...คนที่ในยามเช้า มักจะมานั่งในห้องรอเข้าคาบเรียนด้วยการอ่านหนังสืออยู่คนเดียวเสมอ

ทันทีที่เอ่ยปากพูด เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะของทุกคนจะหยุดลง เงียบสนิท หยุดเรื่องที่สนทนากันอยู่

ในเวลาทานข้าวก็ต้องนั่งทานคนเดียว กลับบ้านก็ต้องเดินกลับเพียงคนเดียว

งานกลุ่มเป็นสิ่งที่ลำบากมากๆ เพราะต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอเข้ากลุ่ม ซึ่งมักจบลงด้วยการถูกปฏิเสธ และต้องทำงานคนเดียวอยู่บ่อยครั้ง

ไม่ได้เป็นคนไม่เอาอ่าวหรอกนะ หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้ว ขี้เหร่อะไร ปัญหาอะไรกับใครก็ไม่มีทั้งนั้น

แต่ก็ไม่เป็นที่ต้องการของใครเหมือนกัน ไม่มีใครคบ ถูกรังเกียจ ไม่ชอบขี้หน้า ถูกกลั่นแกล้ง และกีดกันออกจากกลุ่ม

แม้จะอยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก ก็เหมือนกับว่าอยู่เพียงลำพังคนเดียวเสมอ

ไม่สามารถที่จะหัวเราะดังๆ ผลิยิ้มด้วยความยินดี หรือร้องไห้เสียใจ ต่อหน้าใครได้เลย

ต้องแบกรับความเหงา ความเศร้า ความอึดอัด เอาไว้ในใจตลอดปีการศึกษา โดยที่ไม่มีใครที่เรียกได้ว่า เพื่อนสนิท เลยสักคน

ในชั้นเรียนของพวกคุณมีคนแบบนี้อยู่บ้างไหม ??

 

เครดิต http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7152994/A7152994.html

 

ไปเจอกระทู้แนะนำนี้ที่พันทิป  อ่านแล้วรู้สึกจี๊ดดดด...นึกถึงตัวเองเป็นอย่างแรก.. 

ใช่เราเป็นคนๆหนึ่งที่เป็นแบบนี้  เรียกง่ายๆว่าเป็นตัวเสนียดประจำห้อง..  หรือถ้าให้พูดแบบดูดีหน่อยน่าจะเรียกบุคคลไร้ตัวตนประจำห้อง...

 

จำได้ว่าเผชิญกับปัญหานี้ตั้งแต่ ม.1 จนถึง ม.6 ชีวิตในแต่ละวันทรมานมากกับการต้องไปโรงเรียนในแต่ละวัน  และรู้สึกแฮปปี้ที่มีวันหยุด  ยิ่งวันหยุดยาวๆยิ่งชอบ...  เพราะไม่อยากไปโรงเรียน  ไม่อยากเจอใครที่โรงเรียน

 

เคยถามหลายคนเหมือนกันว่า  เรามีอะไรผิดปกติ?  ทำไมถึงไม่ยอมคบกับเรา?  หรือว่าเราทำอะไรผิดถึงได้ทำกันถึงขนาดนี้?  

แต่พวกเขาก็บอกย้ำว่า  เราไม่มีอะไรผิดปกติ  พูดแค่นี้แล้วก็เดินจากไป...ไม่บอกอะไรเรา...  นึกแล้วก็อยากจะร้องไห้  แต่เพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าเราอ่อนแอจึงไม่ร้องออกมา

 

อย่างที่เค้าเขียนไว้  แม้จะอยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก ก็เหมือนกับว่าอยู่เพียงลำพังคนเดียวเสมอ...

เรารู้ซึ้งถึงคำนี้ดี  เพราะเราเผชิญกับมันตลอดหกปี... อยากบอกว่ากับทุกคนว่า  ความเหงาที่เสียดแทงลึกถึงกระดูกดำมีจริง...

