[KHR Fic]+++พันธนาการ...(ภาค10ปี) [8059,D18] ตอนที่ 10
posted on 19 Jan 2012 20:12 by little-fin in Fanfiction, khr, Spoil
สวัสดีค่ะ~~
ตอนใหม่มาแล้ว จะพยายามปั่นลงต่อไปเรื่อยๆ (แต่ก็ช้าอยู่ดี
)
ก่อนอื่นขอตอบคอมเม้นต์ก่อน 
#1 By freyachan : โฮะๆ เรื่องนี้ดราม่ายันตอนสุดท้ายค่ะ เขียนไปเขียนมาเริ่มคิดว่าทำไมคุณฮิถึงได้ซึนแบบนี้นะ
#2 By Tiny Mole : ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ ตอนใหม่มาแล้วนะคะ
#3 By nanoni : ตอนหน้ายังเศร้ากว่านี้อีกค่ะ (คนแต่งชอบดราม่า) ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
#4 By นูนู่@Papytan : หุหุหุ เสียดายจัง คู่เกาะสวาทหาดสวรรค์เค้า (อุ๊บ) อยากรู้ต้องติดตามอ่านค่ะ
#5 By OnimizU : เฮียโน่มีแผนอะไรนา.... ต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ แต่ดราม่าแน่นอน ความจริงถ้าคุณนายฮิยอมคืนดีง่ายๆ ก็ไม่คุณฮิล่ะเนอะ (ปล. มุคุ เค้าพ่อสื่อค่ะเรื่องนี้)
#6 By IndigoMist : เฮียโน่เรื่องนี้ใจโลเลจริงๆ ค่ะ ทั้งที่อยากผูกมัดกับคนที่รัก แต่ก็ยังลังเลกับหน้าที่ แถมคุณฮิก็เป็นคนดีเกินไปอีก =[]=!!!
#7 By TWINs : ดีโน่มีเรื่องปกปิดอะไรนา.... ต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านเรื่องนี้นะคะ
เอ้าล่ะตอบจบแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า
Title : พันธนาการ (ภาค 10 ปี)
Author : Kukuri~~~
Pairing : Yamamoto X Gokudara [8059] ,Dino X Hibari [D18]
Rate : PG-13 (ตอนนี้เรตกลับมาเป็นเหมือนเดิม)
Summary : หากถ่าน ไฟเก่าปะทุขึ้นอีกครั้ง มัน จะลุกโชน... หรือมอดลงเป็นเถ้าถ่านดังเดิม?
หมายเหตุ อาจมีบางช่วงอ่านแล้วงงๆ ขออภัยล่วงหน้านะคะ m(_ _)m
บทนำ | ตอน ที่ 1 | ตอนที่ 2 | ตอนที่ 3 | ตอน ที่ 4 | ตอน ที่ 5 | ตอนที่ 6 | ตอนที่ 7 |ตอนที่ 8 | ตอนที่ 9
ตอนที่ 10
"ดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยสนุกเลยนะครับวองโกเล่"
ลี เชาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลิ้มรสไวน์ชั้นดีที่บริกรเพิ่งรินให้ ชายหนุ่มตาชั้นเดียวมองบอสแห่งวองโกเล่ที่ยังคงทำสีหน้านิ่งเฉย นับตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินจนมาถึงมาเก๊า แทบไม่เห็นว่าแววตาของชายหนุ่มคนนี้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
“ผมเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว” สึนะตอบเสียงเรียบ “นับว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ดีสำหรับการมาตั้งกาสิโน”
“งั้นคุณคิดว่ากาสิโนของโรงแรมบลูดราก้อนเป็นยังไงบ้างครับ” ลี เชาผายมือไปยังห้องโถงขนาดใหญที่บรรจุเครื่องเล่นกาสิโนหลากหลายชนิด ทั้งสล็อทแมชชีน รูเล็ท โต๊ะไพ่ ฯลฯ สึนะมองจำนวนนักพนันมากมายที่เข้ามาในห้องโถงและกำลังเล่นการพนันด้วยความ ตื่นเต้นปนระทึก
“นี่ถือเป็นส่วนเรียกน้ำย่อยเล็กๆ เท่านั้น” ชายหนุ่มตาชั้นเดียวอธิบาย ท่าทางและคำพูดคล่องแคล่วราวกับเป็นไกด์ทัวร์สถานที่ “ห้องบลูไดมอนอลังการกว่านี้หลายร้อยเท่า กาสิโนของวองโกเล่สิบแห่งรวมกันก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่านี้ถูกต้องมั้ยครับ”
“ครับ” สึนะยอมรับในความจริงข้อนั้น “กาสิโนของวองโกเล่เทียบอะไรไม่ได้เลยกับทางคุณ”
สึนะกวาดสายตาลงไปเบื้องล่าง มองการตกแต่งกับจำนวนเครื่องเล่นการพนันและแอบชื่นชมในใจไม่ได้...
