนอนฉันซะ กลับไปญี่ปุ่นเลยก็ยิ่งดี  ฉันจะพักผ่อน"

 

"ง่า...โกคุเดระยังไม่หายโกรธอีกเหรอ" ยามาโมโตะตามง้ออีกครั้ง

 

"เออ! แปดปีมานี่แกไปงงโข่งอยู่กับเบสบอล!" โกคุเดระเอ่ยเสียงฉุนพลางกอดอก เมื่อนึกถึงใบหน้าของเจ้าพ่อนกซาดิมส์ยิ่งโมโหใหญ่ "แถมฉันยังโดนฮิบาริถากถางเรื่องแกอีก...ฉันไม่ให้อภัยแกหรอก"

 

                เรื่องนี้ทำให้ยามาโมโตะเถียงไม่ออก เจ้าตัวจึงได้แค่ยิ้มแห้งๆเพราะเขาผิดเองจริงๆที่เลือกเบสบอลมากกว่าการเป็นมาเฟีย

 

"งั้นฉันจะยอมกลับมาเป็นมาเฟียก็ได้"

 

"ไม่ให้อภัย!"

 

"งั้นฉันยอมเป็นเบ๊นายตลอดชีวิตเลย"

 

"ไม่ให้อภัย!"

 

"ง่า...งั้นฉันกลับไปญี่ปุ่นหาสึนะดีมั้ยเนี่ย" ยามาโมโตะแสร้งถอนหายใจพลางเกาหน้า เอ่ยชื่อสึนะไปเผื่อร่างบางจะนึกให้อภัย แต่ก็เห็นโกคุเดระทำหน้ายักษ์ใส่อยู่ดี

 

...เห็นที่ต้องใช้ท่าไม้ตาย..

 

                ยามาโมโตะหันไปมองนอกหน้าต่าง ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างและชี้มือไปข้างนอก

"เอ๊ะ...นั้นมัน UFO นี่"

 

"ไหน?" โกคุเดระหันขวับไปตามนิ้วชี้ทันที

 

"เสร็จฉันล่ะ!!~"

 

                ยามาโมโตะใช้โอกาสที่โกคุเดระเผลอรวบกอดทันที  เขาเห็นใบหน้าของโกคุเดระแดงแจ๋เพราะความเขินบวกกับอายที่โดนหลอก

 

"แกหลอกฉัน!"

 

"ให้อภัยฉันนะ" ยามาโมโตะกระซิบข้างใบหูแดงของชายหนุ่ม "โกคุเดระ... ฉันรักนายนะ  ขอโทษที่ทิ้งนายไปฉันสำนึกผิดจริงๆ"

 

"แต่แกก็เห็นเบสบอลดีกว่าฉัน" โกคุเดระต่อว่าด้วยความเขิน ...ใกล้เกินไปแล้วเจ้าบ้า!..

 

"ฉันยังไม่ลืมสัญญาหรอกนะ" ยามาโมโตะเอ่ยขัด  "ตอนนั้นที่ห้องพยาบาลที่ฉันสัญญาที่จะดูแลนายตลอดชีวิต"

 

                ยามาโมโตะผละตัวออกพลางยกแขนเรียวของโกคุเดระ  และเลื่อนลงมาที่มือซ้ายบอบบางนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้ที่ห้องพยาบาลเมื่อตอนเด็กๆ  "สัญญาที่จะดูแลมือซ้ายของนาย"

 

"มะ ไม่..."

 

"ม๊ายยยยยยยย...." เสียงของโกคุเดระสั่นขึ้นมา  ทำให้ยามาโมโตะหันไปมองหน้าของโกคุเดระ เห็นเนตรสีมรกตเบิกกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ใบหน้าซีดลงจนขาวเหมือนกระดาษ

 

"โกคุเดระ?"

 

"ปล่อยฉัน ฉันเกลียดแก!" ชายหนุ่มสะบัดมือทิ้งทันที!  และตะโกนอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลพรากพลางถอยหลังจนเกือบติดหน้าต่าง

 

 "แกน่าจะตายไปแล้ว!!"

 

                ยามาโมโตะเห็นอาการผิดปกติของโกคุเดระอย่างเห็นได้ชัด  เขารีบเดินเข้าไปใกล้ร่างบางด้วยความเป็นห่วง "นายเป็นอะไรหรือเปล่า?"

