[KHR Fic]+++พันธนาการ...(ภาค10ปี) [8059,D18] ตอนที่ 1
posted on 04 Nov 2009 19:07 by little-fin in Fanfiction
สวัสดีค่ะทุกท่าน ฟิคนี้เกิดจากอยากที่จะเอาเรื่องสั้นที่เคยแต่งเอาไว้ มาแต่งต่อพูดง่ายๆฟิคสั้นเรื่องนั้นเป็น intro ของเรื่องนี้ค่ะ
ที่จริงจะอ่านเรื่องนี้ก็ำไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องสั้นนี้ก็ได้ พยายามแต่งให้เรื่องนี้เป็นเอกเทศที่สุด..แต่ถ้าใครสนใจจะอ่านก็เชิญกดลิงค์ ที่นี่ เลยค่ะ
Title : พันธนาการ (ภาค 10 ปี)
Author : Kukuri~~~
Pairing : Yamamoto X Gokudara [8059] ,Dino X Hibari [D18]
Rate : PG-13
Summry : หากถ่านไฟเก่าปะทุขึ้นอีกครั้ง มันจะลุกโชน... หรือมอดลงเป็นเถ้าถ่านดังเดิม?
ตอนที่ 1
"ขอมือซ้ายนี้ให้กับฉันนะ"
"ในเมื่อนายอยากเป็นมือขวาของสึนะ ฉันก็จะยกตำแหน่งนั้นให้..."
คำพูดหวานเลี่ยนจากเมื่อครั้งในอดีตตามหลอกหลอนโกคุเดระอีกครั้ง ชายหนุ่มมองมือซ้ายของตัวเองที่ว่างเปล่า คำสัญญาอันนั้นได้หลุดลอยไปนานแสนนานจนเขาจำไม่ได้ว่ามันนานเท่าไหร่แล้ว
...5 ปี 6 ปี ไม่ใช่สิมากกว่า 8 ปี...
เจ้าบ้าเบสบอลไม่ได้ยืนอยู่เคียงข้างเขา แต่ทำไมเสียงกระซิบของเจ้านั้นยังคงตกค้างอยู่ในความทรงจำ คำพูดที่ไม่ได้มีความหมายอะไร ก็แค่ประโยคหลอกล่อที่ทำให้ใจของเขาเต้นรัวและโอนอ่อนไปตามคำพูด
...มันเป็นแค่คำพูดหวานๆจากเด็กที่หลงใหลในความรัก....
...และเขาก็ตกเป็นเหยื่อของคำพูดหวานๆนั้น...
โกคุเดระกำมือตัวเองแน่น ตอนนี้เขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คำพูดบ้าๆนั่นตามมาหลอกหลอนเพียงแค่ในความคิดเท่านั้น... ไม่มีเจ้าบ้าเบสบอลตัวเขาเองก็มีชีวิตปกติสุขดี
"ฉันขอมือซ้ายของโกคุเดระนะ"
"จากนี้และตลอดไป ฉันจะอยู่กับนายและเป็นมือซ้ายของนาย"
"เพราะฉะนั้น... นายอย่าลืมนะว่ามือซ้ายนี้เป็นของใคร..."
เขาคลายมือออกมาและเกาะกุมไปที่แหวนแห่งวายุสัญลักษณ์แห่งความเชื่อใจที่รุ่นที่สิบมอบให้ ชีวิตจริงไม่ว่าทั้งมือซ้าย และมือขวาของเขามอบให้รุ่นที่สิบเพียงแค่คนเดียว
...ไม่มีแบ่งให้ใครอีกแล้ว......
......................................................................................................................
