[Titan Fic] +++Gamble [Erwin x Levi] Part 3

posted on 07 Jan 2014 16:14 by little-fin in Attack-on-Titan, Fanfiction
 
 

 

คำเตือน   บทความหรือเนื้อหาดังกล่าว อาจจะเกี่ยวกับ Yaoi (เรื่องวายๆ แนวสีม่วง)  ถ้าหากท่านรับไม่ได้หรือไม่รู้จักคำนี้  ขอเชิญทุกท่านปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ ^ ^

 

 

Title : Gamble [Erwin x Levi]

Author : Kukurio

Pairing : เอลวิน x รีไวล์ [Erwin x Levi]

Rate: PG

 

 

Part 3 

 

รีไวล์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารที่อยู่ตรงหน้า  เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มผมดำละงานในมือและมองผู้มาใหม่ที่ตนเองไม่อยากต้อนรับหนัก เอลวินยิ้มให้กับชายหนุ่มผมดำที่ทำเป็นเหมือนมองไม่เห็นและทำงานเอกสารตามเดิม

 

…ยังคงเย็นชากับฉันเหมือนเดิมนะ…

 

เอลวินยิ้มในใจ  ก่อนจะนั่งลงบนโซฟารับแขกที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะทำงาน  พร้อมกับหยิบหนังสือจากในชั้นขึ้นมาอ่าน  มือเร็วพลิกหน้าอย่างผ่านๆ ไม่สนใจ 

 

 

 

“รีไวล์ ฉันอยากดื่มน้ำชา” เอลวินเอ่ยขึ้นพลางปิดหนังสือเสียงดัง  เหยียดตัวเองกับโซฟากว้างด้วยท่าทางสบายๆ 

 

 

 

“ไปชงเองสิ” รีไวล์กล่าว  เก็บอาการไม่พอใจเมื่อเห็นว่ารองเท้าบูทพาดบนโซฟา “ฉันไม่ใช่คนใช้นาย”

 

 

 

“แต่ฉันอยากดื่มชาฝีมือนาย” เอลวินต่อรอง “เรื่องแค่นี้ทำให้หัวหน้าไม่ได้หรือไง”

 

 

 

“คุณหัวหน้าหน่วยสำรวจเดี๋ยวนี้บ้าอำนาจ  จนสั่งให้ลูกน้องทำเรื่องไร้สาระแล้วหรือไง?”

 

 

 

       รีไวล์เอ่ยประชด  “ถ้าว่างนักก็ชงชาเอง  ฉันมีงานมากมายที่ต้องสะสาง  ไม่ว่างเป็นคนใช้ของนาย”

 

 

 

“ฉันเคยพูดหรือไงว่า  นายเป็นคนใช้ฉัน” เอลวินถาม  แสร้งถอนหายใจ  “ถ้าคิดว่าตัวเองต่ำต้อยขนาดนั้น  ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะเปลี่ยนตำแหน่งของนายหรอกนะ รีไวล์”

 

 

 

       เอลวินเหยียดรอยยิ้ม  “เป็นคนรับใช้ส่วนตัวของฉัน  ไม่ต้องออกไปสู้รบกับพวกไททัน  แค่คิดว่านายคอยรับใช้ฉันก็สนุกแล้ว”

 

ครืน…

 

เสียงเคลื่อนเก้าอี้ดังขึ้น  รีไวล์ส่งสายตาดุไปยังเอลวินเอ่ยเสียงกระแทกเย็นเฉียบ “แค่ชงชาก็พอแล้วใช่มั้ย”

 

 

 

ร่างเล็กเดินออกจากห้องทำงาน  ไม่ปลายตามองแม้กระทั่งคนที่กึ่งนอนอยู่บนโซฟา  เอลวินรู้ดีว่าคงทำให้รีไวล์โกรธอีกแล้ว  คำพูดหยอกล้อเมื่อครูก็แค่อยากให้รีไวล์สนใจเขาเท่านั้น  พอเห็นสีหน้าง้ำงอไม่พอใจยิ่งทำให้เขาอยากแกล้งคนตรงหน้ามากขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

เอลวินกลับมานั่งตัวตรงบนโซฟาตามเดิม  นึกถึงบัตรเชิญที่เขาได้รับจาก ผบ.พิกซิส  งานเลี้ยงที่เหล่าขุนนางจัดขึ้นเพื่อสังสรรกัน   และดูเหมือนจะปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย

 

 

ถ้าหากกองทหารทีมสำรวจยังปฏิเสธไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้  เงินสนับสนุนครั้งหน้าคงจะหายไปเกินครึ่ง

รู้แบบนี้แล้ว  คงหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงไม่ได้อีกแล้วนะเอลวิน’


ชายชราผู้ดำรงตำแหน่งเหนือกว่ายื่นบัตรเชิญนี้ให้เขา  ธุระสำครั้งที่ผบ.พิกซิสมายังศูนย์บัญชาการหน่วยสำรวจคือเรื่องนี้   และอีกสามวันข้างหน้าก็เป็นวันจัดงานแล้ว

 

 

 

                คีธดันโจวก็ติดธุระอยู่ที่กำแพงชั้นนอกเพื่อเตรียมการสำรวจนอกกำแพงครั้งหน้า  เหลือเพียงเขาที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกองทหารทีมสำรวจชั่วคราว  เสียงของ ผบ.พิกซิสยังดังก้องในความทรงจำ

 

