[BONE] Ep 1 ขึ้นเรืออโทรพอส

posted on 16 Dec 2012 22:04 by little-fin in BONE

 

เอนทรีย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Exteen Bottleneck

 

 

 

 

 

 

วันที่ 19 เม.ย. ค.ศ. 1912

 

                เรียน  ท่านแม่

                                นับจากวันที่ท่านแม่ขึ้นสวรรค์   วันนี้เป็นวันแรกที่ผมรู้สึกตื่นเต้นมากจนลืมความเศร้าที่ท่านแม่จากไป  ตอนนี้ผมกำลังอยู่บนเรืออโทรพอส เรือที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเรือที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค  ความใหญ่โตของมันนั้นทำให้ผมไม่สามารถอธิบายจนจบ 140 ตัวอักษรได้  หรือ RT ข้อความได้เลย 

                                ถึงแม้จะเจอเหตุการณ์เข้าใจผิดเล็กน้อยตอนขึ้นเรือบ้าง จนเกือบไม่ได้ขึ้นเรือแต่ตอนนี้ก็อยู่ห้องพักผู้โดยสารชั้น 2 อย่างปลอดภัย  

                                ท่านแม่โปรดอวยพรให้การเดินทางครั้งนี้ของผม  เดินทางด้วยความราบรื่นด้วยนะครับ

 

                                                                                                                          กาเบียล บราซซี

 

 

 

 

                อากาศยามเช้าที่ท่าเรือเซาท์แธมป์ตันสดใสเจิดจ้า แสงแดดส่องกระทบท้องน้ำเป็นประกายระยิบระยับ สะท้อนกับตัวเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่จอดเทียบท่าอย่างงามสง่า วันนี้คือวันออกเรือของเรืออโทรพอสที่ใหญ่เสียจนได้รับการขนานนามว่าเป็นเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค มองเห็นผู้คนต่อแถวรอขึ้นเรืออย่างกระตือรือร้นเป็นแถวยาวได้จากที่ไกลๆ

 

                กาเบรียล บราซซี มองไปยังแถวผู้โดยสารที่ยาวเหยียดจากไกลๆ  ชายหนุ่มผมสีบลอนด์เงินลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขนสัมภาระที่มีเพียงกระเป๋าเดินทางเพียงแค่ใบเดียวเดินตามเหล่าผู้โดยสารที่กำลังเข้าแถวขึ้นเรือ

 “นี่สินะ  เรืออโทรพอส” ผมเงยหน้ามองเรือลำมโหฬาร ที่จะพาเขาไปสู่ประเทศอเมริกาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่   เสียงของผู้คนมากมายและกลิ่นไอของน้ำทะเลทำให้ผมรู้สึกประหม่า และอดใจหายไม่ได้ 

 

 

..ผมกำลังไปจากประเทศนี้แล้วสินะ...


“เฮ้อ รู้แบบนี้น่าจะออกเดินทางมาเร็วกว่านี้...” ผมยิ้มให้กำลังใจตัวเองเมื่อมาถึงหางแถว  ความจริงผมอุตส่าห์เดินทางมาพักโรงแรมแถวท่าเรือเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง  ท่าทางจะกะเวลาพลาดไปหน่อย

                ผมหยิบนาฬิกาพกสีเงินขึ้นมาดูเวลา  ยังมีเวลาอีกมากก่อนเรือจะออก  ผมลอบถอนหายใจเล็กน้อย  ก่อนจะยิ้มให้หญิงสาวที่ยืนรอต่อแถวด้วยกันดูท่าทางจะมาคนเดียว  ไม่สิแฟนเธอเพิ่งมา   แบบนี้ก็อดหาเพื่อนคุยน่ะสิ  เมื่อมองไปรอบๆ เห็นแต่ผู้ชายและหญิงสูงวัย  ผมจึงตัดสินใจหยิบหนังสือปรัชญาขึ้นมาเพื่ออ่านฆ่าเวลาระหว่างต่อแถว

 

 

“....สิ่งที่เราจะละไว้เบื้องหลัง ไม่ใช่เพียงความคำนึง

แต่เป็นดวงใจที่งดงามด้วยความหิว และความกระหาย

แต่เราก็ไม่อาจอยู่ต่อไปได้..."

