[Titan Fic] +++Gamble [Erwin x Levi] Part 2

posted on 07 Jan 2014 16:11 by little-fin in Attack-on-Titan
 
คำเตือน   บทความหรือเนื้อหาดังกล่าว อาจจะเกี่ยวกับ Yaoi (เรื่องวายๆ แนวสีม่วง)  ถ้าหากท่านรับไม่ได้หรือไม่รู้จักคำนี้  ขอเชิญทุกท่านปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ ^ ^
 
 

Title : Gamble [Erwin x Levi]

 

Author : Kukurio

 

Pairing : เอลวิน x รีไวล์ [Erwin x Levi]

 

Rate: PG

 

 

 

Part 2

 

 

 

…ฉันอยากฆ่านาย…

 

…จากวันนั้นจวบจนวันนี้   ไม่มีวันที่ฉันจะลืมเด็ดขาด..

 

…ความแค้นที่ไม่อาจให้อภัยได้…

 

 

 

        ภายในบ้านร้างที่อยู่นอกตัวเมืองห่างออกไป    แสงจันทร์นวลผ่องสาดแสงผ่านหน้าต่างห้องเผยให้เห็นสภาพของเฟอร์นิเจอร์หักพังที่กระจายอยู่เต็ม  ริ้วผ้าม่านขาดวิ่นสะบัดพริ้วตามแรงลมที่พัดผ่าน  ณ  ที่แห่งนั้นมีชายหนุ่มสองคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่    หนึ่งร่างสูงก้มดูชายร่างเล็กที่ถืออาวุธมีดสั้น   บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยความกดดัน  แม้กระทั่งลมหายใจคล้ายจะถูกริบรอน  ดวงตาของทั้งสองคนจับจ้องมองคู่ต่อสู้เพื่อหาโอกาสจู่โจม

 

        ดวงตาสีเทาเข้มของรีไวล์จ้องหน้าชายหนุ่มผมทองตรงหน้าไม่กระพริบ  มือที่กระชับมีดสั้นเกร็งแน่นจนเหงื่อไหลโชกออกมา  ในสถานะการณ์ตอนนี้คนที่ตกเป็นเบี้ยล่างคือ ตัวเขา  ทั้งที่คิดว่านัดสถานที่แห่งนี้น่าจะชนะหมอนี่ได้

 

…แต่เอลวินมักจะนำหน้าก้าวหนึ่งเสียทุกครั้ง…

 

        แผ่นหลังของรีไวล์แนบชิดติดผนัง  ชายหนุ่มร่างเล็กนึกประชดตัวเอง  แม้กระทั่งหนทางหนีเพื่อพลิกโอกาสโต้กลับอีกครั้งก็ยังไม่มี…

 

….เขาไม่อยากแพ้หมอนี่…

 

…ทั้งๆ ที่ทุ่มเทแรงกายและใจ  ทำไมถึงชนะผู้ชายคนนี้ไม่ได้…

 

…เพราะอะไรกัน!…

 

        รีไวล์กัดฟันแน่น  ดวงตาสีเทาฉายประกายโกรธแค้น  ก่อนที่จะตวัดมีดสั้นในมือหมายจะปลิดชีวิตคนตรงหน้า  แต่ก็ถูกดาบยาวสกัดรับไว้ได้ เพียงพริบตาเดียวมีดสั้นที่อยู่ในมือรีไวล์ก็กระเด็นหลุดลอยไปอยู่ท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์ผุพัง   พร้อมกับดาบยาวที่จ่อไปยังคอชายหนุ่มผมดำที่ไร้ซึ่งอาวุธต่อสู้

 

        แสงจันทร์ยังสาดแสงผ่านเข้ามาในห้อง  เพียงแต่ตอนนี้รีไวล์กำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นพลางกุมมือขวาที่เลือดไหลซิบออกมา   ดาบเหล็กที่พาดตรงลำคอชายหนุ่มส่องประกายสีจางออกมา

 