‘…พาลูกน้องของเธอไปด้วยก็ได้นะ  เจ้าพวกนั้นเองก็อยากเห็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในงานเลี้ยงเหมือนกัน’

 

“ผมเองก็อยากพาเขาไปเหมือนกันครับท่าน ผบ. แต่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม” เอลวินพึมพำเบาๆ “รีไวล์ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้าใครทั้งนั้น”

 

 

 

“ยังไม่ถึงเวลา…”

 

เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น  รีไวล์ถือถาดน้ำชาเข้ามาในห้องก่อนจะกระแทกถาดน้ำชาลงบนโต๊ะอย่างไม่เกรงใจคนตรงหน้า  และดันถ้วยน้ำชาที่รินเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คนตรงหน้า

 

 

 

“น้ำชาของแก  รีบๆ ดื่มก็ออกจากห้องฉันได้แล้ว”

 

 

 

“ฉันเพิ่งมาถึงก็ไล่เลยเหรอรีไวล์?” เอลวินเอ่ยถาม พลางรับถ้วยชาที่ควันหอมกรุ่นขึ้นมาดื่ม  รสขมฝาดแต่หอมละมุนทำให้ชายหนุ่มผมทองยิ้มอย่างพอใจ  ถึงรีไวล์จะไม่ชอบใจที่เขาสั่งให้ชงชาให้ แต่ก็ยังชงชาออกมาดีเยี่ยมไร้ที่ติ

 

 

 

“อืม..ฝีมือการชงชาของนาย  คนอื่นสู้ไม่ได้จริงๆ”

 

 

 

“ไม่ต้องมายอฉัน  ออกไปได้แล้ว” รีไวล์ยังเอ่ยปากไล่เอลวินอย่างไม่เกรงใจ  แต่ชายหนุ่มผมทองกลับหัวเราะในลำคอเบาจนเจ้าของขมวดคิ้ว “มีเรื่องอะไรน่าหัวเราะ”

 

 

 

“ทั้งๆ ที่ไม่ชอบหน้าขนาดนี้  ถ้านายคิดจะฆ่าฉันจริงคงวางยาพิษในน้ำชาถ้วยนี้ไปตั้งนานแล้ว” เอลวินสัมผัสถ้วยชาที่ถูกเช็ดทำความสะอาดอย่างดีเช่นเดียวช้อนเงินเงาวับ  “ตอนนี้ความตั้งใจของนายคงจะเปลี่ยนไปแล้วใช่มั้ย”

 

 

 

“หึ ฉันไม่ใช่วิธีสกปรกอย่างการลอบฆ่าหรอก”

 

 

 

“จะบอกว่าชอบการต่อสู้อย่างยุติธรรมทั้งที่ไม่เห็นหนทางชนะ” เอลวินกล่าว “อันธพาลอย่างนายก็มีศักดิ์ศรีให้ถือด้วยสินะ”

 

 

 

“หึ  คนอย่างพวกแก  มีแต่ดูถูกคนชั้นต่ำกว่าแกทั้งนั้นละ”

 

 

 

“มันเป็นเรื่องธรรมดาบนโลกใบนี้ละนะ” เอลวินวางถ้วยน้ำชาลง “หากไร้ซึ่งเงินและอำนาจคงไม่มีทางที่ฉันจะมานั่งอยู่ตรงตำแหน่งนี้ได้หรอก”

 

 

 

ดวงตาสีฟ้ามองไปยังร่างเล็กที่อยู่ไม่ห่าง “…และฉันเองก็คงไม่ได้พบนาย”

 

 

 

“…วันนี้แกพูดพล่ามอะไรแปลกๆ “รีไวล์ถามออกไป  ตั้งแต่เข้ามาในห้องแล้วไม่ได้สั่งงานอะไร  รวมถึงเรียกร้องให้เขาชงชาให้

 

 

….แปลก…

 

 

“อย่างงั้นเหรอ…” เอลวินได้แต่ยิ้มละไม

 

 

 

“แกตั้งใจจะทำอะไรก็พูดออกมา ฉันไม่มีเวลาว่างมาเดาใจแกหรอกนะ”

 

 

 

“ไม่มีทั้งนั้นล่ะ  แค่มาตรวจเยี่ยมว่านายเป็นอย่างไงบ้าง?” ชายหนุ่มผมทองมองกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเจ้าตัว “ทั้งๆ ที่แผลก็ยังไม่หาย  ยังฝืนร่างกายอีกนะ”

 

 

 

“เพราะใครกันล่ะที่ทำให้ฉันมีสภาพแบบนี้  ไม่ใช่คนว่างงานอย่างแกที่วันๆ เอาแต่หาเรื่องพูดดูถูกชาวบ้าน”

 

 

 

“ในสายตานาย….ฉันเป็นคนนิสัยแย่สินะ” เอลวินเหยียดยิ้มพลางจับข้อมือของรีไวล์อย่างตั้งใจ  กดเล็บลงบนผ้าพันแผลอย่างช้าๆ  “พูดแบบนี้ฉันเสียใจนะรีไวล์”

 

 

 

เลือดที่ปริออกจากปากแผลค่อยไหลซึมทั่วผ้าพันแผลสีขาวจนกลายเป็นสีแดงคล้ำ   เอลวินยิ่งกดนิ้วแรงเข้าไปอีก “จดจำความเจ็บปวดไว้ให้ดีนะ  รีไวล์…  นายไม่มีสิทธ์ที่จะพูดแบบนี้