...นี่สินะโรงแรมบลูดราก้อน มาเก๊า.....ฐานที่มั่นใหญ่ของเนโร่แฟมิลี่
...สมแล้วที่เป็นแฟมิลี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องกาสิโน..
...แน่นอน เรื่องเงินลงทุนคงมากมายมหาศาลเกินจินตนาการได้...
...ปัญหาก็คือ ได้เงินลงทุนเยอะแยะมากจากไหน?...
คิ้วเรียวของชายหนุ่มผมฟูมุ่นขึ้นเล็กน้อย ขนาดวองโกเล่เองถ้าไม่ทำธุรกิจควบคู่กับจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ก็ใช้เงิน หมุนเวียนไปไม่น้อย
“แต่สีหน้าคุณบอกว่ามีอะไรแคลงใจไม่ทราบว่าบอกผมได้มั้ยครับ” ลี เชายิ้มน้อยๆ
"ผมไม่ค่อยชอบคุยในที่คนเยอะๆนะครับ" สึนะเอียงคอและขยับรอยยิ้ม ชายหนุ่มผมฟูประสานมือบนตักอย่างวางท่า ดวงตาสีน้ำตาลกวาดไปรอบห้องรับรอง
...ตอนนี้ห่วงสถานการณ์ตรงหน้าดีกว่า...
ขณะนี้พวกเขาอยู่บนชั้นลอยเหนือห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยนักพนันที่ แวะเวียนมา ล้อมรอบห้องมีกระจกนิรภัยติดตั้งโดยสมบูรณ์แบบ และบอดี้การ์ดประมาณยี่สิบกว่าคนประจำการทุกซอกมุม
สึนะเอ่ยเสียงนิ่ง การจะออกไปจากที่นี่คงยากกว่าที่คิด “อีกอย่างคุณเองก็บอกผมว่ามาเพื่อเจรจา มาดูของพวกนี้จะได้ประโยชน์อะไร?"
เขาโบกมือปัดบริกรที่เดินเข้ามารินไวน์ให้ "ถ้ามีเรื่องอะไรก็พูดมาคุณลี เชา ผมไม่มีเวลาว่างจะคุยกับคุณหรอกนะ"
"จุ๊ๆ พูดแบบนี้ไม่รู้สถานะตัวเองเลยนะครับ" ลี เชาหัวเราะเบาๆ พลางลุกขึ้น "ตอนนี้คุณอยู่ใน "อาณาจักร" ของผมอยู่นะครับวองโกเล่"
ชายหนุ่มตาชั้นเดียวเดินเข้ามาใกล้สึนะ ก่อนจะเอาปืนจ่อที่ผมสีน้ำตาลของสึนะ "เอาล่ะ...เรามาเริ่มเจรจากันเลยดีมั้ยครับ เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย"
บริกรสาวในชุดกระต่ายเดินเข้ามาหาทั้งคู่ พลางวางถาดหนังสือสัญญาบนโต๊ะ
"ไม่มีอะไรมากครับแค่คุณเซ็นสัญญานี้ ทางเนโร่แฟมิลี่จะวางมือจากผู้พิทักษ์ของคุณที่ฆ่าบอสของพวกเรา และทางนี้ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับทางวองโกเล่อีก"
สึนะปรายตามองลี เชาที่ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มทางการค้า ขัดกับปืนที่จ่อศีรษะเขาอยู่
"ข่มขู่?"
"ไม่ใช่ครับ แค่เครื่องมือที่ช่วยให้ผมมั่นใจว่าการเจรจาครั้งนี้สำเร็จ"
....ข่มขู่ชัดๆ... สึนะลอบถอนหายใจในใจ แต่ภายนอกนั้นนิ่งสงบจนน่ากลัว อาจเพราะว่าชินซะแล้วกระมั้งที่โดนปืนจ่อหัวแบบนี้
"ขอผมอ่านสัญญาก่อนได้มั้ยครับคุณลี เชา"
"ตามสบายครับ ผมมีเวลาว่างเสมอครับวองโกเล่"
สึนะหยิบหนังสือสัญญาขึ้นมาอ่าน ดวงตากลมโตกวาดสายตาอ่านหนังสือสัญญาตั้งต้นจนจบ เด็กหนุ่มขมวดคิ้วนิดหนึ่งพลางอ่านสัญญาอย่างละเอียดอีกครั้ง สึนะวางหนังสือสัญญาลงและจรดปากกาขึ้นมาเซ็นตรงช่องยินยอม จุดไฟนภาบนสัญญาเป็นการยืนยัน
"หืม? เข้าใจอะไรง่ายดีนะครับ" ลี เชาลดปืนลงและหยิบสัญญาที่เพิ่งเซ็นไปหมาดๆ เขาสัมผัสเปลวเพลิงที่ส้มที่ยังลุกโชนในสัญญาก่อนที่ตาจะเบิกกว้าง
"....พวกแกออกไปก่อน ไว้ฉันเรียกค่อยเข้ามา"
ลี เชาสั่งเสียงเรียบ แต่เมื่อเห็นลูกน้องยังยืนทื่อจึงตะคอก "ออกไป!"