 

"อย่าเข้ามานะ! ฉันจะควักลูกตาแก ระเบิดแกให้เละเป็นชิ้นๆ" โกคุเดระตะโกนพลางขว้างข้าวของรอบตัวใส่ชายหนุ่มผมดำไม่ยั้งมือ  และนั่นยิ่งสร้างความงงงวยให้ยามาโมโตะเข้าไปอีก

 

"ฉันจะฆ่าแกเดเมียน ต่อให้ฉันตายก็จะมาหลอกหลอนแก!!!"

 

"เดเมียน?"

 

               ยังไม่ทันที่ยามาโมโตะจะถามต่อ  ชายหนุ่มก็ตกใจทันทีที่เห็นโกคุเดระปีนไปที่ขอบหน้าต่างและกำลังจะกระโดดลงไปเบื้องล่าง เกิดอะไรขึ้นกับโกคุเดระ คนที่ชื่อว่าเดเมียนเป็นใคร? คำถามเหล่านั้นดังขึ้นมาไม่หยุด

 

               ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ต้องช่วยโกคุเดระ ชายหนุ่มผมดำรวบร่างบางก่อนที่จะกระโดดออกไปจนทั้งคู่ล้มกลิ้งลงกับพื้นห้อง เสียงกรีดร้องของโกคุเดระดังตามไม่หยุดหย่อน จับใจความได้ว่าเกลียดชังถึงที่สุด!

 

"อ๊ากกกก..."

 

 "โกคุเดระ" ชายหนุ่มร้องถามและเขย่าให้โกคุเดระมีสติดลับมาเป็นคนเก่า "เกิดอะไรขึ้นบอกฉันมา!"

 

"อาการป่วยทางจิตไงล่ะ"

 

                เสียงของชามาลดังขึ้นจากประตูห้อง  และเห็นอดีตลุงห้องพยาบาลทำหน้ายุ่งและกำลังเกาหัวแกรกอยู่หน้าห้อง "ไปจับมือซ้ายฮายาโตะล่ะซิ มันถึงได้กรีดร้องดิ้นทุรนทุรายขนาดนั้น"

 

"เกิดอะไรขึ้นชามาล?" ยามาโมโตะร้องถามทันที  เขายังคงกอดโกคุเดระที่กำลังกรีดร้องและดิ้นอยู่

 

"เฮ้อ...เรื่องมันยาวก่อนอื่นให้เจ้าฮายาโตะมันหยุดร้องก่อนดีกว่า" ไม่รู้ชามาลใช้วิธีไหน แต่สักพักโกคุเดระก็สงบลงและหลับลงในอ้อมแขนของยามาโมโตะ เดาได้ว่าคงเป็นยุงของชามาลที่ทำให้โกคุเดระสลบ

 

"เฮอะเนี่ยเรอะยาดีที่เจ้าหนูวองโกเล่ส่งมา ทำให้ฮายาโตะอาการหนักชัดๆ" ชามาลบ่นไปเรื่อยพลางเหลือบตามองเจ้าหนุ่มผมดำที่ยกตัวฮายาโตะไปนอนบนเตียง  เขาสั่ง "ส่วนแกออกไปได้แล้ว  ฉันจะดูแลฮายาโตะเอง"

 

"เดเมียนคือใคร?" ยามาโมโตะถามทันที "เกิดอะไรขึ้น  ทำไมโกคุเดระเป็นอย่างนี้"

 

"ถ้าจะไม่ออกไปก็เงียบๆหน่อยได้มั้ย  ให้ตายสิส่งเสียงรำคาญจริงๆ" ชามาลสั่งพลางลงมือดูอาการของเจ้าเด็กมีปัญหา  คงต้องให้เกลือแร่เพิ่มขึ้นอีกถุง

 

"ชามาล!"

 

"โว้ยย..รำคาญจริงๆ" ชามาลบ่นอย่างหงุดหงิดและดีดแคปซูลขึ้น "อยากเป็นซักโรคตายก่อนใช่มั้ยถึงหุบปาก ต้องแหกตาตื่นมาฟังเสียงแกกับฮายาโตะทะเลาะไม่พอ ทำให้อาการมันกำเริบอีก.. ฉันน่าจะเชือดแกจริงๆ"

 

                แต่พอเห็นสายตาจริงจังของเจ้าหนุ่มผมดำชามาลก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมา โห..โกรธเป็นจริงเป็นจังขนาดนี้เชียว...