 

 

                ผมพึมพำเบาๆ   พลางเงยหน้ามองเรืออโทรพอสและทะเลที่อยู่เบื้องหน้าและเอ่ยต่อ  “ห้วงสมุทรอันเรียกสรรพสิ่งเข้าสู่ตนได้เรียกร้องเราแล้ว....”

 

"เราจะต้องทิ้งความโศกเศร้าไว้เบื้องหลังให้หมด" ผมพูดเบาๆ 

 

               เมื่ออ่านหนังสือไปซักพักใหญ่  ผมก็ขยับถึงหน้าประตูทางเข้าจนได้   ผมมองพนักงานตรวจตั๋ว ซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างเล็กท่าทางเป็นมิตรและแจ่มใส  เขาส่งยิ้มให้พร้อมทั้งเอ่ยคำถาม

 

                “ขอตรวจตั๋วโดยสารด้วยครับ”

 

                 “นี่ครับตั๋วโดยสาร”

 

                ผมยื่นตั๋วโดยสารให้พนักงานด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร    เมื่อพนักงานตรวจตั๋วเช็คความถูกต้องเรียบร้อยแล้วจึงพูดขึ้น

 

“ครับ  ตั๋วผู้โดยสารชั้นสองนะครับ”

 

“ใช่ครับ” ผมตอบ “...กว่าจะได้ตั๋วใบนี้มาไม่ใม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะครับ”

 

                ทุกคนที่ทราบข่าวว่าเรืออโทรพอส เรือยิ่งใหญ่แห่งยุคจะออกเดินทางสู่อเมริกานั้น  ตั๋วโดยสารที่จะขึ้นสู่เรือก็เป็นที่ต้องการมาก  โชคดีมากที่ผมพอจะมีคนรู้จักจึงได้ตั๋วโดยสารชั้นที่สองมาได้

 

                ยังไม่ทันก้าวจะเข้าไปในเรือ  ผมก็เกือบจะโดนพนักงานคนหนึ่งชน  ผมมองพนักงานทั้งสองคนที่กำลังคุยกันด้วยท่าทางจริงจัง  ทำไมสองคนนี้ต้องขวางทางผมด้วย       

 

                “...เอ่อ “

 

                ผมมองพนักงานหนุ่มที่เกือบชนผม ดูท่าทางกำลังลำบากใจและหันมาบอก “ขอประทานโทษด้วยนะครับ เมื่อครู่นี้ผมตรวจผิด แต่ว่าตามระเบียบแล้วตั๋วใบนั้นไม่ใช่ตั๋วของอโทรพอสน่ะครับ รบกวนคุณช่วยหยิบตั๋วออกมาใหม่หน่อยได้ไหมครับ?”

 

“ครับ...?”

 

“คือ เมื่อกี้ผมตรวจผิดน่ะครับ รบกวนคุณช่วยหยิบตั๋วด้วยนะครับ”

 

"เออ..." ผมเผลอทำหน้าเอ๋อออกมา  และพอเห็นหน้าของพนักงานที่กำลังรอคอยอยู่  ผมจึงรีบปรับสีหน้าให้เป็นรอยยิ้มบางรักษามาดไว้ก่อน

 

 

....เดี๋ยวก่อน! ตั๋วใบนั้นไม่ใช่ของอโทรพอสอย่างนั้นเหรอ!.... ไอ้คุณเลขาซื้อตั๋วเรือผิดลำให้เขาใช่มั้ยเนี่ย....