สึนะมองลูกน้องของลี เชาที่ออกไปข้างนอกอย่างเร่งรีบ "มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"หึ...ผมขอถามหน่อยสิ"
สึนะทำหน้าสงสัยพลางพยักหน้ารับ และเห็นลี เชาหยิบขวดไวน์มารินใส่แก้วไวน์สองใบ พลางยื่นให้วองโกเล่
"ทำไมคุณถึงยอมเซ็นง่ายๆ ล่ะครับ" ลี เชายังคงประดับรอยยิ้มการค้าอยู่
"สัญญาพวกนั้น ไม่มีอะไรที่วองโกเล่เสียผลประโยชน์นี่ครับ" สึนะส่ายหน้าไม่รับไวน์ที่ลี เชายื่นให้
"คุณต้องการให้วองโกเล่เลิกยุ่งพื้นที่แถบเอเชียตะวันออก ยกเว้นญี่ปุ่น ผมก็เห็นด้วย... เพราะยังไงพื้นที่บริเวณนี้วองโกเล่แฟมิลี่ก็ไม่มีทางแผ่อิทธิพลได้ครอบคลุม เหมือนเนโร่แฟมิลี่ แบบนี้ดีซะอีกผมเบื่อที่จะเถียงกับฝ่ายบริหารแล้ว"
สึนะอธิบายด้วยความจริงใจ พลางเอ่ยต่อ “และสั่งสอนให้ฝ่ายบริหารรู้ว่าการไว้ใจหนูสกปรกตัวหนึ่งมีแต่ผลเสียมากกว่า ผลดี ผลประโยชน์ที่ได้รับอย่างรวดเร็วยอมหมดไปเพราะความโลภ ผมพูดถูกต้องมั้ยครับคุณลี เชา ...และไม่ทราบคุณยัดเงินใต้โต๊ะให้ฝ่ายบริหารเท่าไหนถึงทำให้พวกนั้นทำ ตามอย่างกับสุนัขขี้เรื้อนแบบนี้ ”
ลี เชามองหน้าชายหนุ่มผมฟูก่อนจะหัวเราะออกมา มือที่ถือแก้วไวน์สั่นเพราะแรงหัวเราะ "ฮะๆ ใช่แล้ว!ผมเป็นคนยัดเงินให้ฝ่ายบริหารเอง!”
ชายหนุ่มใช้สายตาพิจารณาคนหน้าอีกครั้ง “คะ..คุณนี่ใช่ มะ..มาเฟียจริงๆ เหรอ ฮะๆ บอกผมที่เป็นศัตรูตรงๆแบบนี้เนี่ยนะ!! ฮะๆ"
สึนะขยับยิ้มให้ลี เชา "ทุกคนก็มักพูดแบบนี้ล่ะครับ"
"ฮะๆ ช่างเถอะ ผมก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง” ลี เชาขำจนน้ำตาเล็ด “พวกที่เป็นบอสธาตุนภาเป็นแบบนี้ทุกคนสินะ ฮะๆ"
ลี เชากระดกไวน์จนหมดแก้วก่อนจะหยิบขวดไวน์ขึ้นมาดื่มต่อ สึนะมองตามด้วยความสงบ เมื่อเห็นอีกฝ่ายดื่มไวน์เสร็จจึงเอ่ยขึ้น
"การเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ทราบว่าผมจะกลับได้หรือยัง?"