ฮิบาริ เคียวยะที่นั่งอยู่ในรถคันเดียวกับผู้พิทักษ์วายุหันมามองเจ้าสัตว์กินพืช ข้างตัวที่กำลังกุมแหวน วองโกเล่แน่น เจ้าของดวงเนตรสีดำเย็นชาขยับตัวและเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อให้คนข้างตัวรู้ว่า ใกล้จะถึงจุดหมาย ตัวเขาเองไม่สนใจหรอกว่าคนข้างตัวเป็นอะไรหรือนึกถึงใคร วันนี้เขาอารมณ์ดี..การขย้ำคนนอกสถานที่สร้างความบันเทิงใจให้กับฮิบาริไม่ น้อย
"อีกไม่ถึงห้านาที จะถึงโรงแรมบลูดรากอนของเนโร่แฟมิลี่แล้วครับ" คุซะคาเบะที่ทำหน้าที่เป็นสารภีบอกกล่าว "คุณเคียวจะให้ผมติดตามไปด้วยมั้ยครับ"
"ไม่ต้อง" ฮิบาริตอบสั้นๆ "รออยู่ในรถ คิดว่าธุระครั้งนี้แค่ 30 นาทีก็เสร็จ"
ทางด้านโกคุเดระเองพอได้ยินว่าถึงโรงแรมก็หลุดออกจากภวังค์กลับมามีสติอีก ครั้ง ดวงตาสีมรกตหันไปสบตาคมดำของฮิบาริคล้ายเป็นการกล่าวเตือนว่าอย่าทำอะไรที่ มันรุนแรงเกินกว่าคำสั่งที่ได้รับมา
"อย่าลืมสัญญาที่รับปากกับรุ่นที่สิบล่ะ" โกคุเดระย้ำ "เรามาเพื่อตักเตือนแค่นั้น เข้าใจมั้ย"
"เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว" ฮิบาริว่าพลางกระตุกยิ้ม "แต่ถ้าพวกนั้นลงมือกับฉันมันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ"
"ขอให้แกพูดจริงเถอะ" โกคุเดระกล่าวประชด
รถยุโรปสีดำวนเข้ามาถึงหน้าประตูโรงแรมหรู หน้าประตูมีบุคคลใส่ชุดดำยืนเรียงรายเป็นแถวเพื่อต้อนรับการมาของวองโกเล่แฟมิลี่
"ยินดีต้อนรับครับ" ชายชาวเอเชียคนหนึ่งกล่าวขึ้นต้อนรับเมื่อเห็นผู้พิทักษ์ทั้งสองออกมาจากรถ "กระผมชื่อ ลี เชาจะเป็นคนนำทั้งสองท่านไปหาบอสของพวกเราครับ"
ลักษณะของคนที่มาต้อนรับ โกคุเดระประเมินด้วยสายตาคงเป็นคนสนิทของฉีฟู บอสของเนโร่แฟมิลี่ตามที่รายงานบอกไว้เป็นยอดอัจฉริยะคนหนึ่ง ลี เชา เป็นชายร่างสูงผอม โครงหน้าเรียวยาวคล้ายกับจิ้งจอก ผมหน้าม้าสีดำยาวประมาณประบ่า ดวงตาเรียวชั้นเดียวที่แสดงถึงความเฉลียวฉลาดสวมแว่นตากรอบสีดำปกปิดไว้
ลี เชาเดินนำทั้งคู่เข้ามาข้างในโรงแรมที่ทาผนังด้วยโทนสีแดงผสมกับสีทอง พร้อมกับอธิบายการตกแต่งภายในโรงแรมที่แสดงออกถึงความตะวันออกอย่างยิ่งยวด และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกที่เบื่อการตกแต่งสไตล์โกธิคให้เข้ามา พักที่โรงแรมแห่งนี้
"แกหน้าจะไปเป็นไกด์มากกว่ามาเฟียนะ" โกคุเดระเอ่ยขึ้น "อธิบายเก่งยิ่งกว่าไกด์บ้างคนอีก"
"เคยมีคนบอกผมเหมือนกันครับ" เชากล่าวพลางยิ้ม "แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้ว ผมกลัวว่าคุณฉีฟูจะขาดคนมือดีทำงานครับ"
คำพูดที่ออกมาแสดงถึงความมั่นใจของตัวเองเป็นอย่างมาก ขนาดฮิบาริที่ปกติพูดน้อยอยู่แล้วยังเอ่ย
"ท่าทางคุณจะมั่นใจในความฉลาดของตัวเองมากเลยนะ"
"กล่าวเกินไปครับ" เชาก้มหัวน้อมรับคำชม "ถ้าผมฉลาดคงไม่มาเป็นมาเฟียให้ตัวเองเสี่ยงตารางหรอกครับ"
"พูดได้ดีนี่" ฮิบาริว่า
เชาพาทั้งคู่ขึ้นลิฟท์และพาไปห้องรับรองแขก ในห้องตกแต่งสไตล์ตะวันออกเหมือนล็อบบี้ข้างล่าง แต่เปลี่ยนเป็นโทนสีขาว แดง ประดับตกแต่งด้วยรูปปั้นหินแกะสลัก ลายไม้ฉลุรูปเถาวัลย์งดงาม หน้าต่างบานยาวตรงระเบียงเปิดโล่งเพื่อรับลมทะเลข้างนอกและเห็นน้ำทะเลที่ฟ้าครามสุดลูกหูลูกตา
"เชิญทั้งสองท่านรออยู่ที่นี่ก่อนนะครับ บอสของพวกเราติดธุระนิดหน่อย" เชาว่า "จะรับเครื่องดื่มอะไรระหว่างรอมั้ยครับ"
"ไม่..." โกคุเดระตอบ
"ไม่ล่ะขอบคุณ" ฮิบาริตอบพลางพิงตัวเองเข้ากับผนังด้านข้าง
เชาโค้งตัวให้ทั้งคู่ "ถ้าเช่นนั้นผมไม่รบกวนตามสบายนะครับ ขอให้สนุกกับบรรยากาศของโรงแรมเรานะครับ"
เมื่อคนของเน่โรแฟมิลี่ออกไปพ้นระยะการได้ยิน ฮิบาริก็เป็นคนเปิดประโยคถามขึ้น ดวงตาเรียวคมหันไปมองรอบห้องถึงจะเป็นห้องที่สวยงามขนาดไหน ก็ต้องมีซักทีที่ติดตั้งกล้อง หรือไม่ก็เครื่องดักฟังไว้
"คิดว่าที่นี่เป็นยังไง?"
