[Fiction] A Thousand Years (ธอร์ x โลกิ) Part 2/3

posted on 24 May 2012 16:26 by little-fin in Diary, Fanfiction directory Fiction
 
สวัสดีค่ะ
 
 
ในที่สุดก็ลงตอนที่ 2 ซักที  (ตัดขัดเพราะเข้า Exteen ไม่ได้ Foot in mouth)
 
รู้เลยว่าตัวเองติดด Exteen แค่ไหน เข้าไม่ได้เพียงวันเดียวรู้สึกว่าคลั่งมาก (ฮา) ระหว่างรอ exteen กลับมาก็เสพเว็บอื่นๆ (โดยเฉพาะเว็บ tumblr ขุมทรัพย์ชัดๆ Undecided)
 
ก่อนจะลงตอนต่อไป  ขอตอบคอมเม้นต์ก่อน
 
 
#1 By blackfullmoon  :  อัพตอนต่อไปแล้วค่ะ หวังว่าจะชอบตอนนี้นะคะ
 
#2 By 30ww   :  ดีใจจังที่ชอบเรื่องนี้ ตอนดูหนังก็จิ้นกระจายเหมือนกันค่ะ น้องข้า น้องข้าอยู่นั้นแหละ (แต่มาสะดุดตรงอีตาธอร์พูดว่า "ก็ไม่ใช่น้องแท้" ตัดความรับผิดชอบมาก)  ลงตอนใหม่แล้่วนะคะ
 
#3 By Sa-Saa  :  ลงตอนใหม่แล้วนะคะ  ตอนแรกที่แต่งยังคิดว่าภาษายังแปร่งๆอยู่ (ปกติไม่ค่อยแต่งแนวนี้เท่าไหร่) ขอบคุณมากนะคะที่ชอบเรื่องนี้  
 
#4 By 【 Shin_kt 】 :  ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ตอนใหม่มาแล้วค่ะ

 

 
 
 
 
 

หมายเหตุ : นี่ คือฟิคที่เกิดจากการเวิ่นของเจ้าของบล็อกล้วนๆ  ถึงจะดู The Avengers มาหลายวันแล้ว  แต่ความพีคยังไม่หาย    ใครเป็นแฟนคลับธอร์ x โลกิ ยกมือขึ้น!

หมายเหตุ 2 : ฟิคที่แต่งเป็นเรื่องชายรักชาย หรือ Yaoi ใครที่รับไม่ได้ หรือไม่รู้จักก็ปิดเอนทรีย์นี้เลยค่ะ ไม่เช่นนั้นจะหาว่าเราไม่เตือน

 

 

Title :  A Thousand Years

Author : Kukuri

Pairing : Thor x Loki

Rate : PG

 

 

"เพราะเหตุใดโลกิยังไม่ฟื้นอีก...."  เสียงของธอร์ผู้เป็นพี่ชายกล่าว “เพราะเหตุใด....”

 

                ดวงตาสีครามของชายหนุ่มผู้เป็นกษัตริย์แห่งแอสการ์ดดูเหม่อลอย  ธอร์มองไปยังน้องชายที่นิทราบนแท่นบรรทม  หลังจากโลกิโดนเวทลงทัณฑ์จากห้องขังนั้นเวลาก็ล่วงเลยมานับเดือนแล้ว  ถึงจะระดมหมอหลวงฝีมือดีรักษาจนหาย  แต่โลกิก็ไม่มีแววฟื้นตื่นขึ้นมา  ความห่วงใยในตัวพระอนุชาทำให้ธอร์รู้สึกเจ็บแปลบถึงขั้วหัวใจ

 

"แม่ก็กังวลเช่นกัน  น้องไม่รู้สึกตัวเลย ไม่แม้แต่ขยับกาย"  พระมารดากล่าวเสียงแผ่ว  ใบหน้าที่เคยสวยเปล่งปลั่งเป็นนิจดูหมองลง  พระมารดาแห่งแอสการ์ดทอดสายตาไปยังบุตรชายคนเล็กที่หลับเป็นเจ้าชายนินทรา  พลางลูบผมสีดำที่ปรกใบหน้าออกอย่างอ่อนโยน

 

“ท่านแม่... เป็นความผิดของข้าเองที่ทำให้โลกิเป็นเช่นนี้..ข้า...” ธอร์กล่าวด้วยความรู้สึกผิด  ความทุกข์ที่อยู่ในใจกษัตริย์หนุ่มยากเกินจะอธิบาย

 

...เจ็บปวดเหลือเกิน   ทำไมเจ้าต้องทำแบบนี้ด้วยโลกิ?  ทำไม....

