[Titan Fic] +++Gamble [Erwin x Levi] Part 9

posted on 16 Feb 2014 21:17 by little-fin in Attack-on-Titan, Fanfiction
 

สวัสดีค่าทุกคน

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลงขอลงฟิคเลยละกันนะ!  (ไปอยู่ช่วงทอร์คหมดแล้ว  555)

 

 

 

คำเตือน บทความหรือเนื้อหาดังกล่าว อาจจะเกี่ยวกับ Yaoi (เรื่องวายๆ แนวสีม่วง) ถ้าหากท่านรับไม่ได้หรือไม่รู้จักคำนี้ ขอเชิญทุกท่านปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ ^ ^

 

 

 

 

Title : Gamble [Erwin x Levi]

Author : Kukurio

Pairing : เอลวิน x รีไวล์ [Erwin x Levi]

Rate: PG15 (เรตเพิ่มขึ้นนิดหน่อย)

 

 

 

 

 

 

 

Part 9

 

 

 

 

“นี่คือ กำหนดการสำรวจนอกกำแพงครั้งต่อไป  ขอให้ทุกคนพิจารณาด้วย”

 

 

                เอกสารที่เขียนกำหนดการไว้ถูกแจกจ่ายให้ทุกคนบนโต๊ะประชุม   ชายหนุ่มผมทองที่ตอนนี้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บัญชาการทีมสำรวจกวาดตาไปรอบๆ    แม้จะมีสายตาไม่พอใจจากเพื่อนทหารด้วยกันที่มองมา  แต่เอลวินก็ไม่ใส่ใจอะไรมากนักและประชุมไปตามปกติ    ดวงตาสีฟ้าคมไล่อ่านเอกสารที่ถูกนำเสนอในที่ประชุมตั้งแต่งบประมาณการเบิก-จ่ายยุทธภัณฑ์   ร่วมถึงผลการฝึกการจัดกระบวนทัพระยะไกลที่เหล่าทหารหน้าใหม่ต่างฝึกฝนอย่างหนัก  เอกสารมากมายถูกนำเสนอและถกเถียงกันในห้องประชุมอย่างเคร่งเครียด

 

 

                จนกระทั่งผู้บัญชาการคีธ  ชาดิส  เข้ามาในห้องการถกเถียงดังกล่าวจึงสงบลง   ความขัดแย้งที่ไม่เห็นด้วยกับเอลวิน  สมิธถูกผู้บัญชาการตัดสินว่าให้ทำตามความเห็นของผู้บังคับหมู่หนุ่มคนนี้

 

 

                เมื่อการประชุมจบสิ้นและทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงานตามปกติ  ทหารหลายนายอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

 

 

“ทำไมเจ้าคนเลือดเย็นอย่างหมอนั้น  ผู้บัญชาการต้องไว้ใจด้วย”

 “หึ แค่เป็นคนคิดแผนกระบวนทัพระยะไกลก็ได้กลายเป็นคนโปรด  แบบนี้ฉันก็ทำได้วะ...”

“ตอนมันทำท่าอวดเก่งที่เมืองชิกันน่า  ฉันยิ่งไม่ชอบมันใหญ่..รู้ว่าใครเป็นคนร้ายก็ปิดเงียบไม่บอกพวกเรา”

“ให้ตายสิ  ผู้บัญชาการไว้ใจเจ้าเอลวินมากเกินไปแล้ว  ท่าทางจะยกมันให้เป็นผู้บัญชาการแน่ๆ”

“ฉันเป็นคนหนึ่งที่คัดค้านแน่วะ”

 

 

                ฮันซี่มองเหล่าหัวหน้าหมู่ทุกคนที่ต่างจับคุยวิพากษ์วิจารณ์เอลวินอย่างแค้นเคือง  หญิงสาวผมหางม้าแอบลอบถอนหายใจเล็กน้อย  ใครบอกว่ามีเฉพาะผู้หญิงที่ชอบจับกลุ่มนินทา  พวกผู้ชายก็ไม่แพ้กันหรอก 

