[Titan Fic] +++Gamble [Erwin x Levi] Part 12

posted on 17 Apr 2014 16:26 by little-fin in Attack-on-Titan, Fanfiction

สวัสดีค่าทุกคน

ฟิคตอนใหม่มาแล้วค่ะ ปั่นฟิคเสร็จก็รีบลงทันทีกลัวนักอ่านจะรอนาน (แบบว่าคนแต่งติดสตั้นอีกแล้ว T^T)

จากที่บอกว่าฟิคคงจะจบลงตอนนี้ กลายเป็นว่าไม่จบง่ายๆ

ทักทายเสร็จแล้ว อ่านตอนต่อไปได้เลยค่า ♥

 

 

 

 

 

คำเตือน บทความหรือเนื้อหาดังกล่าว อาจจะเกี่ยวกับ Yaoi (เรื่องวายๆ แนวสีม่วง) ถ้าหากท่านรับไม่ได้หรือไม่รู้จักคำนี้ ขอเชิญทุกท่านปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ ^ ^

 

 

 

 

 

 

 

Title : Gamble [Erwin x Levi]

Author : Kukurio

Pairing : เอลวิน x รีไวล์ [Erwin x Levi]

Rate: PG 15

 

 


 

 

Part 12

 

เพียงแค่มองนายอยู่ห่างๆ  คอยเฝ้าดูแลไม่ให้ล่วงรู้ถึงตัวตน

อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด

 

รถม้าที่เอลวินโดยสารเคลื่อนตัวออกไปจากบาร์สู่ท้องถนนกว้างที่มีเพียง ความมืดรายล้อม   แสงตะเกียงส่องวูบไปตามการเคลื่อนไหวของรถม้า   บรรยากาศภายในรถเงียบอึมครึมจนได้ยินเสียงล้อรถบดไปตามท้องถนน

 

มิเกะมองไปยังหัวหน้าตนเองที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรตั้งแต่ขึ้นรถม้า   ชายหนุ่มร่างยักษ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะส่ายหน้ากับสภาพของเอลวินตอนนี้   ใบหน้าที่มักจริงจังเคร่งขรึมแสดงความอ่อนล้าราวกับคนละคนที่ต่อรองกับขุน นางจิ้งจอก

 

“เอลวิน  นายฝืนมากเกินไปแล้ว” มิเกะเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

 

เพราะศักดิ์ศรีและตำแหน่งที่ดำรงอยู่ทำให้เอลวินไม่แสดงความอ่อนแอให้ใคร เห็น  มีเฉพาะคนสนิทไม่กี่คนที่เคยเห็นใบหน้ายามท้อแท้ของชายหนุ่ม  มิเกะที่ทำงานร่วมกับเอลวินมานานรู้ดีว่าสิ่งที่บั่นทอนคนตรงตอนนี้คือ รีไวล์

 

ตั้งแต่รับรีไวล์เข้ามาในทีมสำรวจ  มิเกะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเอลวินทีละน้อย ความใกล้ชิดระหว่างเอลวินกับรีไวล์นั้นก้าวผ่านคำว่าหัวหน้าและลูกน้องจนไม่ อาจหวนคืนได้

 

“นายปกป้องรีไวล์  ทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้านั่นมีความสุข” มิเกะกล่าวออกมา  “แต่สภาพนายตอนนี้มันคุ้มสำหรับสิ่งที่ทำลงไปหรือเปล่า?”

 

เพราะไม่เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย  มิเกะจึงได้แต่ตั้งคำถามเพื่อให้เอลวินตอบ  “สิ่งที่นายทำมันไม่ใช่ความหวังดี  มันเป็นแค่การไถ่บาปในใจตนเองเท่านั้น เพราะแบบนี้นายถึงปกปิดไม่ให้รีไวล์รู้”

 

“ทำไมไม่บอกให้รีไวล์รู้ถึงสิ่งที่นายทำ  เจ้าหมอนั้นอาจให้อภัยกลับมาที่ทีมสำรวจ”

 

เอลวินยิ้มบางพลางจ้องไปที่มิเกะ  การปล่อยให้คนใกล้ชิดล่วงรู้ความคิดของตนนั้นคงเป็นความประมาทมากเกินไป แต่เขาก็ไม่ถือสาคนสนิท

 

“มิเกะ  ถ้าฉันเล่าความจริง  รีไวล์คงจะไม่ให้อภัยฉัน”

 

ชายหนุ่มผมทองพูดขึ้น  “ความเกลียดชังที่เกิดจากการตายของเพื่อนพ้อง  ทำให้รีไวล์แตกสลายไปแล้วครั้งหนึ่งฉันไม่ต้องการเห็นรีไวล์เสียใจอีก”

 