"สวย แต่ไม่ใช่สเป็กฉันเลยซักนิด" โกคุเดระหยิบมือถือขึ้นมาดู และกดปุ่มอะไรบ้างอย่าง...และเห็นว่าในห้องนี้ปราศจากสัญญาณเครื่องดักฟัง และกล้อง "แต่ก็ปลอดภัยที่จะพูดได้"
"ไม่นึกว่าจะบริสุทธิ์ใจขนาดนั้นหรอกนะ" ฮิบาริกล่าวเหน็บแนม "เจ้าพวกเนโร่มันน่าเชื่อใจที่ไหนกัน"
"รู้ดีนี่" โกคุเดระนั่งลงบนโซฟาสีแดงสด "ท่าทางเจ้านั้นมันก็ไม่ไว้ใจเราเหมือนกัน อยู่ดีๆก็มีวองโกเล่มาหา เฮอะ..อยากรู้จังว่าจะหาข้อแก้ตัวอย่างไงกับความผิดนั้น"
โกคุเดระจำได้ถึงคำสั่งของรุ่นที่สิบที่ให้มาตักเตือนเจ้าพวกเนโร่ที่บัดนี้เริ่มกำแหงโดยการไปโจมตี
แฟมิลี่พันธมิตรที่อยู่ในการคุ้มครองของวองโกเล่ แต่ที่ทำให้รุ่นที่สิบฉุนขาดและส่งพวกเขามาคือ
การแอบลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่ของวองโกเล่
ฮิบาริกระตุกยิ้มเหี้ยม "ถ้าเจ้าหนูโสโครกมันปฏิเสธล่ะ"
"สั่งสอนเล็กๆน้อยๆ" โกคุเดระย้ำฮิบาริอีกครั้ง "แค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้นนะ อย่าลืมฮิบาริ.."
"ฮึ...ฉันไม่ลืมหรอก" ฮิบาริว่า แต่ใบหน้าและรอยยิ้มนั้นโกคุเดระไม่ไว้ใจเลยแม้แต่น้อย
"ที่รถ" ฮิบาริกล่าวขึ้นไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ดวงตาเรียวคมดำจับจ้องไปยังโกคุเดระที่ทำตัวสบายๆบนโซฟา "แกนึกถึงใคร"
"ไม่ใช่เรื่องของแก" โกคุเดระตอบ
"เจ้ายามาโมโตะ ทาเคชิสินะ" ฮิบาริกล่าวต่อเหมือนเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างบางผมเงินสะดุ้งเฮือก "เจ้านั้น...มันก็มีเส้นทางของมัน"
"เรื่องฉันรู้มาตั้งนานแล้วเฟ้ย!" โกคุเดระพูดเสียงดัง ใบหน้าหันไปสบกับฮิบาริที่คงประดับรอยยิ้มบางอย่างรู้ทัน "เจ้าบ้าเบสบอลมันจะไม่เล่นเบสบอลที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน!"
"แต่นายก็ยังใส่ใจคิดถึงยามาโมโตะ ทาเคชิอยู่" ฮิบาริกล่าวพลางกอดอก "ฉันรำคาญเจ้านั้น ไปญี่ปุ่นทีไรเจ้านั้นมักจะถามถึงแกทุกที"
โกคุเดระขมวดคิ้ว เป็นเรื่องใหม่ที่ฮิบาริพูดเรื่องของเจ้าบ้าเบสบอลให้เขาฟัง "ฉันไม่ชอบตอบคำถามซ้ำๆซากเกี่ยวกับแก รำคาญ..."