"จะรีบไปไหนครับวองโกเล่ ผมยังไม่พาคุณเดินทัวร์รอบโรงแรมบลูดรากอนของผมเลยนะครับ" ลี เชายกปืนขึ้นมาจ่อขมับของสึนะพลางฉีกยิ้มการค้าอีกครั้ง ใบหน้าเจ้าเล่ห์เริ่มแดงเพราะฤทธิ์ไวน์และขำมากจนเกินไป "ถ้าไม่รังเกียจจะพักอยู่ที่นี่ซักสองสามวันดีมั้ยครับ ผมชักถูกใจคุณซะแล้วสิ"
“ผมคิดถึงผมบ้านน่ะครับ”
“ผมมั่นใจว่าโรงแรมของผมทำให้คุณลืมบ้านหลังเล็กๆ นั้นได้ครับ”
“โรงแรมของคุณ นั้นสินะคุณอดีตเลขา” สึนะทวนคำ
“จะพูดไป...เพราะมือขวาคุณแท้ๆเรื่องนี้เลยง่ายขึ้นสำหรับผม” ลี เชาแสยะยิ้ม “โกคุเดระ ฮายาโตะเป็นยังไงบ้างล่ะ ได้เจอ
บอสของผมจนเป็นบ้าไปเลยนี่ได้ข่าว”
สึนะหันขวับไปที่ลี เชาทันที “โอ๊ะๆ เรื่องจริงหรือนี่ ...แหม ผมเองก็ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแบบนี้ น่าสงสารจริงๆ”
“คนที่น่าสงสารน่าจะเป็นคุณมากกว่านะ” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องหน้าลี เชาแทบไม่กระพริบ “คนเป็นลูกเขาทำแบบนี้กับพ่อแท้ๆหรือไงครับ คุณลี ไม่สิ.. เดเมียน ลี”
ความจริงเผยออกจากปากของสึนะ จนลีเชาผิวปากด้วยความชื่นชม เพราะบนโลกใบนี้มีคนรู้เรื่องนี้เพียงแค่สองคนเท่านั้น ไม่สิ....ถ้ารวมวองโกเล่รุ่นที่สิบก็เป็นสามคนแล้ว
“สมแล้วที่วองโกเล่...ไม่ทราบว่ารู้ได้ยังไงครับ”
"เอาปืนจ่อขมับชาวบ้านแบบนี้ถือว่าขอร้องหรือครับ คุณลี เชา ไม่สิ...บอสคนใหม่แห่งเนโรแฟมิลี"
สึนะมองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่า ผู้ชายคนนี้อันตรายและคงไม่ยอมรามือง่ายๆ ลี เชาเมื่อเห็นว่าวองโกเล่ไม่พูดอะไรจึงเอาปากกระบอกปืนจ่อขมับต่อ
"อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องสิครับ คำตอบล่ะครับวองโกเล่ ไม่ทราบว่ารู้ได้ยังไงครับ" ลี เชาถามอย่างนุ่มนวล
"..."
สึนะไม่ตอบอะไร ดวงตากลมโตของชายหนุ่มหลุบลง นึกถึงเอกสารที่มุคุโร่รายงาน...เพียงเพราะเขาวานให้มุคุโร่สืบหาความจริง ถึงได้ทราบเรื่องนี้
รวมทั้งเรื่องนั้นด้วย....
เขาไม่อยากรับรู้เลยจริงๆ
"เฮ้อ...น่าเสียดายจริงๆ" ลี เชาเมื่อเห็นร่างนั้นนิ่งเงียบจึงแสร้งถอนหายใจ ชายหนุ่มจับไหล่ของสึนะแน่น ปืนสีเงินจ่อขมับจนสึนะเริ่มรู้สึกตัว
"คุณ..."
ดวงตากลมโตของสึนะเบิกกว้าง
....ไม่จริง หรือว่า...
สึนะผุดตัวลุกขึ้นแต่จู่ๆ ร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเฉยๆ ความรู้สึกมึนชาแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง
...ยาชา!!...
"ตอนแรกผมอยากจะไว้ชีวิตคุณจริงๆ นะวองโกเล่" ลี เชาแสยะยิ้มเหี้ยมพลางส่ายหน้า “แต่คุณรู้มากขนาดนี้ เห็นทีคงปล่อยไว้ไม่ได้จริงๆ”
ลี เชาเหนี่ยวไกปืนช้าๆ
“ลาก่อนครับวองโกเล่”
ปัง!!!
......................................................................................................
“...รุ่นที่สิบ”
โกคุเดระเอ่ยโพล่งขึ้นมา ชายหนุ่มผมเงินมองท้องฟ้าสีขุ่นที่อยู่ข้างนอก นอกจากวันนี้อากาศวันนี้จะแย่สุดๆแล้ว ทำไมเขาต้องนึกเป็นห่วงรุ่นที่สิบตอนนี้ด้วยเนี่ย!!
ชายหนุ่มกัดฟันกรอดพลางกอดอกอย่างขัดใจ!! พลางลอบมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ วันนี้อุตส่าห์จะกลับไปหารุ่นที่สิบที่ญี่ปุ่นแท้ๆ ดันมีปัญหาตอนเปลี่ยนเครื่องเพราะพายุเข้าอีก...