 

                 ชามาลขมวดคิ้วและเริ่มอธิบาย ให้ตายสิเรื่องนี้ไม่อยากเล่าให้ใครฟังนักหรอก  "เรื่องมันเกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่ตอนเจ้าฮายาโตะยังเป็นเด็กๆและถูกเจ้าเดเมียนล่อลวงไปข่มขืน"

 

                 แค่นั้นล่ะชามาลก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่หนักยิ่งกว่าเก่า  ใบหน้าของเจ้าหนุ่มเบสบอลเครียดจนเห็นเลยว่าถ้ามันเห็นเดเมียนคงจะสับเป็นอาหารปลาได้เลย

 

"เจ้าเดเมียนนั้นอยู่ไหน?" ยามาโมโตะถามเสียงเรียบ  แต่กดดันไปด้วยความแค้น

 

"เดเมียนมันตายไปแล้วล่ะไม่ต้องไปเชือดมันถึงหลุมหรอก" ชามาลตอบพลางมองหน้าฮายาโตะที่นอนอย่างสงบ "ฮายาโตะลงมือฆ่าเองกับมือ ไม่ต้องถึงมือไอ้บ้าเบสบอลหรอก"

 

                ชามาลอดประชดไม่ได้ก็ตลอดเวลาเจ้าหนุ่มผมดำนี่ทำให้ฮายาโตะเสียใจแค่ไหน  จะเรียกว่าสะใจดีหรือเปล่านะที่เห็นเจ้านี่ทุกข์ร้อนให้ฮายาโตะขนาดนี้

 

"ทำยังไงโกคุเดระถึงหาย?" คำถามที่เหมือนเป็นคำสั่งกลายๆดังขึ้น

 

"อาการป่วยทางจิตไม่ได้รักษากันง่ายๆหรอกนะ" ชามาลอธิบาย "อันที่จริงเจ้าฮายาโตะมันก็ปกติสุขดีอยู่หรอก  แต่ถ้ามีใครไปโดนมือซ้ายเข้าก็จะกรีดร้อง เพ้อเจ้อเป็นคนบ้าเหมือนเมื่อกี้ล่ะ  ขนาดเจ้าหนูวองโกเล่จับมันเกือบเอาระเบิดยัดปากเจ้าหนูเลย"

 

ชามาลหัวเราะแห้งๆ "อาการหนักแบบนี้คงต้องรอเวลาอย่างเดียวเท่านั้น"

 

"นานแค่ไหน?"

 

"ไม่รู้"  ชามาลตอบ "คงตลอดชีวิตมั้ง"

 

พลั่ก..!!!

 

                กำปั้นเพียวๆของยามาโมโตะทุบไปที่กำแพงด้วยความแค้นใจจนกำแพงร้าวเป็นรู  ขนาดหมอเถื่อนอันดับหนึ่งยังพูดแบบนี้  เขาจะช่วยโกคุเดระอย่างไง!

 

"เฮ้ยๆ บ้านหลังนี้เป็นของเจ้าม้าพยศนะ" ชามาลเตือนพลางถอนหายใจ "ถามจริงเหอะ แกมาที่นี่โดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไง? ถึงกับทำให้ฮายาโตะมันคลั่งขนาดนี้"

 

                ชายหนุ่มส่ายหัวและเอ่ยขึ้น "สึนะบอกแค่ว่าโกคุเดระป่วยใกล้จะตายเท่านั้นเอง..."

 

...แค่นั้นเอง ไม่รู้เรื่องอะไร... สมควรแล้วล่ะ...

...เป็นบทลงโทษของฉันสินะ  สึนะ...

 

"ตายอย่างงั้นเหรอ?" ชามาลหัวเราะหึในใจ "ตายทั้งเป็นสินะ  รวมทั้งแกด้วย"

 

...เจ้าหนูนี่ทำให้เขาแปลกใจจริงๆ ตั้งแต่ย้ายเจ้าฮายาโตะมาที่เกาะของม้าพยศเพื่อหลบการติดตามของวองโกเล่และนีโร่แฟมิลี่  รวมทั้งเรียกเจ้าหนุ่มผมดำมาที่นี่อีก...