 

เวลาทำงานกลุ่มก็ไม่มีใครรับเราเข้าทำงาน  ต้องแบกหน้าไปหาอาจารย์ ตีสีหน้าเรียบ บอกว่าขอทำงานเดี่ยวค่ะ  พออาจารย์ถามเราก็ตอบเพียงคำเดียวสั้นๆ

 

"ไม่มีใครรับหนูเข้ากลุ่มค่ะ..."

 

มีอาจารย์บางคนที่เห็นใจเรา   ฝากเราเข้ากลุ่มไปด้วย... แต่รู้มั้ยว่าเราเจออะไร?

ไม่มีใครพูดกับเราซักคน  ที่มีก็แค่คำสั่งบอกว่าให้ทำนู่นทำนี้  โอเค..เราก็รับคำสั่งทำงานไปเรื่อยๆ  พอหมดชั่วโมงเรียน  เราก็ได้ยินคำพูดของเพื่อนที่บ่นดังๆราวกับให้เราได้ยิน...

"ให้ตายซิ  กลุ่มเรา ซ-ว- ย  จริง  ทำไมต้องทำงานกับยัยนี่ด้วย" และก็ว่าอาจารย์ที่ดันเราเข้ากลุ่มเค้า...

 

            เราเองก็อยากตอบโต้ไปเหมือนกันว่า  เราเองก็ไม่อยากเข้ากลุ่มพวกเธอเหมือนกัน...  แต่เพราะอาจารย์สั่งเราถึงต้องมาอยู่กับพวกเธอไง...  และอีกอย่างเราทำอะไรผิด  งานที่สั่งเราก็ทำเต็มที่  ไม่มีเหมือนพวกเธอบางคนที่ไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ  และได้คะแนนเหมือนกัน

ฟังดูเหมือนกับเราหยิ่งในศักดิ์ศรีเลยเนอะ  แต่เราก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร อยู่เงียบๆของเรา  เพราะถ้าพูดไปมันก็ไม่ส่งผลดีกับเรา

 

เราโดนแกล้งสารพัด  เหมือนพวกนางเอกการ์ตูนญี่ปุ่นโดนนั้นแหละ  ทั้งโดนขังในห้องน้ำ   ขโมยรองเท้าบ่อยๆ (ฉันต้องเดินกลับบ้านด้วยรองเท้าแตะ  จนแม่ถามว่าที่โรงเรียนขโมยมันเยอะเหรอ  ทั้งที่ความจริงคนในห้องเราไม่เคยมีใครรองเท้าหายเหมือนฉัน) 

ยังเคยโดนพวกหัวโจกในห้อง  เอามีดพับมาจ่อคอหอยขู่เอาเงินยังเคย!!!

 

ฉันเคยร้องไห้ให้คนมาช่วย  ....แต่เสียดายนี่มันชีวิตจริง  ไม่มีใครหรือพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเลย  ยังเคยหวังเล็กๆว่าไม่นานจะมีคนช่วย  แต่สุดท้ายคนที่มาช่วยเราก็เป็นแม่บ้านและลุงภารโรงที่ได้ยินเสียงเรา...

 

 

เป็นเรื่องลำบากใจสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งนะที่เจอเหตุการณ์แบบนี้  ตลอดหกปีที่เจอแบบนี้  เทอมละสองสามครั้ง  เป็นเรื่องปกติ... 

เรื่องเหล่านี้ฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟัง  แม้กระทั่งพ่อแม่  เพราะกลัวพ่อแม่จะเป็นห่วงเรา 

เคยคิดอยากจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ  แต่เพราะเรายังมีพ่อและแม่อยู่... ความคิดนี้เลยหยุดยั้งเรา  ไม่ให้เราทำอะไรขาดสติ... 

อีกอย่างฉันก็กลัวบาปด้วย  ก็พระพุทธองค์ท่านกล่าวว่า  คนที่ฆ่าตัวตายนั้นบาปหนักยิ่งกว่าการฆ่าผู้อื่นเสียอีก  ขนาดตัวของเราเคยยังฆ่าได้...