“ชิ!! รู้แบบนี้น่าจะถอยเครื่องบินเจ็ทซักลำ”
“ไม่เอาน่าโกคุเดระ อีกไม่นานก็ได้เจอสึนะแล้วล่ะ” ยามาโมโตะพูดเสียงร่าเริงพลางยื่นแก้วกาแฟร้อนที่เพิ่งซื้อมาให้ “ทุกคนเองก็ไม่ได้ไปเหมือนกัน คิดว่าเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวฮ่องกงแล้วกันเนอะ~”
“แกเอ็งก็เหมือนกันไม่ห่วงรุ่นที่สิบหรือไง!” โกคุเดระยกกาแฟขึ้นมาซดอย่างขัดใจก่อนจะพ่นพรวดออกมา
ระ...ร้อน!!
“แค่กๆ!! เจ้าบ้าทำไมมันร้อนแบบนี้เนี่ย!”
“...ก็กาแฟร้อนนี่” ยามาโมโตะตอบหน้าเอ๋อๆ และรีบลูบหลังบางของโกคุเดระ “เป็นไงบ้าง?”
“ปากพองหมดแล้วเจ้าบ้า!” โกคุเดระหันหน้ามาค้อนแต่ก็โดนยามาโมโตะยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผงะ ยามาโมโตะขยับหน้าเข้ามาใกล้โกคุเดระพลางไล้มือบนริมฝีปากของอีกฝ่าย...ก่อน จะจูบอีกฝ่ายเบาๆ
“ทะ..ทำอะไรน่ะ!” โกคุเดระเบือนหน้าหนี ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงเรื่อจนยามาโมโตะอดยิ้มไม่ได้
“วิธีรักษาให้หายไวๆ ไง” ยามาโมโตะตอบพลางลูบผมสีเงินนุ่ม เขาขยับตัวแนบชิดโกคุเดระสูดกลิ่นหอมของอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน และจูบที่ต้นคอขาว
“พะ พอได้แล้ว!!” โกคุเดระลุกขึ้นหนี ถึงที่นั่งพวกเขาจะไม่ค่อยมีคนพลุ่กพล่านก็เถอะ แต่มันอายเฟ้ย! “เมื่อไหร่เครื่องบินจะออกซักทีเนี่ย!!”
โกคุเดระเดินหนีไปที่เคาเตอร์อย่างเขินๆ ใบหน้านั้นแดงจนลามถึงใบหู ...ฝากไว้ก่อนเถอะเจ้าบ้า!
“โกคุเดระอ่ะ...” ยามาโมโตะร้องด้วยความเสียดายก่อนจะหันมาดูท้องฟ้าภายนอก... ท้องฟ้าสีขุ่นที่เต็มไปด้วยเมฆครึ้มที่ก่อตัวแน่น
ชายหนุ่มผมดำขมวดคิ้วมุ่น เขาเองก็เป็นห่วงสึนะ...และนึกถึงคำสั่งสุดท้ายที่สึนะโทรมาตอนอยู่บนเกาะส่วนตัวที่อิตาลี
“ยามาโมโตะ...พาโกคุเดระกลับมาที่ญี่ปุ่นได้แล้วล่ะ”
“เรื่องทั้งหมดฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว”
“สึนะ...นับตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ติดต่อกลับมาเลย” ยามาโมโตะพึมพำ ....เพราะเหตุนี้เขาเลยรีบพาโกคุเดระกลับมาญี่ปุ่น รู้สึกใจคอไม่ดีเลยจริงๆ ถึงเจ้าหนูรีบอร์นบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
“ท่าทางไม่เหมือนคนมีความรักเลยนะยามาโมโตะ ทาเคชิ”
เสียงเรียบนิ่งแฝงความเย็นชาดังขึ้น ยามาโมโตะหันไปมองผู้มาใหม่ก่อนจะเบิกตากว้าง ชายหนุ่มผมดำสั้นในชุดสูทเรียบเดินเข้ามาหายามาโมโตะพร้อมคนติดตามคู่ใจ
“ฮิบาริ!!?”
“เจ้านั้นไปไหนซะล่ะ?” ฮิบาริกอดอกพลางถามเสียงเรียบ “แกมาคนเดียว”
“อ้อ...โกคุเดระไปถามพนักงานที่เคาเตอร์น่ะ” ยามาโมโตะหัวเราะแหะๆ พลางเกาท้ายทอย “คงไปโวยพนักงานเรื่องเครื่องบินดีเลย์ อย่างว่ามันก็หลายชั่วโมงแล้วนี่นา”
“ฉันสั่งให้เครื่องบินหยุดเอง”
“เอ๋!!...” ยามาโมโตะร้องขึ้นมาอย่างงงๆ เขามองหน้าฮิบาริที่ยังคงสีหน้าเรียบอยู่ “ทำไมล่ะ?”
เกิดความเงียบระหว่างคนทั้งคู่ คุซาคาเบะมองแอบชำเลืองมองเจ้านายตัวเองที่ยังนิ่งเงียบ
“ยามาโมโตะ ทาเคชินายเลือกเส้นทางที่จะเป็นมาเฟียแล้วสินะ เพราะเรื่องที่ฉันจะพูดเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาเฟีย” ฮิบาริเอ่ยขึ้น
“คนธรรมดาไม่สิทธิ์ที่จะรับรู้เรื่องนี้....”
