[Short Fiction] +++Love is ...? (1896)
posted on 21 Feb 2009 02:08 by little-fin
ฮั่นแน่ ทุกท่านมองไม่ผิดหรอกค่ะ 1896 ไม่ได้พิมพ์ผิดด้วย
เพราะคุคุริอยาก "ลองของ" ค่ะ เมื่อเอนทรีย์ที่แล้วนู่นนนนนนนน.... (สังเกตว่ามันนานมากกกกกกก...)
บอกว่าวาเลนไทน์เจอกัน แต่ได้ข่าวว่ามันจะสิ้นเดือนแล้ว =___=''a คือช่วงนี้ จขบ. ยุ่งอีกแล้ว
เพราะความเครียดมันสะสม อ๊าก...ธีสิสช้านนนน... สติแตกคราวนี้เลยหนีความจริงมาแต่งฟิก ยังไงก็ถือโอกาสมาลงเลยแล้วกันฉลองตอนที่ 230
เพราะว่าตอนนี้นู๋โคลมน่ารักมากๆ >////<
ปล. เรื่องนี้นอร์มอลนะคะ แอนตี้นอร์มอลหรือไม่ชอบก็ปิดได้เลยค่า เพราะเราไม่อยากบังคับใจท่าน
ปลล. เตือนยังกะเป็นฟิควาย =_=''
เชิญอ่านได้เลยค่ะ
Short Fiction : Love is ....?
Authors : Kukuri~~~ ,little-fin
Pairing : 1896 (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะจ๊ะ)
"......ท่านมุคุโร่คะ ความรักคืออะไรคะ?......"
".....ทำไมถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะโคลมที่น่ารักของผม......."
มุคุโร่หันมาหาสาวน้อยที่กำลังกางหนังสือ เห็นคิ้วของเธอขมวดมุ่น
"....ฉันไม่เข้าใจน่ะค่ะ ทั้งที่พระเอกของเรื่องเกลียดนางเอกมากถึงขั้นฆ่าพ่อแม่นางเอก ทำไมนางเอกยังรักพระเอกอีก เธอบอกว่า
เพราะความรักจึงทำให้เธออภัยต่อเขา..."
เด็กสาวปิดหนังสือ ."..ไม่ว่าจะอ่านซักกี่ครั้งก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี..."
"....อย่างงั้นเหรอครับ คึหึหึ.. เป็นเรื่องที่ตอบยากจริงๆ...."
มุคโร่มองไปยังสาวน้อยตรงหน้าที่ถามเรื่องความรัก ดวงตากลมใสแจ๋วมองเขาอย่างมีความหวัง ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินกระตุกยิ้มขึ้นก่อนที่จะวางมือบนผมนุ่มพลางลูบเบาๆ
"ถ้าอย่างงั้น โคลมที่น่ารักของผมคิดว่าความรักคืออะไรล่ะ?" มุคุโร่ถามกลับ
"เอ่อ.." สาวน้อยทำหน้าลังเล พลางเหลือบมองหนังสือที่เธออ่านจบหลายรอบแล้ว
มุคุโร่ที่เห็นดังนั้นได้แต่ยิ้มและเอ่ยกับเธออย่างละมุน "เอาไว้ ให้เธอโตกว่านี้ผมจะเฉลยก็แล้วกัน.."
เวลาผ่านไปจากวันกลายเป็นเดือน จากเดือนกลายเป็นปี ปีแล้วปีเหล่าที่โคลมเฝ้าถามคำถามนี้กับท่านมุคุโร่ แต่ชายหนุ่มที่เธอเคารพก็ไม่เคยเลยที่จะแย้มความหมายของคำนี้
จนกระทั่งสิบปีผ่านไป...เธอก็ยังถามคำถามเดิมแต่ความรู้สึกที่ถามนั้นเปลี่ยนไป
กลายเป็นความกลัวต่อคำว่า...รัก...
...........................................................................