 

เคยคิดเหมือนกันว่า  น้ำตาที่เราแอบร้องไห้เงียบๆ มาตลอดหกปี  มันเกินหนึ่งลิตรหรือเปล่า?  เพราะชีวิตตอนนั้นมันช่างอับเฉาสิ้นดี...

 

 

เขียนไปซะยาวเลย...  ตอนแรกแค่จะเขียนนิดเดียวแต่ท่าทางเราคงจะนึกถึงความหลังมากไปหน่อย... 

และเราก็มารู้ภายหลังว่าที่เราพบชะตากรรมแบบนี้มาเกือบหกปี  ก็เพราะเพื่อนผู้หญิงในห้องคนหนึ่ง

 

"แบนเรา..."

 

แบนไม่ว่า  ...เขายังพูดใส่ร้ายเราต่างๆนา  จนเพื่อนในห้องเกลียดเรา  ไม่คิดเลยว่าน้ำคำคนจะทำให้คนเราเปลี่ยนทัศนะคติคนได้  พูดตรงๆเพื่อนผู้หญิงที่แบนเรานั้นนับว่า  เป็นคนโดดเด่นที่สุดในห้องของเราตอนนั้นเลย  เพราะเป็นนักกิจกรรมและเป็นคนที่พูดเก่งเข้ากับคนอื่นได้ง่าย

 

ส่วนสาเหตุที่เขาแบนเรา  ก็เพราะว่าหมั่นไส้เรา...

 

เอ่อนะ  ชีวิตคนๆหนึ่งพังลง  เพราะโดนผู้หญิงหมั่นไส้เนี่ยนะ  อยากหัวเราะจังสมองของเธอทำด้วยถั่วเขียว

เรอะ...!!!!

 

บอกตรงเๆลยนะว่า  ช็อกเหมือนกันที่รู้ความจริง  แต่พอฝ่ายช่วงเวลานั้นมาได้มันก็เป็นเหมือนเรื่องขี้ปะติ้วเลย 

 

 

แต่เราก็ได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดี  เพราะแบบนี้เราถึงรับมือกับความเหงาได้ดีกว่าใครๆ เพราะการทำอะไรด้วยตัวคนเดียวเป็นเรื่องปกติเสียแล้ว  

 

 ตอนนี้ชีวิตของเราแฮปปี้ค่ะ  ได้เข้ามหาวิทยาลัย มีความสุขและมีเพื่อนใหม่เยอะแยะ ขอให้ทุกคนคิดเอาไว้ว่าต่อให้มีเรื่องหนักๆเข้ามาในชีวิต  ขอให้นึกถึงครอบครัว  พ่อแม่ของเราเอาไว้ 

เพราะต่อให้เราโดดเดี่ยวบนโลกใบนี้...

คนที่ยืนเคียงข้างเราตลอดชีวิตโดนไม่หวังสิ่งตอบแทนก็คือ  พ่อแม่ของเราค่ะ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เราเองเป็นคนหนึ่งที่เงียบๆ  เดินคนเดียวเกือบทุกกลางวัน
มาวันหนึ่งมีงานกลุ่ม เราเสนอความคิดไป  ตอนแรกๆก็เอาไอเดียเรา  แต่พอหัวหน้าเสนอ...
...เลือกไอเดียหัวหน้า...
เราเองเคยทำบ้าง  แต่พอรู้ว่ามันไม่เวิร์ค  เราเลยทำแบบของตัวเอง  ปรากฏว่ามีเราคนเดียวที่ทำถูกและไม่โดนตี
ถึงมันจะเป็นเรื่องเล็กๆสำหรับใคร  ต่อโคตรสะใจสำหรับเราที่ไม่มีใครฟังไอเดียและสะใจที่คนอื่นโดนตีค่ะ!
...เราไม่สงสารเพื่อน  เพราะเพื่อนเองไม่เคยมาสนใจเราเหมือนกัน...