ฮิบาริจ้องคนตรงหน้าจริงจัง ยามาโมโตะรับรู้ได้ถึงจิตสังหารอ่อนๆ ที่แผ่ออกมาจากฮิบาริ
“...เกิดอะไรขึ้นฮิบาริ" ยามาโมโตะเอ่ยขึ้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ฮิบาริมาพูดกับเขาแบบนี้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด “เกิดอะไรขึ้น เกี่ยวกับสึนะรึเปล่า...”
“ต่อจากนี้ไปนายอาจจะได้ฆ่าคนอีก ไม่ใช่เพียงหนึ่งแต่จะมีมาเรื่อยๆ นายจะยอมรับได้เหรอ” ฮิบาริเอ่ยเสียงเรียบต่อไป
“ฮิบาริ! ” ยามาโมโตะถามเสียงเข้ม ต้องเกิดเรื่องกับสึนะแน่! ไม่อย่างนั้นฮิบาริคงไม่ออกโรงเช่นนี้ "เกิดเรื่องกับสึนะใช่มั้ย!"
ยามาโมโตะจับไหล่ฮิบาริแน่น ดวงตาสีเข้มคาดคั้นคำตอบจากปากชายหนุ่มตรงหน้า แต่ฮิบาริกลับโยนโทรศัพท์มือถือกับกระเป๋าตังค์ให้
“ยามาโมโตะ ทาเคชิ ผู้พิทักษ์แห่งพิรุณ วองโกเล่แฟมิลี่” ฮิบาริพูดอย่างจริงจัง “นายจะรับภารกิจของวองโกเล่หรือไม่?”
“....เกี่ยวกับสึนะใช่มั้ย” ยามาโมโตะพูดเสียงเครียดพลางจ้องฮิบาริที่กระตุกยิ้มเย็นออกมา
...ใช่ จริงๆ ด้วย...
“คำตอบล่ะ” ฮิบาริยังแย้มยิ้มเย็นต่อ
“รับภารกิจ” ยามาโมโตะพูดเสียงขรึม
“เจ้าสัตว์กินพืชซาวาดะ โดนเนโร่แฟมิลี่จับตัวไป” ฮิบาริหาวหวอดราวกับไม่รับรู้เรื่องร้ายแรงที่เอ่ยออกมา ผิดกับยามาโมโตะที่ดวงตาเบิกกว้าง
“รายงานล่าสุดบอกว่าสัญญาณชีวิตของซาวาดะ สึนะโยชิหายไปเมื่อไม่กี่นาทีนี้”
“...เรื่องจริง” ยามาโมโตะหลังจากตั้งสติได้ถามขึ้น “สึนะ... โดนจับตัว?”
ชายหนุ่มไม่กล้าพูดคำว่าตาย ถ้าเครื่องส่งสัญญาณชีวิตที่ฝั่งไว้กับตัวหายไป ตีความได้อย่างเดียว
...ความตาย...
....แต่เขาจะไม่มีวันเชื่อโดยเด็ดขาด...
“คิดว่าฉันล้อเล่นหรือไง” ฮิบาริพูดอย่างไม่พอใจ “ทราบใช่มั้ยว่าต้องทำอะไรต่อไป”
ยามาโมโตะมองของที่อยู่ในมือ ชายหนุ่มนำนิ้วแกนบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือพลันหน้าจอก็แสดงรายละเอียดของ ภารกิจที่ต้องทำ ทั้งสถานที่ พิกัด และจุดหมาย คล่องแคล่วเสียจนฮิบาริเอ่ยปาก
“ดี นึกว่าต้องสอนตั้งแต่ต้น”
ยามาโมโตะหันไปมองฮิบาริแว่บหนึ่ง พลางยิ้มแห้ง “...ฉันก็เคยใช้เหมือนกันนะ แต่ชื่อปลอมเหมือนคนจีนไปหน่อย"
“โรงแรมบลูดราก้อน มาเก๊า” ยามาโมโตะพูดขึ้นหลังจากทราบภารกิจ แปลว่าสึนะต้องอยู่ที่นั้นแน่ เขาหันไปถามฮิบาริที่เริ่มเล่นเจ้านกสีเหลืองด้วยใบหน้าเฉยเมย “ดูนายไม่ค่อยเป็นห่วงสึนะเลยนะว่าจะเป็นจะตาย”
“หึ...เจ้านั้นมันจะเป็นอะไรไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันนี้” ฮิบาริกล่าว มองหน้ายามาโมโตะ “ฉันแค่มาตามคำขอของเจ้าหนู ไม่ว่าเจ้าสัตว์กินพืชนั้นจะอยู่หรือตายแกต้องพากลับมา นั้นคือ ภารกิจของนาย”
“เจ้าหนู?” ยามาโมโตะทวนคำ พลันสายตาของชายหนุ่มก็หรี่ลงราวกับครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง
“แล้วโกคุเดระล่ะ?”