 

                ชามาลมองสภาพชายหนุ่มทั้งสองคน  คนหนึ่งนอนอย่างสงบบนเตียง อีกคนทำหน้าอมทุกข์นั่งอยู่ข้างเตียงและจับมือซ้ายฮายาโตะตลอด

 

 เขานึกถึงคำพูดสุดท้ายก่อนที่เจ้าหนูวองโกเล่จะกลับไปที่ญี่ปุ่นบ้านเกิดของมัน

 

‘โกคุเดระทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้ผมมาโดยตลอด ถึงเวลาที่ผมจะตอบแทนแล้วล่ะครับ'

‘คนที่เจ็บปวดจะไม่มีแค่คนเดียวอีกต่อไป ระหว่างที่ผมไม่อยู่ฝากดูแลโกคุเดระด้วยนะครับ  และจะส่งยาดีมารักษา'

 

'ยาดีที่ว่าคือยาพิษสินะ' ชามาลบ่นในใจพลางส่ายหัว 'ให้ตายสิ เจ้าเด็กนี่มีเล่ห์เหลี่ยมมากที่คิดอีกนะ'

 

                ชามาลเดินออกจากห้องไปปล่อยให้เจ้าหนุ่มหัวดำดูแลกันเอง  อาการบาดเจ็บทางกายรักษาได้ถึงแม้จะหายและมีแผลเป็นก็แค่ของที่ระลึกให้นึกเจ็บใจเล่นๆ  แต่อาการบาดเจ็บทางใจต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนมันก็บาดลึกและทำร้ายจิตใจได้ทุกเมื่อไม่ต่างจากวันแรกที่ได้รับ

 

"เวรกรรมจริงๆฮายาโตะ" เขาเอ่ยได้เพียงเท่านั้น

 

                ขณะเดียวกันที่ญี่ปุ่น...

 

                ฮิบาริมองเรียวกังโบราณหลังใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า  ลมหายใจที่พ่นออกมามีไอสีขาวลอยออกมา  ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้หนาวกว่าที่ชายหนุ่มคิดไว้จึงทำให้เขาไม่ได้เตรียมผ้าพันคอผืนโปรดสีดำมาด้วย ส่วนเจ้าฮิเบิร์ดก็เข้าไปซุกที่กระเป๋าเสื้อสูทเพราะความหนาว

 

"ทำแบบนี้ดีเหรอครับคุณเคียว" คุซะคาเบะถามขึ้น "ปล่อยให้คุณซาวาดะอยู่ที่บ้านโดยที่ไม่มีการคุ้มครอง"

 

"เจ้าสัตว์กินพืชนั่นเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว" ดวงตาเรียวคมปลายตาไปมองคนสนิทที่กำลังยกกระเป๋าออกจากรถ

 

"และคุณดีโน่..."

 

"เดี๋ยวนี้นายพูดมากขึ้นนะเท็ตสึ" ฮิบาริเอ่ยอย่างไม่พอใจ  "ถ้าหากนายพูดชื่อนั้นอีก  ก็กลับไปซะ"

 

           ชายหนุ่มผมดำทรงรีเจนต์รีบเดินเข้าไปในเรียวกังทันทีจนคนสนิทเดินตามแทบไม่ทัน  แต่เพราะชินซะแล้วที่กับอารมณ์แปรปรวนของคุณท่าน  รวมถึงการที่เดินทางออกมาเที่ยวบ่อน้ำร้อนนอกเมืองนามิโมริอย่างกระทันหัน

 

             โดยเฉพาะเวลาที่ม้าพยศมาที่ญี่ปุ่นก็จะรีบเดินทางมาที่นี่ทันทีราวกับหลบหน้า  อันที่จริงเรียกว่า ไม่อยากจะพบหน้ากันเลยต่างหาก

 

              ทั้งคู่เข้าไปที่เรียวกังและพบกับพนักงานสาวที่สวมชุดกิโมโนที่กำลังคุกเข่าอย่างเรียบร้อย  เธอเอ่ยเสียงหวานต้อนรับ

 

"ยินดีต้อนรับค่ะคุณฮิบาริ  ดิฉันได้จัดเตรียมห้องไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ" และรีบพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาคมดุ "เอ่อ..เป็นเรือนเดิมที่ท่านชื่นชอบ..."