"ถ้ารำคาญก็ไม่ต้องตอบ ฉันไม่ได้ขอให้แกตอบเจ้านั้นซักหน่อย!" โกคุเดระตอกกลับไป "แกหัดสนใจเรื่องของคนอื่นเป็นด้วยเหรอนอกจากนก กับสับปะรดน่ะ"
"เบี่ยงประเด็นไม่เก่งเลยนะ โกคุเดระ ฮายาโตะ" ฮิบาริว่า "คำพูดนั้นไม่ทำให้ฉันโมโหหรอกนะ"
"และถ้าเป็น ดีโน่ คาบัคโรเน่ล่ะ" โกคุเดระสวน รอยยิ้มบางเข้ามาแทนที่โกคุเดระผิดกับฮิบาริที่เริ่มขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ "เจ้านั้นมันยังไม่ตัดใจจากแกหรอกนะ"
อดีตที่ฮิบาริเก็บเอาไว้เริ่มเผยออกมา โกคุเดระรู้เรื่องความสัมพันธ์ในอดีตสองคนนี้ดี...ทั้งเขาและฮิบาริไม่เคย ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวซึ่งกันและกัน แต่ในเมื่อฮิบาริเป็นคนพูดเรื่องในอดีตขึ้นมาก่อน ตัวเขาเองก็ไม่อยากโดยพูดอยู่ฝ่ายเดียว
"แกกับเจ้านั้นแทบไม่เคยเจอหน้ากันเลยไม่ใช่เหรอ" โกคุเดระยืนขึ้นและหัวเราะเบาๆ "ถึงจะตบตาว่าคุยกันเสมอแต่ก็ติดต่อผ่านโรมาริโอ้"
จิตสังหารแผ่ออกมาจากฮิบาริ ใบหน้าเรียบเฉยของชายหนุ่มผมดำไม่มีบ่งบอกอารมณ์อะไรแต่สายตาจ้องไปยังคน พูด ชายหนุ่มผมเงินเดินเข้าไปหาอีกฝ่าบไม่สนใจจิตสังหารที่แผ่ออกมาอย่างเข้มข้น
โกคุเดระเอามือจับไหล่ฮิบาริเบาๆ "ฉันสงสารนายจริงๆนะ ฮิบาริ"
"ฉันจะขย้ำแกให้ตาย" ฮิบาริเอ่ยลอดริมฝีปาก
พลันทอนฟาสีเงินก็เฉียดผ่านปลายคางของโกคุเดระไปนิดเดียว ปลายคางขาวนวลของชายหนุ่มมีรอยถากของทอนฟาและเลือดก็เริ่มไหลออกมา แต่โกคุเดระไม่สนใจ...เขาเริ่มรู้สึกสนุกกับการยั่วโมโหฮิบาริซะแล้ว
"นายกับฉันก็ไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย" โกคุเดระนำแขนเสื้อเช็ดเลือดออก "ว่าไงล่ะ รู้สึกโมโหขึ้นมาหรือยัง"
"ฮึ... ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายน่าสงสาร" ฮิบาริขยับยิ้มยั่ว และนำทอนฟาพาดที่คอขาวๆของโกคุเดระ "ฉันเป็นฝ่ายทิ้งเจ้านั้น... แต่แกมันอีกอย่าง"
ชายหนุ่มผมดำเริ่มขยับประชิดตัวร่างบางตรงหน้า จนใบหน้าทั้งคู่ห่างกันแค่ไม่กี่นิ้ว "จะให้ฉันช่วยปลอบมั้ยล่ะ พ่อคนอกหัก"
"ฉันไม่ต้องการ" โกคุเดระว่าพลางจับทอนฟาและกระชากให้คนตรงหน้าเข้ามาใกล้ มองผิวเผินทั้งคู่เหมือนจะแนบชิดกันถ้าไม่มีทอนฟาอีกข้างกั้นเอาไว้ เขากระซิบใส่ฮิบาริ "ปลอบใจตัวแกเองดีกว่าฮิบาริ "
"คำนั้นไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมของฉันโกคุเดระ" ฮิบาริกระตุกยิ้มพลางเลื่อนริมฝีปากเขาไปใกล้ริมฝีบางของอีกฝ่าย สัมผัสเย็นเยียบของฮิบาริทำให้โกคุเดระสะดุ้ง แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร...จนอีกฝ่ายยอมล้าถอยไปเอง
"น่าเบื่อ..." ฮิบาริเก็บทอนฟาตามเดิม "นายเองไม่เห็นจะมีเสน่ห์เหมือนที่เจ้านั้นพูดเลย"
โกคุเดระมองฮิบาริที่เดินหนีไปที่โซฟา เสน่ห์อย่างนั้นเหรอ..
..เสน่ห์เนี่ยนะ!!!...
เจ้าบ้าเบสบอลพูดอะไรกับฮิบาริบ้างเนี่ย! เพียงแค่ความคิดก็ทำให้โกคุเดระหน้าแดงจนชายหนุ่มผมดำเลิกคิ้ว ทีเมื่อกี้จูบเข้าไปแล้วไม่เห็นเขินพอพูดถึงยามาโมโตะก็หน้าแดง ตกลงเจ้านี่มันก็ยังคิดถึงยามาโมโตะ ทาเคชิอยู่ดี
"หน้าแดงแล้วนะ" ฮิบาริเตือน
"เรื่องของฉันแกไม่ต้องมาเจือกเลย" อาการเขินนั้นทำให้โกคุเดระระงับอารมณ์ไม่ถูก จึงเผลอใช่นิสัยเก่าแก้เขินด้วยการหาเรื่องคนอื่น "เมื่อไหร่ไอ้พวกเนโร่มันจะมาซักทีเนี่ย รอมาชาติกว่าแล้ว!!!"
"เวลาผ่านไปสิบนาที" ฮิบาริกล่าว "แต่ก็ช้าเกินไป"
"ฉันไม่ได้ขอความเห็นนายนะฮิบาริ" โกคุเดระพูดเสียงดัง
"ฉันพูดให้ฮิเบิร์ดฟัง" ฮิบาริแถหน้าตาย เจ้านกน้อยสีเหลืองที่ซุ่มอยู่ในกระเป้าเสื้อมาน้อยร้องขึ้น "ฮิบาริ! ฮิบาริ!"