 

 

                ผมแอบด่าเลขาคนสนิทในใจ  และอาจจะเพราะนิสัยเดิมๆ ที่ยังติดมาปัจจุบัน  ผมจึงหันไปมองด้านหลังของพนักงานคนนั้นที่เพื่อนของเขากำลังจ้องผมเหมือนกัน ถ้าเป็นพี่น้องของผมป่านนี้คงจะโดนผลักและแอบหนีเข้าไปในเรือตั้งนานแล้ว  แต่พอทำแบบนั้นคงโดนจับแน่ๆ  ในเมื่อเป็นแบบนี้...

“แต่ผมให้คุณดูแล้วนะครับ? และผมขอรับรองว่าซื้อมันอย่างถูกต้อง” ผมตอบพลางกอดอกและเลิ่กคิ้ว “หรือพวกคุณคิดว่าผมเป็นพวกโจรไม่ให้ขึ้นเรือ”

 

“ขออภัยจริงๆ ครับ  เป็นความผิดพลาดของทางเราครับ แต่พวกผมก็ต้องทำตามระเบียบช่วยหยิบตั๋วออกมายืนยันอีกทีได้มั้ยครับ”

 

                ผมแกล้งลอบถอนหายใจและล้วงมือเข้าไปในสูท  และหยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมาให้

“ผมรวมตั๋วในกระดาษกองนี้  พวกคุณไปหาดูเอาเองล่ะกันครับ”

 

                ผมลอบมองพนักงาน  พวกเขาทั้งสองคนกำลังสนใจเอกสารที่ผมให้  ขณะกำลังจะแอบเดินผ่านไปอย่างเนียนๆ นั้นเสียงพนักงานก็ดังขึ้น

 

“เชิญครับ”

 

...หรือว่าโดยจับได้แล้ว ต้องรีบวิ่ง!...แต่เมื่อกี้

 

 

“หืม?”

 

 

“ตั๋วถูกต้องครับ” พนักงานตรวจตั๋วยิ้มให้อย่างเป็นมิตร และชูตั๋วที่อยู่ใต้กองกระดาษนั้น “ขออภัยนะครับที่ทำให้เสียเวลา”

 

 

...ตั๋วมันมาจากไหนน่ะ?..

 

 

“ผมบอกแล้วไงครับ” ผมยิ้มตอบไป  ยังคงนึกสงสัยว่าตั๋วมันมาจากไหน? “ผมไปได้หรือยัง?”

 

 

...ท่าทางเขาคงจะหยิบตั๋วผิดจริงๆ....

 

 

                ผมมองพนักงานที่โค้งขออภัยอีกครั้งก่อนจะรีบเดินเข้าไปในเรือ  พลางรีบหาห้องพักไม่สนใจความหรูหราโอ่อ่าของเรืออโทรพอส  อย่างน้อยจะได้ยืนยันว่ามีห้องไว้ซุกหัวนอนระหว่างเดินทาง

 

“....ท่านแม่ครับ  แค่เริ่มต้นชีวิตใหม่ก็มีอุปสรรคซะแล้ว”  ผมเอ่ยขึ้นลอยๆ และดูตั๋วในมือ  นึกว่าโดนไอ้คุณเลขาเอาตั๋วเรือผิดลำมาแล้ว  ผมดินตามทางเดินไปยังชั้น E ห้องผู้โดยสารชั้นที่สองเพื่อเข้าพัก

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

 

“.......”

 

                แต่หลังจากเดินไปซักพักหนึ่ง  ผมก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองลืมอะไรบ้างอย่างที่สำคัญ...

 

 

“...กุญแจเข้าห้องล่ะ”

 

 

                ผมตบหน้าผากตัวเองเสียงดัง ก่อนจะรีบเก๊กยิ้มเมื่อเห็นบรรดาสุภาพสตรีที่เดินผ่านมา 

 

....สรุปวันนี้  ผมจะได้ที่ซุกหัวนอนมั้ย....