“ฉันจะรับกลับญี่ปุ่นเอง” ฮิบาริตอบสั้นๆ
“ขอบใจ ฮิบาริ”
ยามาโมโตะบอกขอบคุณคนตรงหน้าก่อนจะหันหลังจากไป ฮิบาริมองแผ่นหลังของยามาโมโตะที่กลืนหายไปกับผู้คนในสนามบิน
“เท็ตสึ” ฮิบาริต่อโทรศัพท์ไปหาคนสนิท
“ครับ” คุซาคาเบะที่อยู่ปลายสายรีบตอบรับทันที “ผมอยู่กับคุณโกคุเดระแล้วครับ กระผม..ดะ เดี๋ยวก่อน! คะ.. คุณโกคุเดระ!!”
เสียงคุซาคาะเบะขาดหายไป พลันเสียงโวยวายแสบหูดังขึ้น จนฮิบาริขมวดคิ้ว
“เฮ้ย!! นี้มันเรื่องอะไรกันฮิบาริ!!”
“ท่าทางดูจะสบายดีนะ โกคุเดระ ฮายาโตะ” ชายหนุ่มผมดำถามเรียบๆ
“นี่มันเรื่องอะไร!! อธิบายมาสิเฟ้ย!!” เสียงของโกคุเดระยังคงโวยวายไม่หยุดจนฮิบาริดึงโทรศัพท์ออกจากหูเล็กน้อย
“เข้าใจอะไรยากจริงนะ” ตาเรียวคมมองไปยังท้องฟ้าสีขุ่นที่ตอนนี้เริ่มมีฟ้าแลบพาดผ่าน “หรือประสาทกินจนต้องให้อธิบายซ้ำสอง โกคุเดระ ฮายาโตะ”
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันฮิบาริ! ทำไมแกต้องมารับฉันกลับญี่ปุ่น เจ้าบ้าเบสบอลจู่ๆก็ติดต่อไม่ได้ เกิดเรื่องขึ้นใช่มั้ย!”
“หึ...ก็รู้แล้วนี่” ฮิบาริตอบเสียงเย็นชา
“เกิดอะไรขึ้น!! บอกมาสิเฟ้ย!”
“น่ารำคาญจริงๆ แค่นี้ล่ะ” ฮิบาริตัดสายทิ้ง แต่ก็ยังได้ยินเสียงโวยวายดังลอดมาอยู่ดี “เฮ้ยเดี๋ยวสิ!”
ชายหนุ่มผมดำเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสูทตามเดิมพลางเดินกลับไปที่จุดนัดพบที่ บอกกับเท็ตสึก่อนหน้านี้ ดวงตาเรียวสีดำมองตรงไปข้างหน้า ผู้คนที่เดินผ่านฮิบารินั้นต่างสะดุ้งกับแววตาสีนิลที่คล้ายจะแช่แข็งถ้า เผลอไปสบเข้า เจ้านกน้อยสีเหลืองที่บินคลอเคลียเจ้านายร้องดังขึ้น
“ฮิบาริๆ เข้มแข็งๆ”
“เธอเข้าใจผิดแล้ว”
ฮิเบิร์ดร่อนลงบนไหล่บางพลางร้องต่อ “ดีโน่ๆ”
“หึ.. เธอคิดว่าฉันยังคิดถึงเจ้านั้นหรือไง” ฮิบาริพูดกับนกน้อยเบาๆ “ฉันไม่ได้คิดถึงเจ้าม้าพยศนั้น”
“ดีโน่ๆ”
“หยุด..”
“ดีโน่ๆ”
“...”
ฮิบาริหยุดเดินพลางมองเจ้านกน้อยที่บินหายไปกับฝูงชน เสียงฟ้าร้องดังมาอีกรอบพร้อมกับเม็ดฝนที่ตกลงมา
“พายุหลงฤดูอย่างนั้นเหรอ...” ฮิบาริเอ่ยพึมพำ หวนนึกเหตุการณ์ในอดีตและนึกขันตัวเองที่ทำตัวไร้เดียงสาแบบนั้น “เพราะอะไรถึงทำตัวแบบนั้น ไม่เข้าใจจริงๆ”
“ฮิบาริ!!”