ชายหนุ่มผมเงินปลายตามองเจ้าฮิเบิร์ด อุตส่าห์เอามาด้วยสมกับเป็นคนบ้านกจริงๆ "ขนาดมาเจรจายังพกมาอีกนะ"
"มันเรื่องของฉัน" ฮิบาริว่า และเห็นฮิเบิร์ดดูท่าทางแปลกไปและร้องลั่น
"มันมาแล้ว!!! มันมาแล้ว!!!"
ฮิบาริจุ๊ปากให้นกน้อยเงียบเสียงและหลับตาฟังเสียงข้างนอกห้อง โกคุเดระเองก็เงี่ยหูฟังเช่นกัน
"เบามาก คงไม่ใช่ธรรมดา"
"ท่าทางร่วมสิบคนได้ นอกจากนั้นเป็นพวกกระจอก" ฮิบาริบอกจนทำให้โกคุเดระทึ่ง
ทั้งคู่เตรียมอาวุธประจำกายออกมา ปืนบาร์เรตต้าสีเงินกระชับอยู่ในมือโกคุเดระ ส่วนฮิบาริก็เตรียมทอนฟาพร้อม
"เข้ามาใกล้แล้ว" ฮิบาริกล่าว
"หนึ่ง สอง สาม" โกคุเดระให้สัญญาณหลังจากนั้นก็มีกระสุนมากมายรัวใส่ประตูมาจากข้างนอก ชายฉกรรจ์ในชุดดำมากมายกรูเข้ามาและยิงทุกอย่างที่ขวางหน้า
เสียงกราดยิงดังระงมไปทั่วห้องรับรองแขก เศษฟองน้ำ และเครื่องแก้วกระจัดกระจายเต็มห้อง เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าพวกนั้นจึงเข้ามาตรวจตราและพบว่าเหยื่อที่ตนมาสังหาร ไม่อยู่ในห้อง
"อะไรกัน! ...ก็ท่านบอกว่าเจ้าพวกนี่ไม่ได้ออกไปไหน!" เสียงสบถตามมาทันทีเมื่อตรวจสอบความเสียหายภายใจห้อง
"หรือหนีออกไปทางหน้าต่างครับ ลูกพี่" อาสาสมัครคนหนึ่งเดินไปที่ระเบียงที่เปิดโล่งไปสู่ทะเลกว้าง ด้วยความสูงของชั้น 7 แถมข้างล่างก็เป็นโขดหินแหลม คงไม่มีใครบ้ากระโดดออกไป
ลูกน้องเข้ามารายงานทันที "ไม่พบเหมือนกันครับ!"
"ท่าทางมันคงจะหนีไปแล้ว ไปตามจับพวกมันเร็ว"
"ครับ!!!"
เหล่าชายฉกรรจ์วิ่งออกจากห้อง เวลาผ่านไปซักพักทั้งโกคุเดระกับฮิบาริก็กระโดดลงมาสู่ระเบียงอีกครั้ง ทั้งคู่อาศัยหลบบนขอบประตูหน้าต่าง โชคดีที่ลูกน้องกระจอกไม่เงยหน้าขึ้นเพราะไม่เช่นนั้นความคงแตก
"ไม่นึกว่าแกจะหลบนะ" โกคุเดระประชด เพราะจู่ๆเจ้านี่มันก็ลากเขามาหลบออกมาข้างนอกระเบียง
"ฉันฉลาดไม่เหมือนใครบ้างคนหรอก" ฮิบาริว่า
การลุยทุกสถานการณ์ของฮิบาริก็มีข้อแม้เหมือนกัน ถ้าอีกฝ่ายมีจำนวนคนและอาวุธที่ได้เปรียบกว่ามาก การหลบก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าเกลียด
โกคุเดระไม่สนใจคำประชดของฮิบาริ "ทำยังไงต่อไปล่ะ ท่าทางฝ่ายนี้คงไม่อยากเจรจาด้วยแน่ๆ"
"จัดการขย้ำพวกมันให้เละไง" ฮิบาริขยับยิ้มเหี้ยม "โดยเริ่มจากเจ้าหนูตัวนั้นเป็นคนแรก"
ฮิบาริจัดการเอาทอนฟาเขวี้ยงไปที่ขอบประตูที่เปิดโล่ง จนวงกบไม้ร้าวเป็นเสี่ยงๆเผยให้เห็นชายคนหนึ่งที่กำลังยืนแอบฟังพวกเขาอยู่ พอลี เชารู้ตัวว่าแอบไปก็ไร้ประโยชน์จึงก้าวออกมาหาทั้งคู่ รอยยิ้มทางการค้าแย้มออกมาเหมือนแสดงความชื่นชมที่ทั้งคู่รอดออกมากจากการ สังหาร
"ขอเชิญท่านผู้พิทักษ์พบบอสได้แล้วครับ" คำพูดกับสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นช่างสวนทางกันนัก เชาหันไปสบตาดวงตาสีมรกตของผู้พิทักษวายุ "บอสของพวกผมรอที่ห้อง"