ยินดีด้วยความสุขในช่วงเวลาใหม่นะคะ ^^

#7 By สาวสวยแล้วกันจ้า หนุ่มหน้าหวานแล้วกันครับ (103.7.57.18|118.172.176.83) on 2012-05-30 20:37

ในชั้นผมต้องมีชัวรืแล้วคนนั้นก็คือผมเนี่ยแหละ- -

#6 By nameless (125.24.2.105) on 2011-03-15 20:16

ดีใจด้วยนะคับ ^^
ที่พ้นช่วงเวลาแบบนั้นมาได้
ผมก้อเป็นแบบคุนเหมือนกันคับ
แต่จะน้อยกว่านี้เยอะหน่อย
เหงาๆบางทีอยากร้องไห้
แต่ไปๆมาๆก้อชินเองหล่ะคับ

55+

สู้ๆ คับ !!confused smile

#5 By Misty (118.172.12.220) on 2011-01-05 21:03

ดีขึ้นแล้วก็ดีใจด้วยค่ะ แต่ชีวิตแบบนี้ก็แย่พอสมควรนะคะ ถ้าจิตใจเข้มแข็งพอก็ดี เราคิดว่าแต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเองแต่คนที่แบนเรานี้เหตุผลไม่ได้เรื่องเลย มันน่านักเชียว

#4 By mo-ko on 2009-01-17 17:11

เหมือนเราเลยเราก้เปงนะแต่เปงตอนปอ4-6แล้วก้มอ1-3นะเราโดนผู้ชายไนชั้นรังเกียจพวกผู้หยิงก้อไม่มีครายอยากคุยเราก้งงอะนะว่าเราไปฆ่าพ่อแม่แกเรอะถึงมาทำแบบนี้กับเราตอนนั้นเราร้องไห้ทุกว่าเรยละconfused smile แล้วแม่เราก้เปงครูไนโรงเรียนอะนะแล้วมีวันนึงเราฟิวล์ขาดเลยเอากรรไกรวิ่งไล่ไปทั้วเพราะมันมาว่าพ่อแม่เราแล้วก้เราพอเราบอกแม่นะแม่ก้อด่าเราว่าไปเปงคนแกล้งมันก่อนตอนนั้นเราอึ้งไปเลยwink ว่าทัมไมละทีลูกตัวเองพูดไม่เชื่อวันนั้นเราไม่พูดไม่มองหน้าแม่เรยละ

หว่ามาบ่นสะยาวsad smile ขอไห้เจอเพื่อนดีๆนะคะ

#3 By ~kuRo-lAn* on 2008-12-30 18:16

มี

แต่ส่วนใหญ่มันจะมีที่มาอ่า
ไม่เหมือนคุนจขบ.

โดนแบน
โห แย่อ่าangry smile เราก้อเกลียดพวกอิทธิพลในห้องแบบนี้เหมือนกัน

ดีใจด้วยที่ได้เจอเพื่อนใหม่ดีๆในมหาลัย
big smile big smile big smile

#2 By ชุน on 2008-12-11 23:14

ดีขึ้นก็ดีแล้วล่ะจ้ะ

คล้ายๆเราตอนม.ปลายเหมือนกัน แต่เป็นเพราะเราเข้ากับเพื่อนม.ปลายไม่ค่อยได้เองสุดท้ายเลยเหมือนไม่ค่อยสนิทกันแล้วกลายเป็นว่าอยู่คนเดียวไปเลย

แต่พอเข้ามหาลัยแล้วก็เปลี่ยนไปเลยล่ะจ้ะ ดีใจที่ท่านเจ้าของบล็อคดีขึ้น ^^

เรื่องเพื่อนที่ว่าร้ายคนนั้นลืมๆไปเถอะค่ะ คิดซะว่าเป็นฝันร้ายเก็บมาคิดให้รกสมองทำไม สักวันเค้าจะได้รับบทเรียนของเค้าเอง เราเชื่ออย่างนั้น.....

#1 By Futago on 2008-12-11 21:03