เขานึกถึงกล่องไม้ที่พบในห้องทำงานของรีไวล์   เมื่อเห็นของภายในก็ทราบทันทีว่าเป็นของระลึกถึงเพื่อนพ้องที่จากไป  ม้วนเอกสารที่เปื้อนไปด้วยรอยด่างดวงรวมถึงมีดสั้นที่ห่อผ้าเปื้อนเลือด แห้งกรัง

 

เอลวินจำเอกสารฉบับนั้นได้ดี   เอกสารปลอมที่เขาหลอกให้รีไวล์เข้ามาใกล้  ยอมให้อีกฝ่ายเกลียดชังแม้จะถูกฆ่าตาย  คนโง่เขลาเช่นเขามีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่รั้งอีกฝ่ายได้

 

“ฉันเป็นคนวางหมากตั้งแต่เริ่มต้น  เกมกระดานนี้ฉันต้องจบมันให้ได้”

 

“งั้นเกมของนายจะจบลงเมื่อไหร่”  มิเกะถาม  “อีกนานแค่ไหน”

 

“นั่นสินะ…คงใกล้จะจบแล้ว  ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก”

 

ดวงตาสีฟ้าเหม่อมองออกไปยังทิวทัศน์ข้างนอก   รถม้าเคลื่อนผ่านอาคารสูงที่สะท้อนแสงจันทร์นวล   โคมไฟสะท้อนให้เห็นผู้คนที่สัญจรไปมายามค่ำคืน  แม้คืนนี้จะยาวนานกว่าพวกเขาจะเดินทางกลับถึงศูนย์บัญชาการ และต้องเตรียมตัวเพื่อออกสำรวจนอกกำแพงอีกครั้งตามกำหนดการที่วางไว้

 

เมื่อถึงตอนนั้น แผนการที่เขาวางไว้คงจะสำเร็จและทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติอีกครั้ง“รออีกไม่นานหรอก…“

 

ชายหนุ่มผมทองกล่าวย้ำกับตัวเองพลางนึกถึงกล่องไม้ใบนั้นที่เขาฝากให้ฮัน ซี่ส่งคืนเจ้าของ  รวมทั้งของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เขาจะมอบให้รีไวล์

 

 

…………………………………………………………………………………………………………….

 

 

ในคืนวันนั้น…

 

หลังจากที่รีไวล์ได้พบเจอกับฮันซี่   ชายหนุ่มผมดำตัดสินใจไม่กลับไปที่พักของตน  ใช้เวลาที่เหลือเดินบนท้องถนนอย่างไร้จุดหมาย   อาจเพราะตัวเขานั้นคงไม่อยากกลับไปยังบ้านที่อ้างว้างแห่งนั้น

 

ลมเย็นพัดผ่านจนร่างกายรู้สึกสั่นเทา   มือเล็กเกาะกุมกอดเพื่อบรรเทาความหนาว  แม้อากาศจะไม่เย็นยะเยือกเท่าในคืนวันที่ต่อสู้ครั้งสุดท้าย  แต่ก็ทำให้รีไวล์หวนคิดถึงทุกครั้ง

 

ฝีเท้าที่เดินอยู่กลับหยุดลง   ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเดินมาถึงสถานเริงรมย์ของพวกคนกลางคืน   กลิ่นหอมหวานรวมทั้งกลิ่นกายของผู้ปะปนกันจนแยกแยะไม่ได้   เสียงหัวเราะของพวกสวะกักขฬะรวมถึงเสียงดนตรีที่ดังออกมาจากร้านเหล้า  ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างทำให้รีไวล์หลงลืมไปว่าเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของ เจ้าพวกนั้น

 

…เป็นอันธพาลที่ไม่ต่างอะไรกับสวะไร้ค่า…

 

ชายหนุ่มผมดำเงยหน้ามองป้ายร้านเหล้าที่อยู่ไม่ห่างออกไป  ในเมื่อมาแหล่งเริงรมย์การหันหลังกลับไปคงเป็นความคิดไร้สาระ  ในเมื่อคืนนี้ว่างจนไม่รู้จะทำอะไรการดื่มเหล้าก็เป็นความคิดที่ดีอย่าง หนึ่ง

 

ขณะที่รีไวล์ก้าวเท้าเพื่อเข้าไปในร้านเหล้าแห่งนั้น  ชายหนุ่มผมก็ได้ยินเสียงรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่หน้าร้าน  เสียงคุ้นเคยบ้างอย่างทำให้เขาหันกลับไปมองและพบกับคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ในสถานที่แห่งนี้

 

…ตาแก่พิกซิสมาทำอะไรแถวนี้…รีไวล์คิดในใจ  สถานที่อโคจรของพวกคนชั้นต่ำ  พวกชนชั้นสูงมามีธุระอะไรถึงแวะมาเที่ยว    ชายหนุ่มผมดำคิดเก็บความสงสัยอย่างเงียบเฉียบพลางเบี่ยงตัวหลบ