"ฝากบอกบอสแกด้วย การเจรจาเป็นอันยกเลิก" โกคุเดระตอบ ใครที่รับคำชวนบ้าๆแบบนี้คงมีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ยอมรับ
"ส่วนฉันสนใจจะขย้ำคนเท่านั้น"
ฮิบาริพุ่งตัวไปหาเชาทันที ทอนฟาสีเงินตวัดอย่างรวดเร็วจนแทบมองตามไม่ทันทางด้านศัตรูที่ตกเป็นเป้า หมายการขย้ำก็เบี่ยงหลบออกไปข้างหลัง ใบหน้าดูไม่ทุกข์อะไรนักกับการถูกโจมตีอย่างกะทันหัน
"ฝีมือไม่เลว" ฮิบาริเอ่ยชม ชายหนุ่มยังโจมตีคนตรงหน้าโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้หยุดพัก แต่ศัตรูที่ตรงหน้าก็คงมีฝีมือพอตัวเพราะไม่ทันไหร่มือข้างหนึ่งก็สามารถจับทอนฟาข้างหนึ่งของฮิบาริด้วยมือเปล่า
เชากล่าวพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาเรียวชั้นเดียวมองไปยังโกคุเดระไม่ใช่ ฮิบาริ "ขอความกรุณาตามผมมาด้วยครับ"
"คิดเหรอว่าฉันจะทำตาม" ฮิบาริที่กำลังหมกมุ่นกับการต่อสู้ นำทอนฟาอีกข้างซัดไปขมับอีกฝ่ายหมายจะทำให้กะโหลกร้าว แต่กลับมีเสียงกระสุนดังขึ้นขัดซะก่อน
"พอได้แล้ว ฮิบาริ" โกคุเดระที่เพิ่งยิงปืนออกไปส่งๆ เรียกความหงุดหงิดของฮิบาริมาสู่ตน ชายหนุ่มผมเงินเดินไปหาเชาที่ยังคงยิ้มเหมือนเดิม "บอสของแกอยู่ที่ไหน?"
"เชิญเลยครับ" เชาปล่อยทอนฟา แต่นั้นก็ไม่ทำให้ฮิบาริหยุดลงแม้แต่น้อยก่อนจะเอ่ยปากถามคนที่มาจุ้น "คิดจะทำอะไรของนายมิทราบ"
"แค่ติดใจอะไรนิดหน่อย" โกคุเดระตอบ เขาสงสัยว่าเจ้านี่มันมองเขามาตั้งแต่ตอนแรกแล้ว แม้กระทั่งตอนสู้กับฮิบาริก็ยังจ้องมาที่เขา ไม่สนใจรวบรวมสมาธิกับศัตรูอย่างฮิบาริแม้แต่น้อย
"สมแล้วที่เป็นมือขวาวองโกเล่" เชากล่าว "บอสของผมต้องการคุยกับคุณน่ะครับ"
คำนั้นเน้นไปที่โกคุเดระคนเดียว ทางด้านฮิบาริที่ดูเหมือนโดยเมินไปชั่วขณะขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด
"จะทำอะไรก็เรื่องของนาย" ฮิบาริกล่าว "แต่เจ้านี่มันต้องตายอยู่ที่นี่"
"เรื่องนั้นคงจะไม่ได้หรอกนะครับ แต่ทางผมได้หาความบันเทิงสำหรับคุณแล้ว"
พลันกรงหล็กกล้าก็ร่วงลงมากั้นระหว่างเชากับฮิบาริ "เชิญสำราญกับกรงนี้ไปพลางๆก่อนนะครับ ส่วนคุณเชิญตามผมมาเลยครับ"
ชายหนุ่มชาวจีนผายมือเป็นการเชิญ โกคุเดระตามไปโดยไม่ตอบโต้อะไรเพราะกรงเหล็กเล็กๆแบบนั้นคงไม่คณามือฮิบาริอยู่แล้ว
...ที่สำคัญมากกว่านั้น ทำไมฝ่ายนี้ต้องการพบเขาต่างหาก...
..................................................................................................
ชายหนุ่มชาวจีนนำผู้พิทักษ์มาถึงหน้าห้องที่มองดูแล้วก็คือห้องพักธรรมดาๆ สำหรับแขกทั่วไป เมื่อทั้งคู่เข้าไปที่ในห้อง ดวงตาสีมรกตของโกคุเดระก็เบิกกว้างทันที ความทรงจำที่ถูกฝังลึกในจิตใจมานานเริ่มผุดขึ้น
คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มองโกคุเดระด้วยสายเหยียดๆ ที่ถึงแม้จะมีแค่ข้างเดียวก็ทำให้เขาแทบจะยั้งตัวเองไม่ให้เข้าไปบีบคออีกฝ่าย
"กะ แก... เดเมียน!!!!" เสียงตะโกนกร้าวดังขึ้น "ทำไม แกถึงมาอยู่ที่นี่!!!"