 

 

“เอลวิน...นายคิดว่าตัวเองทำทุกอย่างได้ตัวคนเดียวสินะ...”  ฮันซี่บ่นพึมพำออกมา   ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นหนามองไปยังห้องประชุมที่เพิ่งออกมา   ซึ่งผู้บัญชาการคีธกับเอลวินยังคุยงานกันต่อ

 

 

“ไม่เข้าใจพวกผู้ชายเลยจริงๆ  จะยึดศักดิ์ศรีไปเพื่ออะไร”

 

 

                หลังจากวันที่ทุกคนได้กลับมาศูนย์บัญชาการทีมสำรวจอีกครั้ง  ฮันซี่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ในศูนย์บัญชาการ  บทบาทของผู้บังคับหมู่เอลวิน  สมิธมีความสำคัญมากขึ้นจนทุกคนสังเกตเห็น    และต่างคาดเดากันว่าในไม่ช้าผู้บังคับหมู่เอลวิน  สมิธคงได้เป็นผู้บังคับบัญชากองทหารทีมสำรวจ  รุ่นที่ 13

 

 

                เธอเองก็ไม่ใส่ใจเรื่องนี้มากเท่าไหร่  เพราะใครเป็นผู้บังคับบัญชาคนต่อไปเป็นเรื่องของอนาคต  แต่สิ่งที่กวนใจเธอตอนนี้กลับเป็นเรื่องอื่นมากกว่า

 

 

                หญิงสาวเดินไปยังห้องทำงานของตัวเองที่อยู่ตึกฝั่งตะวันตก   ภายในห้องทำงานที่เธอมักจะปิดประตูหน้าต่างตลอดเวลามีใครบ้างคนเปิดมันออก  เสียงจู้จี้คุ้นหูที่ดังลอดออกจากห้องทำให้หญิงสาวหางคิ้วกระตุกทันที

 

 

“รีไวล์!  นายทำอะไรห้องทำงานฉันอีกแล้ว”

 

 

                ฮันซี่โผล่พรวดเข้าห้องทำงานตัวเองทันที   ห้องที่รกไปด้วยอุปกรณ์ทดลองและขวดสารเคมีถูกชายหนุ่มร่างเล็กเก็บกวาดอย่างเรียบร้อย  เอกสารที่เคยกระจัดกระจายทั่วห้องถูกจัดวางเป็นระเบียบบนโต๊ะทำงาน

 

 

“ทำไมห้องทำงานเธอถึงรกอย่างนี้ยัยแว่น”  เสียงเรียบของรีไวล์ดังขึ้น  ชายหนุ่มร่างเล็กดึงผ้าคลุมหน้าออกพลางมองไปรอบๆ ห้องทำงานฮันซี่อีกครั้ง “ฉันเพิ่งทำความสะอาดไปเมื่อวันก่อน  รกอีกแล้ว”

 

 

                หญิงสาวผมหางม้ามองห้องทำงานของตนเองที่สะอาดผิดปกติ  ซึ่งคราวนี้รีไวล์พาลูกมือมาช่วยด้วยสองคนคือเพทรากับออลโอ้ที่ยิ้มแห้งๆ ให้   เธอเอามือตบหน้าผากตัวเอง  เอกสารที่เธอเพิ่งเขียนรายงานเรื่องไททันเมื่อเช้าอยู่ไหนล่ะเนี่ย!

 

 

“วันหลังถ้านายไม่มีอะไรทำ  ไปทำความสะอาดอื่นได้มั้ยรีไวล์” ฮันซี่บอกกับรีไวล์เป็นครั้งที่สาม  นับตั้งแต่กลับศูนย์บัญชาการ  มีอยู่คนหนึ่งที่เปลี่ยนไปเหมือนกัน   ...และคนๆ นั้นกำลังชี้นิ้วสั่งให้ออลโอ้เอาขยะไปทิ้งข้างนอก  และสั่งให้เพทราไปเอาน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องทำงานของตนเองเพื่อนำมาราดห้องนี้

 

 

“....”