กาลเวลาหมุนไปเรื่อยๆ สร้างความเปลี่ยนมากมายรวมทั้งเธอ สาวน้อยนามว่าโคลม โดคุโร่ได้เติบโตเป็นสาวสะพรั่ง สดใส งดงามผิดกับนามที่มีความหมายน่ากลัว ใบหน้าหวานและดวงตากลมโตภายใต้ผ้าคลุมสีเข้ม แลดูเศร้าหมองและพยายามหลีกหนีผู้คนที่ติดตามเธอ
หญิงสาวใช้แขนซ้ายลากกระเป๋าเดินทางไปที่สวนสาธารณแห่งหนึ่งในอิตาลี แขนขวาใส่เฝือกเด่น
สะดุดตา เมื่อเธอเห็นม้านั่งว่างจึงนั่งลงพักและถอนหายใจ พลางเงยหน้ามองใบเมเปิ้ลที่ย้อมเป็นสีแดงคลั่ง
"มุคุโร่ซามะ ฉันขอโทษ" โคลมรำพึงกับตัวเอง "ฉันแพ้ให้กับผู้ชายน่ารังเกียจคนนั้น"
โคลมมองไปยังเหล่านกพิราบที่บินร่อนตรงหน้า เธอหยิบขนมปังที่ซื้อมาบิให้นกพิราบกิน
และมองพวกมันด้วยนัยน์ตาที่รื่นหยาดน้ำ โคลมส่ายหัวและเงยหน้าขึ้น กัดริมฝีปากไม่ให้ร้องไห้ออกมา
"มาหลบอยู่ที่นี่เองเหรอ"
เสียงทุ้มนุ่มที่ดังอยู่เบื้องหน้าทำให้โคลมหันมามองผู้ชายสวมสูทสีดำคนหนึ่งที่กำลังเดินมาหา บนหัวมีนกน้อยสีเหลืองขนปุย หากใครเห็นคงจะคิดว่าน่าเอ็นดู
....แต่....
...ถ้าไม่ติดว่าเจ้าของจะแผ่จิตสังหารออกมาจนคนแถวนั้นกระเจิ่ง...
"คุณเมฆา" โคลมร้องทัก
"เจ้าพืชล้มลุกนั้น มันตายหรือยัง?" ฮิบาริถามเสียงเรียบ
"ยังค่ะ" โคลมส่ายหน้า "แต่บาดเจ็บหนักมาก"
"เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ" ฮิบาริว่า "ถ้าเจ้านั้นตายง่ายๆอย่างนั้น ฉันคงผิดหวังน่าดู"
"คุณเป็นห่วงท่านมุคุโร่เหรอคะ?" โคลมถามพลางยิ้มละมุน ความเศร้าจากการพ่ายแพ้ผู้ชายโรคจิตจางลง "ท่านมุคุโร่คงจะดีใจมาก"
"เธอ" ฮิบาริว่าเสียงดุ "อย่ามาตีเจตนาของฉันว่าห่วงเจ้านั้น"
โคลมได้แต่ยิ้มหวานใส่จนฮิบาริรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มเดินฝ่าเจ้านกพิราบเดินมาหาโคลมพลางนั่งลงข้างๆ
"ฉันไม่ห่วงเจ้านั้นรู้ไว้ซะด้วย" ฮิบาริว่า เหลือบมองแขนของโคลมที่ใส่เฝือกอยู่ "แค่รู้สึกผิดหวัง ที่เจ้านั้นแพ้ให้กับมิลฟีโอเล่ ฝากไปบอกเจ้าพืชล้มลุกนั้นด้วยล่ะ"
โคลมทำหน้าแปลกใจ ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรเสียงของท่านมุคุโร่ก็ดังมาให้หัว จนเธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ และพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"มีอะไรน่าขำ"
"เปล่าค่ะ" เธอส่ายหน้า มองฮิบาริด้วยดวงตาอ่อนโยน "แค่ท่านมุคุโร่ฝากบอกว่าไม่อยากได้รับความเห็นใจจากคุณพ่อนกน่ะค่ะ"
โคลมมองไปที่ฮิเบิร์ดและอมยิ้ม "น่ารักจังเลยนะคะคุณนก"
ฮิบาริเมื่อได้ยินก็อดไม่ได้ที่แผ่จิตสังหารออกมาอีกรอบ นกพิราบที่ชุมนุมอยู่แถวนั้นต่างกระพือปีกหนีกันไปหมด เหลือแต่เจ้าฮิเบิร์ดที่ยังนอนบนหัวเจ้านาย
หญิงสาวไม่สนใจจิตสังหารนั้นมากนัก และหยิบขนมปังให้ฮิบาริ
"ฉันไม่อยากกิน"
"ฉันให้นกน้อยสีเหลืองค่ะ"
ฮิบาริหน้าแตกนิดนึงและทำฟอร์มหยิบขนมปังจากมือโคลม เจ้าฮิเบิร์ดเหมือนจะรู้ว่าเจ้านายจะให้ของกินจึงร่อนลงบนมือของชายหนุ่มและจิกขนมปังอย่างเอร็ดอร่อย
"น่ารักจังเลย" โคลมลูบหัวฮิเบิร์ดเบาๆ
"เธอ แปลกคน"
เวลาผ่านไปอย่างเนิ่นนาน เจ้าฮิเบิร์ดกินจุกว่าที่โคลมคิดไว้มากไม่นานขนมปังก้อนหนึ่งที่ซื้อมาก็หมดลง เธอแอบสังเกตว่าคุณเมฆาที่แสนน่ากลัวคนนี้จะอ่อนโยนมากกับสัตว์เล็กๆ
....เป็นคนอ่อนโยนสินะ...