จากความทรงจำอันเลือนรางสมัยเด็กๆ ชายผู้นี้น่าจะถูกไฟครอกตายไปตั้งนานแล้ว... แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าบ่งบอกความจริงที่ว่าชายคนนี้ยังไม่ตาย
"ยังจำได้มั้ยหนูน้อยฮายาโตะ" เสียงน่ารังเกียจของมันพูดขึ้น "เติบโตจนกลายเป็นชายหนุ่มงดงามสมกับมีเชื้อสายผู้ดี ไม่ผิดหวังจริงๆ"
เสียงหัวเราะดังตามมาหลังจากคำพูดนั้น โกคุเดระกัดฟันตัวเองกรอดพยายามไม่เผยความอ่อนแอของตนให้ชายคนนี้รับรู้
"ผิดหวังจริงๆ รู้แบบนี้ฉันน่าจะจิ้มตาแกให้บอดทั้งสองข้างเจ้าหมูโสโครก!"
"กล้าต่อบอกต่อคำกับฉันเรอะ" เดเมียน ตะโกนกร้าว "เป็นแค่สวะวองโกเล่ อย่าขึ้นมาขึ้นเสียงกับฉันนะเจ้าหนู!! ฉันคือฉี ฟู บอสของเนโร่แฟมิลี่จำใส่หัวแกไว้!!!"
รอยยิ้มบิดเบี้ยวแสยะออกมาจากใบหน้าที่ไม่ต่างจากหมู ยังคงน่ารังเกียจและโสโครกจนโกคุเดระอยากอาเจียน ชายหนุ่มผมเงินกำมือตัวเองแน่นสงบอารมณ์ไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านนึกถึงอดีตเก่าๆ งานที่รุ่นที่สิบมอบหมายให้ต้องไม่ถูกชายโสโครกคนนี้ทำให้เสียเรื่อง
"ฉันจะมาเตือนแกไม่ต้องร้นไปหรอก ฉีฟู" ชายหนุ่มผมเงินพูดข่มขู่ ถึงแม้ตัวเองจะโดนข่มขู่เรื่องในอดีตก็ตาม "ไม่ใช่สิ น่าจะเรียกว่าเดเมียนมากกว่าถึงแกจะชุบตัวเป็นอะไรก็ตามอย่าคิดมากำแหงใน ถิ่นวองโกเล่ นี่คือการตักเตือนครั้งแรก"
"ถ้าแกคิดกำแหงอีกเป็นครั้งที่ 2 ไม่จบลงแค่แฟมิลี่ของแกเท่านั้น ลูกตาอีกข้างฉันจะควักให้อีแร้งจิกกินไม่เหลือซาก!!!"
"กล้าพูดแบบนี้กับผู้มีพระคุณกับฉันเรอะ ฮายาโตะ" เดเมียนพูดเสียงเย็นพลางหัวเราะเบาๆ จนเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยไขมันสั่นเทิ่ม "ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเคยช่วยแกเห็นสวรรค์ไปแล้วครั้งหนึ่ง"
"หุบปากเน่าๆของแกซะ!!!" ชายหนุ่มผมเงินตะโกนกร้าว เนตรสีมรกตมองเจ้าหมูโสโครกรงหน้าที่ยังหัวเราะต่อไป
แต่เดเมียนก็ยังไม่หยุดยังเล่าอดีตอันน่าอับอายของโกเดระต่อไป "ตัวของแกนั้นเล็ก บอบบางน่ารักจนฉันถึงกับหลงเลยล่ะ"
"หุบปาก!!!" โกคุเดระตะโกน สติที่ระงับไว้ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด...
"พอมาเห็นแกตอนนี้ทำให้ฉันคิดไม่ผิดจริงๆ" เดเมียนลุกขึ้นพลางพยุงร่างอันอวบอ้วนออกมาหาชายหนุ่มผมเงิน ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวชื่นชมร่างบางตรงหน้าและถือวิสาสะจับมืออีกฝ่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต
"ไม่คิดอยากจะหาความสุขอีกครั้งหรือไง ฮา-ยา-โตะ?"
เส้นใยบางๆแห่งความอดกลั้นขาดสะบัดลง ชั่วพริบตาบาเรตต้าสีเงินก็จ่อไปที่หน้าผากของ เดเมียนและลั่นไกสังหารชายโสมมที่อยู่ตรงหน้าล้มลง
...ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น... เดเมียนเบิกตากว้าง ร่างนั้นกระตุกสองสามทีก่อนจะสงบลงใต้เท้าแทบของโกคุเดระ
ลี เชาที่สังเกตการณ์อยู่ข้างหลังแปลกใจเล็กน้อยกับการกระทำอุกอาจของผู้พิทักษ์ หนุ่มชาวจีนยังคงยืนนิ่งสงบอยู่ที่เดิม
โกคุเดระปรายตามามองลูกน้องของเดเมียนที่ยืนนิ่งๆ
"เป็นเรื่องที่น่าอับอายมากสินะครับ" หนุ่มชาวจีนถาม ท่าทางไม่เดือดร้อนอะไรที่บอสตนเองตายต่อหน้าต่อตา
"อยากตายเหมือนกันเรอะแกน่ะ" คำพูดห้วนๆเอ่ยออกมา
"ผมไม่อยากตายหรอกครับ" เชาว่าพลางแย้มยิ้มทางการค้าอีกครั้ง "ถ้าคุณจะกรุณาผมขอหนีก่อนแล้วกัน"
หนุ่มชาวจีนค้อมตัวลงต่ำเหมือนที่ผ่านมาและเดินเลี่ยงออกไปประตูอีกด้านที่ เป็นช่องทางลับ เมื่อโกคุเดระเดินออกจากห้องก็พบกับฮิบาริยืนรออยู่ข้างนอก
"ฉันได้ยินเสียงปืน" ฮิบาริเอ่ย ดวงตาคมดำมองไปที่บาร์เรตต้าในมือของอีกฝ่าย "ฝีมือแกใช่มั้ย?"