“เท่านี้คงตัดสินได้แล้วสินะ  ว่าใครเป็นผู้ชนะรีไวล์” เอลวินเอ่ยเสียงเย็น  สบดวงตาสีเทาเข้มที่ยังไม่ยอมแพ้ “ถ้ายังดื้อดึงต่อสู้อีก  ฉันเองก็จะไม่ออมมืออีกต่อไป”

 

“หึ   อยากจะทำอะไรก็เชิญ” รีไวล์เงยหน้าขึ้น แสยะยิ้ม   “จะฆ่าฉันก็ได้  เอาสิ”

 

        เอลวินแสร้งทำเป็นหนักใจและถอนหายใจยาว  พลางขยับดาบในมือเพื่อเชยคางคนตรงหน้าให้มองตรงมายังเขา  “รีไวล์พูดประชดแบบนี้ตลอดเลยนะ  ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันไม่ฆ่านาย แต่ว่า…”

 

        ดาบยาวที่เอลวินถือไว้ตวัดกรีดผ่านแก้มเนียนของรีไวล์จนเลือดไหลออกมา  ก่อนจะเดินประชิดหาร่างเล็กพลางปาดเลือดบนแก้ม  ดวงตาสีฟ้าสดใสมองอย่างพึงพอใจ

 

“คงต้องสั่งสอนให้รู้ว่าคนที่อยู่ต่อหน้านายตอนนี้  ไม่ใช่คนที่จะล้อเล่นง่ายๆ ”

 

        พลันเอลวินก็จับมือโชกเลือดของรีไวล์ขึ้นมา  กดนิ้วเข้าไปในรอยแผลจนจมลึกเข้าในเนื้อ  รีไวล์กดฟันแน่นไม่ให้เสียงร้องออกมา  ถลึงตามองชายหนุ่มผมทองที่เริ่มแสยะยิ้มน่าเกลียดออกมาอีกครั้ง

 

“แก…”

 

“จำไว้ว่ามือคู่นี้  ต้องทำประโยชน์ให้กับหน่วยสำรวจ” พร้อมกับดึงมือข้างนั้นขึ้นมา “มีชีวิตเพื่อให้มนุษย์ชาติได้รับชัยชนะ  ถึงตอนนั้นฉันถึงอนุญาตให้นายตายได้…รีไวล์”

 

“แกนี่มัน ปีศาจในคราบมนุษย์ชัดๆ”

 

“ใครๆ ก็ชอบพูดแบบนั้นเหมือนกัน” เอลวินยิ้มรับ “คงมีแต่คนประเภทเดียวกันที่เข้าใจ..เหมือนนายกับฉัน”

 

        รีไวล์กัดฟันกรอด  สะบัดหน้าออกจากมือใหญ่  ถ้าฝืนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปนี้คงได้ถูกชายตรงหน้าปั่นหัวจนหงิดหงุดมากขึ้นกว่าเก่า  เขาจับแขนของเอลวินให้ปล่อยมือออก  พลางมองมือของตนเองที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงฉานอย่างน่ากลัว   จากแผลธรรมดากลายเป็นแผลลึก

 

…เขาไม่อยากนับรวมเจ้าหมอนี่เหมือนกับเขาหรอก…

 

…ครั้งหน้าเขาจะไม่มีวันแพ้อีกเด็ดขาด…

 

 “ฉันแพ้…  ถ้าแกอยากได้ยินคำนี้มาก! ก็ปล่อยมือได้แล้ว!”

 

        เอลวินแย้มยิ้มออกมาน้อยๆ และปล่อยมือออก  พลันหมัดลุ่นๆ ของรีไวล์ก็ชกลงบนใบหน้าของเอลวินทันทีจนชายหนุ่มผมทองหน้าหัน   คราบเลือดสีแดงคล้ำเปื้อนชัดบนใบหน้าหล่อเหลา

 

“ตอบแทนที่สั่งสอนเป็นอย่างดี!”