...และเป็นคนอดทนมากเลย...
"บอสเป็นไงบ้างคะ?" เธอถาม
"เจ้านั้นเป็นห่วงเธอมาก" ฮิบาริตอบ "เมื่อไหร่จะกลับไปที่ญี่ปุ่น?"
"ไม่รู้สิคะ" โคลมตอบหน้าเศร้า "ฉันทำให้ทุกคนเป็นห่วงและผิดหวัง แบบนี้ฉันจะไปสู้หน้าทุกคนยังไง ฝากคุณฮิบาริไปบอกด้วยนะคะ"
"ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน อยากบอกก็ไปเองสิ"
จู่ๆฮิบาริก็ลุกขึ้นและเดินจากไป โคลมจึงลุกตามพลางลากกระเป๋าเดินทางหาฮิบาริ
"อย่ารีบเดินสิคะ"
"ตามมาทำไม" ฮิบาริเอ่ยอย่างรำคาญ
"ก็คุณบาดเจ็บอยู่นี่ค่ะ" โคลมบอกในที่สุด จนฮิบาริหยุดเดินและหันมามองเธอด้วยความแปลกใจ
"เมื่อกี้คุณถูกยิงที่แขนใช่มั้ย" เธอชี้ไปที่แขนของฮิบาริ เธอเห็นชัดเลยว่าแขนขวานั้นมีรอยแผลของกระสุนสองสามแผล "อย่ามาปิดฉันเลยค่ะ"
"เธอพูดอะไร ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ"
ชายหนุ่มเดินต่อไป โคลมส่ายหัวและเดินตามฮิบาริอีกครั้งและวิ่งไปดักหน้า
"ถึงใช้แหวนหมอกพราง ฉันก็มองออกค่ะ" เธอบอก และใช้พลังสลายแหวนแห่งหมอกที่ฮิบาริสวม
"ฮิบาริๆ" ฮิเบิร์ดร้องขึ้น "รักษาๆๆ"
"เธอเงียบๆไปเลย" ฮิบาริเอ่ยอย่างรำคาญ และใช้มือปัดนกตัวจุ้นออก
ใช่แล้ว เมื่อกี้เขาถูกยิงแขนหลังจากที่สะกดรอยตามโคลมมา ไอ้พวกกล้วยไม้เน่าขนาดผู้หญิงคนเดียวยังมาเป็นสิบ
....รู้แบบนี้ไม่น่าทำตามคำสั่งเจ้าสัตว์กินพืชหัวฟูนั้นเลย...
....ทั้งเสียเวลาและเจ็บตัวอีก...
"เลือดอาบขนาดนี้" โคลมวิเคราะห์ "ทำไมถึงไม่รีบรักษาล่ะคะ ตามฉันมาอีกทำไม"
"ไมใช่เรื่องของเธอ" ฮิบาริเอ่ยเสียงเรียบ
โคลมเมื่อได้ยินดังนั้นก็ก้มหัวเป็นเชิงขอโทษ
"เป็นเพราะฉันอ่อนแอสินะคะ ขอโทษด้วยนะคะ" โคลมกล่าวเสียงเบา "แต่ถึงอย่างนั้น..."