                ผมเดินเร็วๆ แต่ไม่ทิ้งมาดสุภาพบุรุษ และเริ่มตามหาพนักงานเพื่อขอกุญแจเข้าห้อง

 

 

...ท่านแม่ครับ  ปกติท่านแม่บอกผมเสมอ ต้องเยือกเย็น  รักษามาดความเป็นสุภาพบุรุษเอาไว้...

ผมจะรักษามาดได้ตลอดรอดฝั่งมั้ยเนี่ย...


 

                ผมเหลียวซ้ายแลขวาไปทั่วระเบียงทางเดินและก็พบพนักงานหนุ่มที่เดินพ้นมุมโถงทางเดินมาพอดี

 

 

“สวัสดีครับ พอดีผมลืมขอกุญแจหัองพักช่วยหาให้ผมได้มั้ยครับ?”

 

 

“ได้สิครับ” พนักงานหนุ่มผมทองตอบ  ยังไม่ทันทีผมจะขอบคุณเขาก็หายไปซะแล้ว  เพียงครู่เดียวเขาก็กลับมาพร้อมกับกุญแจห้องพัก ขณะที่เขายื่่นกุญแจให้ก็เอ่ยขึ้นมาว่า

 

“ขอให้มีความสุขบนอโทรพอสนะครับ พวกเราจะดูแลทุกคนดุจเทพีแห่งโชคชะตาครับ” ผมมองพนักงานผมทองที่ยิ้มจนตาหยี แทบมองไม่เห็นนัยน์ตาสีฟ้าที่สดใส

 

...ประโยคนี้ช่างมีเวทมนต์จริงๆ...

 

                ผมเปิดประตูก่อนจะโยนกระเป๋าเข้าห้องพัก  พลางมองดูห้องพักที่ถึงแม้จะเล็กแคบกว่าคฤหาสน์ที่เคยอยู่แต่ก็มีเครื่องเรือน  สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

                ผมทิ้งตัวนอนลงบนเตียงและหยิบรูปถ่ายท่านแม่ขึ้นมาดู

 

“...ผมขึ้นเรืออโทรพอสแล้วครับท่านแม่”

 

...............................................................................................................

 

 

อัพเอนทรีย์คอขวดเสร็จซักที  ความจริงจะอัพมาตั้งนานแล้วแต่ติดปัญหาที่เน็ตบ้านมันอืดเหลือเกิน

ฮะๆ มีแต่ตัวอักษรเพียวๆ ค่ะ เพราะ จขบ. วาดรูปบ่ได้ (แต่ก็จะพยายามวาดเพื่อลูกชาย ฮา)  

 

 

 

จบอีเว้นต์ขึ้นเรืออย่างอยู่รอดปลอดภัย  เพราะเห็นหลายคนไปขนถ่านกันเพียบ  ตอนเห็นข้อความที่สตาฟส่งมาอย่างสวรรค์มาโปรดมาก 

ห้องพักอันแสนสุขที่รอคอย!

【คุณได้มาถึงตอนจบอีเวนท์ขึ้นเรือสำหรับผู้โดยสารแล้ว】

 

ราวกับมีเสียงประกอบเกมส์ rpg ดังขึ้นตอนชนะมอสเตอร์เลย Surprised

 

 

ส่วนใครสนใจอยากคุยกับสุภาพบุรุษติดแม่ (?)  ก็ EMS มาก็ได้เน้อ 

 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องเป็นเช่นนี้เอง...น่าสนใจดีนี่
แล้วพบกันบนอโทรพอส

#2 By Bottleneck on 2013-01-01 16:29

นะ....น่าร๊ากกกกกก ชอบนายจังเลยกาเบรียล  
ลุ้นมากตั้งแต่ตอนต้น ยินดีด้วยนะกาเบรียล นึกว่านายจะต้องวิ่งหนีซะแล้ว~ confused smile

#1 By ipodnenaz on 2012-12-21 00:11