ชายหนุ่มผมดำขมวดคิ้วไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของโกคุเดระที่เดินนำหน้าคุซะคาเบะมา
“ฮิบาริบอกมาเลยว่าเกิดอะไรขึ้น!!” โกคุเดระเดินเข้าประชิดฮิบาริทันที มือทั้งสองขยุ้มเสื้อสูทของฮิบาริจนยับ “เจ้าบ้าเบสบอลด้วยมันหายหัวไปไหนตอบมาสิเฟ้ย!”
“เป็นแค่สัตว์กินพืชป่วยๆ ยังคิดจะหาเรื่องฉันอีกหรือไง โกคุเดระ ฮายาโตะ”
ชายหนุ่มผมเงินตะโกนเสียงดัง ไม่สนใจแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวฮิบาริ เพราะเขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!
“ตอบมาฮิบาริ!”
“ปล่อย ไม่งั้นฉันจะขย้ำแกให้ตาย”
“ก็ทำซีเฟ้ย!!”
ฮิบาริจ้องโกคุเดระด้วยสายตาเย็นชา เรื่องมากน่ารำคาญไม่น่ารับงานนี้มาเลย ชายหนุ่มผมดำสะบัดตัวหนีแต่จู่ๆ ภาพที่อยู่เบื้องหน้าก็ดับวูบกลายเป็นความมืด ก่อนจะเซไปข้างหน้า
“อย่าหนีสิ!” โกคุเดระยังตามไม่ลดละ แต่เมื่อคว้าไหล่ฮิบาริเขาก็โดนฉุดให้ล้มลงไปด้วย “เฮ้ย!! ฮิบาริ!!?”
ร่างของชายหนุ่มผมดำล้มลงกับพื้นเบื้องหน้า ฮิบาริได้ยินเสียงแว่วๆ ของเจ้าสัตว์กินพืชที่ร้องโวยวายอยู่ข้างๆ น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเป็นห่วงคล้ายใครบางคน...
...เคียวยะๆ...
เจ้าม้าพยศมักชอบเรียกจริงของเขาเสมอ ทั้งที่บอกหลายครั้งแล้วว่าไม่ชอบแต่ก็ขัดคำสั่งเสียทุกครั้ง
...แต่ต่อไปนี้คงไม่มีอีกแล้วสินะ....
เปลือกตาบางของฮิบาริเลื่อนลงพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่ดับวูบไป
...................................................................................................TBC
TALK!!
ก่อนจะพูดถึงฟิค คุคุริขอสครีมค่ะ!! เพราะสปอย reborn ตอนใหม่ล่าสุด! (ตอนที่ 369) มันเซอร์วิสชัดๆ
ทั้ง 8059 R27 69F อร๊ายยยยย!!!!
อาจารย์อามาโนะ Good Job!! ตอนหน้าขอ D18 นะคะ หรือ DS ก็ได้ *โดนป๋าแซนเป่าหัว*
*หมายเหตุ สปอยนะคะ* แถมสครีมตามใจฉันอีก เค้าแค่อยากโฮกกก
F69 (คุณมุเริ่มหันมาชอบโชตะแล้วสินะ ฮา)

ใส่ใจกันมาก มองแว่บแรกนึกว่าแม่ - ลูก (โดนคุณมุกระซวก)
8059
(นี่มันจักรยานคู่รักชัดๆ เซอร์วิสโฮกกกกก)

ยามะแกวางแผนแล้วสินะ!! แอบเอาจักรยานมาวางตรงนี้ใช่มั้ย!! (?)
และสุดท้าย อันนี้สปอยมากขอลงลิงค์แล้วกัน
R27 >>> กดลิงค์เลย
โฮกกกกกก รีบอร์นเสะมากกกกก นี่แหละมาเฟียของแท้ เค้าไม่เคยเชียร์ R27 แบบนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย!! (เพ้อ)
อะแฮ่ม.. เพ้อจบแล้วมาคุยถึงฟิคต่อ ใกล้เวลาที่เรื่องจะคลี่คลายแล้ว ปริศนายังคงเผยออกมาที่ละน้อย (ให้คนอ่านงงเล่น แฮ่)
ตอนต่อไปดราม่าแน่นอนค่ะ ตอนนี้คนแต่งกำลังปวดหัวว่าทำยังไงให้คนอ่านอ่านแล้วเข้าใจ เรื่องของสองคู่สลับซับซ้อนมาก แถมตัวการใหญ่ยังเป็นคนที่คาดไม่ถึงอีก (เชื่อว่าคนอ่านคงพอเดาออกแล้ว)
งั้นไว้เอนทรีย์หน้าค่อยพบกันใหม่นะคะ 
ปล. เห็นจักรยานในสปอยแล้วมันบางแสนมากเลยอ่ะ!!!
ปลล. R27 R27 R27 R27 R27 R27 R27 R27 R27 R27 R27 R27 R27 R27 (บ้าไปแล้ว)