หญิงสาวคุกเข่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตัวเอง หยิบอุปกรณ์ล้างแผลออกมา
"เธอ"
"ยื่นแขนมาสิคะ"
"อย่ามายุ่ง เอาไปใช้กับตัวเองเถอะ" ฮิบาริเดินหนี แต่โคลมไม่ยอมและวิ่งดักหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง
"ฉันหายดีแล้วค่ะ แต่คุณไม่" โคลมว่าเสียงแข็ง ดวงตากลมโตมองฮิบาริ
ทั้งสองคนจ้องหน้ากันจนฮิเบิร์ดทนไม่ไหว ส่งเสียงเชียร์เจ้านายให้ใจอ่อน
"รักษาๆ ฮิบาริๆๆ"
"เรื่องมากจริง" ฮิบาริยื่นออกมาอย่างรำคาญ "ราดยาฆ่าเชื้อก็พอ"
โคลมยิ้มอย่างดีใจ และรีบวิ่งไปเอาอุปกรณ์ล้างแผลที่เธอทิ้งไว้ข้างหลัง และรีบบรรจงเทยาฆ่าเชื้อล้างบาดแผลฮิบาริ พร้อมกับจัดการนำสำลีชุบยาสมานแผลมาโปะบนแขนของฮิบาริ
ทุกอย่างเธอทำอย่างทุลักทุเลเพราะแขนอีกข้างยังเข้าเฝือกอยู่ ฮิบาริมองการกระทำนั้นอย่างรำคาญจึงจัดการแย่งผ้าพันแผลมามัดให้เสร็จๆ
"แค่นี้คงพอใจแล้วสินะ" ฮิบาริว่าบ่นๆ
"ค่ะ"
โคลมนำอุปกรณ์เก็บใส่กระเป๋า ฮิบาริเองก็มาช่วยเธอกลับข้าวของใส่กระเป๋าและถือวิสาสะลากกระเป๋าเธอไปยังถนนใหญ่
"จะเอากระเป๋าฉันไปไหนคะ?"
"เจ้าสัตว์กินพืชมันเป็นห่วงเธอมากๆ รีบๆกลับญี่ปุ่นได้แล้ว" ฮิบาริบอก โดยไม่หันมามองเธอเลย "และอีกอย่างขอบใจมากสำหรับเรื่องงี่เง่านี้"
"เอ๋?" โคลมพึมพำอย่างสงสัย
"ไว้ซักวันฉันจะทดแทนบุญคุณนี้" ฮิบาริว่าและหยุดเดินเพื่อให้โคลมตามมาทัน
"เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกค่ะ" โคลมว่าพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ....เป็นคนที่อ่อนโยนจริงๆด้วย....
"เมื่อถึงตอนนั้นอย่าเพิ่งตายไปซะก่อนล่ะ" ฮิบาริคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน จนโคลมหัวใจเต้นผิดจังหวะ...
...คุณเมฆายิ้มออกมา...
...ท่านมุคุโร่ค่ะ ทำไมใจของฉันถึงเต้นแรงแบบนี้ล่ะ...
"ฉันไม่มีทางตายหรอกค่ะ" เธอให้สัญญาและเดินตามฮิบาริไปยังถนนใหญ่ที่มีรถขวักไขว่
.......................................................................................................................
"ท่านมุคุโร่คะ ความรักคืออะไรคะ ทำไมมันช่างน่ากลัวจริงๆ" โคลมในวัยสาวสะพรั่งกล่าว เพราะขนาดหนีไปญี่ปุ่นแล้ว เจ้านั้นยังเฝ้าติดตามเธออีก
หญิงสาวนั่งกอดเข่า ผมสีม่วงยาวปรกไหล่บางที่คลุมด้วยผ้าห่มผืนสีขาวที่ท่านมุคุโร่ห่มให้ เธอเงยหน้ามองผู้ชายที่เธอเคารพรักซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีท่านมุคุโร่ก็เป็นเหมือนเสาหลักของเธอในยามที่เธอสิ้นหวังและหดหู่
เป็นดั่งแสงสว่าง
ไม่เหมือนกับผู้ชายน่ารังเกียจอย่างกุโละ!!!
โคลมสัมผัสเฝือกที่แขน เธอยอมตายดีกว่าที่จะให้ผู้ชายน่ารังเกียจนั้นมาแตะต้องตัวเธอ คนๆนั้นพรรณนาถึงความรักแก่เธอ
ฟังแล้วมันช่างน่ารังเกียจ... ความรักเป็นเรื่องน่ากลัวจริง
มุคุโร่ที่เห็นสีหน้าขื่นขมของโคลมที่น่ารักก็กระตุกยิ้ม ท่าทางเธอคงจะหวาดกลัวเจ้ากุโละนั้นไม่น้อยจนถึงขั้นหวาดกลัวต่อคำว่ารัก
"คึหึหึ โคลมรักผมมั้ยครับ?" ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินถามกลับ
"รักค่ะ" โคลมพยักหน้าหงึกๆ อย่างไร้เดียงสาไม่รู้ถึงความนัยที่แท้จริงของคำถามนั้น มุคุโร่ส่ายหน้า
"เคนและจิคุสะล่ะ รักมั้ย?"