"เออ" โกคุเดระตอบสั้นๆ ชายหนุ่มเอาหัวซบลงบนบ่าของฮิบาริและออกคำสั่ง "ฝากแกโทรหารุ่นที่สิบด้วย ฉันเหนื่อย"
ชายหนุ่มผมดำรู้สึกถึงความชื้นตรงไหล่ที่เจ้าหัวเงินเอาหน้ามาซบ คำถามที่อยากจะเอ่ยไม่กล่าวออกไป เขาไม่ใช่คนโง่ และเจ้านี่มันก็ไม่โง่ด้วย
...ทุกคนย่อมมีปมอยู่ในใจทุกคน..
.... เขาไม่อยากจะสะกิดปมของใครหรอก...
"ได้..." ฮิบาริกล่าวพลางพลักคนตรงหน้าออกไปห่างๆ จนร่างบางของชายหนุ่มล้มลงกับพื้น เมื่อเข้าไปดูในห้องก็เห็นร่างชายวัยกลางคนนอนหงายอยู่บนพื้น บนนิ้วมีแหวนสัญลักษณ์ของเนโร่แฟมิลี่ประดับอยู่
คราวนี้ฮิบาริรู้แล้วว่ากระสุนปืนที่ถูกลั่นไกออกไปเป็นใคร?
...แต่ปัญหาต่อจากนี้ต่างหาก คงจะวุ่นวายแน่ๆ.....
"ปัญหาที่นายก่อฉันจะเป็นคนรายงานเอง คงรู้ผลการกระทำนี่ดีนะโกคุเดระ ฮายาโตะ"
โกคุเดระพยักหน้าและปล่อยฮิบาริเดินจากไป ข้อดีหนึ่งของฮิบาริคือ เจ้านี่ไม่เคยซักไซ้ใคร
เขานั่งจ้อมนึกถึงอดีตที่อยู่ในความทรงจำ นึกโทษชะตาที่กลั่นแกล้งเขาไม่สิ้นสุด..ผู้ชายที่ตายอยู่ในห้องเขาไม่นึก เสียใจแม้แต่น้อยที่ได้สังหารมัน มัจจุราชควรพามันไปนรกตั้งแต่เมื่อ 14 ปีก่อนไม่ใช่มานั่งลอยหน้าลอยตาเสพสุขแบบนี้
เขามองมือซ้ายของตัวเอง... รู้สึกขยะแขยงที่เจ้าหมูโสโครกนั้นบังอาจแตะต้อง ถ้าหากมีมีดอยู่ตรงนี้เขาคงจะหยิบมันและหั่นมือซ้ายให้เสนียดที่ติดมาหายออกไป
"ทำไมแกถึงไม่ที่นี่นะเจ้าบ้าเบสบอล..." เสียงสะอื้นร้องออกมา ดวงตาสีมรกตมองมือซ้ายของตัวเอง คำสัญญาบ้าๆดังขึ้นมาอีกครั้ง
"จากนี้และตลอดไป ฉันจะอยู่กับนายและเป็นมือซ้ายของนาย"
"ฉันรักนายนะโกคุเดระ"....
......................................................................................................................TBC
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบค่ะ พยายามจะแต่งฟิคนี้ให้ดาร์ก ไม่รู้จะดาร์กถูกใจผู้อ่านหรือเปล่า ตอนนี้โน่ยังไม่โผล่แต่ตอนต่อไปเฮียโน่มาแน่ค่ะ..
นอกเรื่อง : เห็นช่วงนี้ดราม่า NC มาแรง รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ดราม่าช่างเข้าใกล้ตัวเองนัก (ฮา) แต่เราแต่ง PG นี่นะคงไม่เป็นไร (มั้ง?)
ปล.สุดท้ายก้ไม่ได้อัพรูปกระทงตัวเอง ก็มันผ่านเทศกาลมาแล้วนี่หว่า
ไว้เอนทรีย์หน้าเจอกันใหม่นะคะ
เืมื่อสองเคะซึนคุยกัด(?)กัน เคะซ฿นเข้าใจความซึนของกันและกันสินะ ฮา..
รอพี่โน่~
#1 By OnimizU [ก็ D18 ไง] on 2009-11-04 20:34