 

                พระมารดาส่ายพระพักตร์  “ไม่ใช่ความผิดของลูก  โลกิเลือกที่จะกระทำเช่นนี้เองไม่ใช่เพราะเจ้า”

 

“แต่ข้าห่วงโลกิเหลือเกินท่านแม่”

 

“เราทุกคนต่างก็ห่วงโลกิ  ท่านพ่อเจ้าก็เช่นกัน” พระมารดาเอ่ยถึงอดีตกษัตริย์แห่งแอสการ์ด  ที่ถึงแม้จะโดนหักหลังก็ยังรักในตัวพระอนุชาสุดท้องคนนี้

 

“แต่ทุกคนคงไม่คิดเช่นนั้นสิท่านแม่” ธอร์กล่าวถึงความเป็นจริง  เพราะแอสการ์ดยังคงมองน้องชายของเขาเป็นทรราชย์ “ถึงข้าจะเป็นกษัตริย์  แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่เกิดขึ้นได้ ความผิดของโลกิทุกคนยังไม่ให้อภัย”

 

“ข้าต้องจองจำเขา แม้กระทั่งบาดเจ็บเจียนตายข้าก็ยังต้องให้เขามานอนในคุกแห่งนี้!”

 

                ธอร์ทุบมือไปยังกำแพงหนาเบื้องหน้า  อักขระเวทในห้องขังเรืองแสงก่อนจะสงบลง  พระมารดาลุกขึ้นพลางเดินไปหาลูกชายคนโตก่อนจับมือเพื่อให้กำลังใจ

 

“เจ้าทำดีที่สุดแล้ว ธอร์”

 

“ข้าเสียใจเหลือเกินท่านแม่ โลกิไม่ควรจะมาอยู่ตรงนี้...”

 

...น้องชายเพียงคนเดียวของข้า  บุตรแห่งโอดิน...

...เพราะข้า ที่ทำให้เจ้าเป็นแบบนี้....


                พระมารดาบีบมือธอร์แน่น  ดวงตาอ่อนโยนหันกลับไปมองบุตรชายคนเล็กที่ยังนินทราบนแท่นบรรทม

 

“....โลกิตอนนี้ช่างเหมือนท่านพ่อเจ้าไม่มีผิด  อยู่ในสภาวะหลับไหลไม่ที่สิ้นสุด” พระมารดารำพัน “คงต้องรอเวลาเท่านั้นที่จะทำให้น้องเจ้าฟื้น  เขาเป็นเด็กที่ฉลาด  เก่งกาจ  แต่อารมณ์อ่อนไหว เรื่องราวในครั้งนี้คงมากเกินจะรับไว้”

 

“แม่กลัวเหลือเกินธอร์...กลัวโลกิไม่ฟื้น”

 

“อย่าพูดว่าโลกิจะไม่ฟื้นขึ้นมา!”

 

                ธอร์เอ่ยเสียงดังจนทำให้พระมารดาก้าวถอยหลังไม่รู้ตัว  ใบหน้าของกษัตริย์หนุ่มแสดงความกริ้วและสะบัดมือออกจากพระมารดา

 

“เขาต้องฟื้นขึ้นมาท่านแม่...” ธอร์เอ่ย “ไม่ว่าจะด้วยวิธีอันใดข้าก็จะให้ฟื้นขึ้นมา!”

 

                พระมารดาสบตาบุตรชายคนโตก่อนจะส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้  จนทำให้ธอร์รู้สึกตัว “ขออภัยท่านแม่...”

 

“ธอร์ ถ้าลูกเชื่อเช่นนั้น แม่ก็จะเชื่อด้วย” พระมารดากล่าวพลางลูบพระพักตร์ที่ซูบตอบ

 

 “แต่อย่าฝืนพระวรกายมากนักล่ะ  ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นกษัตริย์แห่งแอสการ์ด  ผู้ปกครองที่อ่อนแอย่อมทำให้อาณาจักรอ่อนแอตามไปด้วยหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ”

 

“ขอภัยที่ทำให้ท่านแม่ลำบาก”

 

“ถ้าเช่นนั้นแม่ขอตัว ดูแลน้องให้ดี”

 

“น้อมส่งท่านแม่”

 

                เมื่อพระมารดาเสด็จออกจากห้องขังไป  ธอร์จึงเดินไปยังแท่นบรรทมที่พระอนุชานินทราอยู่  ใบหน้านั้นเรียบนิ่งสงบไร้ซึ่งอารมณ์   ผมสีดำดุจปีกกาล้อมกรอบใบหน้าขาวซีด ลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอคือหลักฐานที่ยืนยันว่าคนบนเตียงยังคงมีชีวิต อยู่   มือแกร่งของธอร์สัมผัสไปตามรูปหน้าเรียวของโลกิก่อนจะสิ้นสุดลงบนริมฝีปาก บางและไล้อย่างแผ่วเบา

 

“ยามเมื่อเจ้ามีสติ  ริมฝีปากคู่นี้มักเอ่ยวาจาเสียดแทงใจข้าเสมอ” ธอร์เอ่ยขึ้น “แต่มาตอนนี้ไร้สิ้นเสียงของเจ้ากลับยิ่งทำให้หัวใจข้าเจ็บปวดราวหอกพันเล่มเสียดแทง

 

ข้ายังจำได้ดีว่าตอนอยู่ที่โลกมนุษย์ข้าได้ทำเรื่องร้ายกาจ