 

        รีไวล์เดินผ่านคนตรงหน้า  แต่กลับถูกร่างสูงใหญ่ขวางไว้        

 

“ทางนี้เองก็ขอรับรางวัลของผู้ชนะด้วยก็แล้วกัน”

 

        เอลวินรวบร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด  ก่อนเชยใบหน้ารีไวล์ให้จับจ้องมาที่ตน  สายลมเย็นพัดผ่านพร้อมกับกลิ่นอ่อนๆ ของดอกไม้กลางคืน

 

“ยังทำตัวน่าขยะแขยงเหมือนเดิม” รีไวล์ไม่ได้ขัดขืนอะไร ได้แต่ส่งสายดุห้าม  แต่เอลวินแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

 

“เพราะใครที่ทำให้ฉันต้องทำแบบนี้”

 

        เอลวินก้มหน้าชิดอีกฝ่ายจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่น  ดวงตาของทั้งคู่ประสานสบกัน  “รอวันที่นายพ่ายแพ้ และยอมตกเป็นของฉัน…รีไวล์”

 

….หากคำสัญญา  คือ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด…

 

….สัญญาของทั้งคู่ก็เป็นเหมือนข้อผูกมัดที่ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองถลำลึก

 

….ราวกับหลุมใหญ่ที่ไม่อาจหาทางขึ้นได้…

 

        ชายหนุ่มผมทองสัมผัสลูบยังเส้นผมสีกาน้ำที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ  ใบหน้าทั้งคู่เคลื่อนเข้ามาใกล้  ก่อนทีริมฝีปากได้รูปจะประกบลงบนกลีบปากบางที่อ้ารับ…เอลวินรับรู้ได้ถึงแรงขัดขืนจากจูบที่จำยอม  แต่เมื่อได้สัมผัสก็ไม่อาจถอยหลังได้อีกต่อไป

 

        คำสัญญาที่ได้ตกลงไว้  สัญญาระหว่างเขาสองคน  ในคืนพระจันทร์เต็มดวงพวกเขาทั้งสองคนจะต่อสู้กัน  ผู้ชนะสามารถเรียกร้องทุกสิ่งจากตัวผู้แพ้

 

…วันแห่งคำสัญญา…

 

…วันแห่งเกมฆ่าฟันที่ทั้งสองคนได้ให้คำสัญญา..

 

…ผู้พ่ายแพ้ต้องได้รับบทลงโทษที่สัญญาไว้…

 

บทลงโทษสำหรับผู้แพ้มีเพียงแต่ความอัปยศ  รีไวล์ได้แต่นึกเงียบในใจ  ก่อนจะถูกเอลวินดึงดูดความสนใจด้วยสัมผัสร้อนที่จากฝ่ามือที่ลูบไล้  เสียงครางร้องแผ่วเมื่อมือใหญ่ของเอลวินรุกล้ำเข้าในเสื้อเชิ้ตบางที่แต้มไปด้วยเลือด  แต่ถึงกระนั้นเอลวินก็ไม่สนใจปลดเสื้อของอีกฝ่าย  แนบริมฝีปากโลมเลียยอดอกคนตัวเล็กที่เริ่มขัดขืน  มือที่นั้นพยายามดันให้คนตัวใหญ่ออกไป

 

“ยะ หยุดได้แล้ว  จะ เจ้าบ้า”

 

“ทำไมล่ะ  หรือว่าไม่ชอบ” เอลวินกระซิบ

 

“มะ ไม่ ไม่ใช่ที่นี่….”

 

        รีไวล์ร้องห้าม  บ้านร้างไร้ผู้คนต่อให้คนสติดีๆ ก็พอรู้แล้วว่ามันใช่สถานที่ทำเรื่องอย่างว่า  เจ้าหมอนี่คงจะบ้าเลือดเสียสติแล้วจริงๆ 

 

“นึกว่านายจะชอบซะอีกที่นัดสู้กันในบ้านร้าง” เอลวินหยอกล้อ ดันตัวให้ร่างเล็กของคนตรงหน้าเข้ากับกำแพงจนเกิดเสียงเอียดลั่น “เป็นสถานที่ที่เหมาะมากไม่ใช่เหรอ…รีไวล์?  ทั้งเงียบและ