 

 

                ห้องของเธอไม่ได้สกปรกขนาดนั้นสักหน่อย!  ถึงจะมีแมลงสาบมาทักทายแต่มันไม่น่าถึงขั้นใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคนะ!  เมื่อเห็นว่าออลโอ้และเพทราออกจากห้อง   ฮันซี่จึงตัดสินใจถามขึ้น

 

 

“รีไวล์ถามจริงๆ เหอะเกิดอะไรขึ้น?  ตั้งแต่กลับมาที่ศูนย์บัญชาการนายก็เอาแต่ทำความสะอาดอย่างเดียวเลย”  ไม่ใช่แค่ห้องทำงานของเธอ  ทุกส่วนของปราสาทตอนนี้สะอาดวาววับจนทหารลื่นหัวแตกหลายรายแล้ว

 

 

“ไม่มีอะไร  ฉันก็แค่ทำทุกอย่างตามปกติ”  รีไวล์ตอบ  “เธอเองก็น่าจะชินได้แล้ว”

 

 

“ปกติห้องทำงานของฉัน  นายยังไม่กล้าเข้ามาด้วยซ้ำแบบนี้เรียกว่าปกติหรือไง” ฮันซี่กอดอกถาม  เมื่อก่อนรีไวล์เคยเข้ามาที่ห้องทำงานเธอครั้งหนึ่งและไม่กล้าเหยียบเข้ามาอีกเลย  แต่ตอนนี้มาเกือบทุกวันแถมชอบบุกรุกเข้ามาทำความสะอาดบ่อยๆ อีก

 

 

“นายมีเรื่องไม่สบายใจก็บอกฉันได้นะ  ฉันก็เคยบอกนายหลายรอบแล้ว  ยังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนพ้องกัน”

 

 

“ไม่มีอะไร”

 

 

“โกหก” ฮันซี่ว่าทันที  และชี้นิ้วใส่อย่างเสียมารยาท   “นายต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ เกี่ยวกับเอลวินใช่มั้ย  ตั้งแต่พวกนายสองคนกลับมาที่นี่ก็แทบไม่ได้คุยกันเลย”

 

 

“ฮึ ไม่เห็นแปลกตรงไหน  ฉันเองก็ไม่ชอบขึ้หน้าหมอนั้นอยู่แล้ว”

 

 

“แต่มันก็แปลกอยู่ดี! เอลวินมักจะเรียกนายใช้งานประจำแต่หมู่นี้ไม่เรียกเลย  ผิดปกติชัดๆ “ ฮันซี่พูดตามตรง    มองรีไวล์ที่ยังกวาดพื้นห้องอยู่พลางถอนหายใจยาว  “พวกนายสองคนมีเรื่องทะเลาะกันใช่มั้ย  ถ้ายังไงก็รีบคืนดีกันสักทีเถอะ  อย่าให้คนแถวนี้ต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องส่วนตัวของพวกนายเลย”

 

 

                รีไวล์ยังคงกวาดห้องทำงานต่อไปไม่สนใจสิ่งที่ฮันซี่พูด    ทำไมทุกคนถึงเป็นห่วงเขาเรื่องนี้นัก...ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่ก็มีคนมากมายพูดเป็นห่วง  เขาแสดงออกเด่นชัดจนทุกคนสังเกตเห็นหรือไง

 

 

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น...พวกเธอคิดมากันไปเอง”  รีไวล์ยังคงปฏิเสธยืนกรานคำเดิม  แต่ดวงเนตรสีเทาดำคู่นั้นกลับหมองไร้ชีวิตชีวาก่อนส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ ราวกับ