"รักค่ะ" เธอพยักหน้าอีกครั้ง "ฉันรักทุกๆคน อยากให้ทุกคนกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง"
"คึหึหึ.. เป็นคำตอบที่สมกับเป็นโคลมที่น่ารักของผมจริงๆ" มุคุโร่คุกเข่าลงต่อหน้าสาวน้อยพลางกอดร่างบางของเธอ "และเธอหวาดกลัวความรักนี้หรือเปล่าล่ะ"
"ไม่คะ ฉันไม่กลัวเลย" โคลมบอกและกำเสื้อเชิ้ตของมุคุโร่แน่น "เพราะฉันรักทุกคน และทุกคนก็ปรารถนาดีต่อฉัน"
"เพียงแค่นี้ฉันก็พอใจแล้วล่ะที่ได้รักท่านมุคุโร่ จิคุสะ เคน"
มุคุโร่ปล่อยมือจากร่างบางพลางเลื่อนมือมาขยี้หัวโคลมอย่างเอ็นดู "โตขึ้นมาอีกหน่อยแล้วสินะโคลมที่น่ารักของผม"
"ความรัก คืออะไรนั้นคำตอบนั้นไม่ได้อยู่ที่ไหนหรอก" มุคุโร่เฉลย "คนที่รู้ความหมายของมันอย่างแท้จริงก็คือ ตัวของเธอเอง"
สาวน้อยทำหน้างงๆ ก่อนจะพยักหน้า
...ตัวเธอรู้ความหมายของคำนี้เหรอ หรือว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อทุกคนคือความหมายของความรัก?
....แต่แปลกจังที่ความรู้สึกนี้แตกต่างจากความรู้สึกที่ต่อคุณเมฆา...
จู่ๆโคลมก็หน้าแดงขึ้นมา เธอสัมผัสหัวใจตัวเองที่เต้นถี่ขึ้นมาเองอย่างควบคุมไม่ได้
...หรือความรักมันมีหลากหลายนะ...
มุคุโร่สังเกตเห็นอาการนั้นก็กระตุกยิ้มออกมา
"เหมือนกี้เธอคิดถึงใครเหรอโคลม?" มุคุโร่ถามเสียงนุ่ม คิดเข้าข้างตัวเองว่าคงคิดถึงเขา
"คุณเมฆาน่ะค่ะ" โคลมบอก "แปลกจังเวลาฉันคิดถึงเขา หัวใจก็จะเต้นเร็วทุกครั้ง?"
"เจ้านั้นเองเหรอ คึหึหึ...แบบนี้เอง แต่ผมไม่ยอมรับหรอกนะเจ้าพ่อนกซาดิมส์นั้น" มุคุโร่กระตุกยิ้มเหี้ยม ไม่พอใจที่ได้ยินชื่อหมอนั้นจากปากคนที่เขาปกป้องอยู่ ท่าทางโคลมที่น่ารักของผมจะชอบคุณพ่อนกจนตกหลุมรักแล้วสิ
...แต่ผมยอมไม่ได้หรอก...
มุคุโร่รวบร่างของโคลมมากอดอีกครั้ง ...ผมไม่ยอมให้น้องสาวที่น่ารักของผมต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของพ่อนกบ้าเลือดแบบนั้นหรอก
....ไม่มีทาง...
....................................................................................................THE END
จบแล้ว เรื่องสั้นสิ้นคิด... ขอบคุณทุกคนที่อ่านเรื่องนี้จนจบนะคะ อ่านแล้วเห็นสำนวนแปลกๆก็คอมเม้นต์ได้นะ จะได้เอาไปปรับปรุงค่ะ
สุดท้ายอยากบอกว่า สาวๆในเรื่องน่ารักจริงๆ ตอนนู๋โคลมหน้าแดงเพราะเขินเนี่ย น่ารักสุดๆ
edit*อ่ะจริงด้วย
เขียน "ขื่นขม" เป็น ข่มขื่น ลืมตรวจคำผิดขอบคุณนะคะ แก้ใหม่แล้วค่ะ
คู่มุคุนี่เป็นแบบนอร์มอลหรือเปล่าคะ

มุรู้จักความรักกับเค้าด้วยเหรอ รักใครน้าตั้งแต่สิบปีก่อน
ไหนๆแล้วก่อนจบน่าจะส่งมุไปแกล้งคุณฮิซักหน่อยนะคะ ท่าจะสนุก
แล้วก็คำนี้พิมพ์ผิดแบบอันตรายค่ะ
"ข่มขื่น"
#1 By talalan on 2009-02-21 02:33