 

"ดี"

 

                ฮิบาริเดินผ่านพนักงานต้อนรับที่ยังยิ้มค้างอยู่  เธอลอบถอนหายใจเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินจากไป ทุกครั้งที่แขก VIP คนนี้เข้ามาพักทำให้พนักงานทุกคนที่เรียวกังอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งไป  แต่ก็ตอบแทนด้วยทิปมหาศาลให้ชื้นใจอยู่บ้าง

 

"ส่วนของคุณคุซะคาเบะก็เป็นเรือนธรรมดาเหมือนเดิมใช่มั้ยค่ะ" เธอกล่าวถึงห้องพักธรรมดาไม่เป็นเรือนแยกเหมือนเจ้านาย

 

"ครับ"

 

"ถ้าเช่นนั้นตามามาทางนี้เลยค่ะ" เธอนำทางให้ผู้ติดตามหนุ่มทรงผมรีเจนต์สุดประหลาด  และตรงระเบียงทางเดินไม้ขัดมันนั้นคุซะคาเบะก็ตกใจที่เจอคนรู้จัก

 

"อ้าว..เจ้าเท็ตสึยะนี่" โรมาริโอ้ร้องทัก "ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ไม่ไปคุ้มครองวองโกเล่หรือไง?"

 

"ทำไมคุณโรมาริโอ้ถึงอยู่ที่นี่ล่ะครับ" คุซะคาเบะถามกลับทันที หวังว่าคำตอบคงไม่ใช่อย่างที่คิดไว้

 

"ก็ตามบอสมาเที่ยวบ่อน้ำร้อนน่ะ  แหมที่นี่ใหญ่ หรูใช่ได้เลย" โรมาริโอ้เอ่ยชมจนพนักงานอดยิ้มไม่ได้เพราะเป็นเรียวกังเก่าแก่ที่ใหญ่โตที่สุดในเมืองหลวงเก่า  ผู้ที่เข้าพักถ้าไม่ใช่ระดับนักการเมืองหรือคนมีชื่อเสียง  ก็เป็นมหาเศรษฐีทั้งนั้น ขนาดพนักงานอย่างเธอถ้าพ่อแม่ไม่ใช่คนเก่าแก่ที่ทำงานมาก่อนคงไม่มีโอกาสมาทำงานที่นี่

 

                คำตอบที่ได้รับไม่ผิดจากที่คุซะคาเบะคิด ชายหนุ่มเป็นกังวลหวังว่าทั้งสองคนคงไม่บังเอิญเจอกันหรอกนะ...

 

                ขณะที่ฮิบาริเดินตรงไปยังเรือนพักของตนเอง เขาเห็นพนักงานแต่ละคนที่เดินผ่านต่างยิ้มกว้างไม่หุบและหัวเราะคิกคักทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจ  จะหัวเราะทำไมน่ารำคาญ.. และได้ยินแต่ละคนซุบซิบสนุกปาก

 

"แขกคนนั้นหล่อจริงๆเนอะ"

 

"ใช่ ยิ้มแต่ละทีทำเอาฉันใจเต้นไม่หยุดเลย"

 

...บ้าผู้ชายกันทั้งนั้น...

 

              ฮิบาริขมวดคิ้วและเดินตรงต่อไป  เพราะมัวแต่หงุดหงิดจึงทำให้ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตว่ามีใครบ้างคนเดินเลี้ยว มุมเข้ามา  ทำให้ทั้งคู่เดินชนกัน..

 

"ขอโทษนะครับ ปะ เป็น.." เสียงขอโทษขอโพยเอ่ยขึ้นแต่ก็ชะงักลง  เมื่อเห็นคนตรงหน้าชัดๆ "เคียวยะ?"

 

"แก...ดีโน่"

 

                ฮิบาริเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน  ทำไม? เจ้าซุ่มซ่ามนี่มันน่าจะอยู่บ้านเจ้าสัตว์กินพืชนั้น ทำไม?

 

                ยังไม่ทันที่ฮิบาริจะตั้งสติดีเขาก็ถูกคนตัวใหญ่ตรงหน้ารวบเข้าไปกอด  เสียงของดีโน่เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ

 

"เคียวยะ~~~!!!!"

 

"ปล่อย" ชายหนุ่มขัดขืนเต็มที่แต่ก็ถูกรัดแน่นกว่าเดิม "ปล่อยฉันเจ้าม้าบ้า!"

 

"ไม่ปล่อย..."

 

"แก...อยากตายนักใช่มั้ย!"

 

"ไม่!" ดีโน่เอ่ยย้ำเพื่อเตือนใจตัวเอง

 

 "จะไม่ปล่อยให้นายหนีอีกต่อไปแล้ว..เคียวยะ"

 

......................................................................................................TBC

 

 

ตัดจบ... คุริจะโดนแฟน D18 รุมประชาทัณฑ์หรือเปล่าเนี่ย  ยกยอดตอนหน้านะคะ  ตอนนี้ขอยกให้คู่ 8059 ไปก่อนเนอะ ฮา...

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