[EP I]A Ghastly Windy Night

posted on 27 Apr 2014 01:09 by little-fin in BONE

เอนทรีย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Exteen Bottleneck

 

 

 

 

 

 

 

   ::<>::<>::<> Red Night <>::<>::<>::

 

 

เรียน ท่านแม่...

 

 

 

 

                ว่ากันว่าชีวิตของมนุษย์นั้นแสนสั้น  ผมได้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า  อนาคตที่จะเกิดขึ้นจะเป็นเช่นไร  เหตุการณ์ที่ผมพบเจอในวันนี้ติดตรึงในความทรงจำจนไม่อาจข่มตาหลับได้

 

                ผมหวังว่าการเดินทางในเรืออโทรพอสจะราบรื่นต่อไป  คงไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายอีก  เพราะเพียงเท่านี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่สยองขวัญสำหรับผมเหลือเกิน

 

กาเบรียล  บราซซี

 

 

                ผมวางปากกาลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ   ก่อนจะเอนหลังฟิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า  รู้สึกได้ถึงเปลือกตาอันหนักอึ้งที่พร้อมปิดตลอดเวลา   ถึงจะล้มตัวลงนอนตอนนี้ก็คงหลับไม่สนิท  เพราะเมื่อหลับตาลงมักจะหวนถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น

 

 

...เสียงประหลาดแสนลึกลับ...

 

                ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก  พลางหันไปประตูห้องที่มีเสียงบ้างอย่างดังลอดเข้ามา  เสียงประหลาดที่ดังขึ้นนั้นทำให้ผมอดขมวดคิ้วไม่ได้ว่าดึกดื่นเช่นนี้ทำไมจึงมีเสียงแปลกๆ ดังขึ้น

 

 

 

                ผมเปิดโคมไฟเพื่อให้แสงสว่างในห้อง  หลายคืนมานี่ผมนอนหลับอย่างสบายใจแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  บนเรืออโทรพอสแห่งนี้มีกิจกรรมมากมายให้เขาได้สังสรรค์และสนุกสนาน  ความเปรมปรีดิ์ที่ได้ออกจากอังกฤษและมุ่งสู่อเมริกานั้นทำให้ผมสุขใจยิ่งหนัก  จนลืมเรื่องเศร้าใจในอดีต

 

 

 

                แต่ว่าคืนนี้มีอะไรที่แปลกแตกต่างออกไป...เสียงประหลาดที่ดังอยู่ข้างนอกทำให้ผมสะดุ้งตื่น  แน่นอนว่าบนท้องน้ำมหาสมุทรกว้างใหญ่ที่มีแต่เพียงคลื่นและสายลม  เสียงเหล่านั้นมาจากไหน?

 

 

 

                ผมหยิบเสื้อสเวคเตอร์สีแดงและโค้ทสีน้ำตาลตัวโปรดทับชุดนอน  เพราะดูแล้วอากาศข้างนอกห้องน่าจะเย็นพอสมควร  ก่อนจะเปิดประตูว่าออกไปดูว่าด้านนอกมีอะไร... 

 

 

“ไม่เห็นมีอะไรเลย....” 

 

 

 

ผมพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ หลังจากออกจากห้อง  ก่อนจะมองไปรอบๆระเบียงทางเดินที่เงียบเชียบและสว่างโร่ด้วยแสงไฟ  ไม่มีคนหรือสิ่งของที่น่าจะเป็นต้นเหตุของเสียงประหลาด  สรุปเสียงลึกลับแปลกประหลาดที่ได้ยินตอนอยู่ในห้องนอน  คือ  ความฝัน หรือหูแว่วกันแน่

 

 

 

 “แล้วจะตื่นมาทำไมเนี่ย” ผมขยี้ศรีษะ  ดวงตาของผมตอนนี้ตื่นเต็มที่  ท่าทางถ้ากลับไปนอนตอนนี้คงนอนไม่หลับ    ผมกระชับเสื้อโค้ทตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะตัดสินใจเดินเล่นฆ่าเวลา  เผื่อว่าจะมีอะไรตื่นเต้น

 

 

 

...ไม่สิเขากำลังคาดหวังอะไรกันแน่... ...เพราะความเหงามากกว่า... 

...สุดท้ายแล้ว  เสียงที่เขาได้ยินอาจจะเป็นอดีตที่ตามหลอกหลอนในความฝันจนสะดุ้งตื่น... 

 

 

 

 

“ เฮ้อ... แล้วจะไปไหนดี” ผมตั้งคำถามกับตัวเอง  และบังเอิญไปเห็นป้ายบอกทางที่ชี้ยังห้องอาหารที่ชั้น D อืม...เวลานี้พวกพนักงานจะเก็บอาหารหรือยังนะ 

 

 

 

“ไปหาอะไรกินดีกว่า”  อย่างน้อยน่าจะมีพวกชาหรือพวกสโคนเหลืออยู่บ้าง  ความจริงตอนนี้เขานึกอยากกิน คีชเบคอนขึ้นมาหน่อยๆ  ขนมอบที่ผสมด้วยเบคอนและแฮม  ขอบกรุบกรอบ  ถ้าได้กินคู่กับกาแฟคาปูชิโนร้อนๆ

 

(อืม...แต่ดึกป่านนี้กินกาแฟคงไม่ดี) 

 

 

 

ระหว่างทางที่เดินไปห้องอาหาร ผมก็อดยิ้มออกมาน้อยๆ ไม่ได้  นิสัยที่ชอบกินของพวกนี้เลิกไม่ได้จริงๆตอนนี้เป็นคนธรรมดาแล้วยังนึกอยากกินของพวกนี้อีก  

 

 

 

“ตอนนี้เราคือบราซซีไม่ใช่พวกตระกูลขุนนางไวท์เบิร์กอีกต่อไปแล้ว” ผมพูดย้ำกับตัวเอง   เมื่อมาถึงชั้น D ห้องอาหาร ผมก็เห็นอาหาร “เหลือ” มากมายว่างไว้บนโต๊ะ  พวกผู้โดยสารชั้น 1 กินของทิ้งขว้างเยอะขนาดนี้เชียว

 

 เมื่อหันไปรอบๆก็ไม่เจอพนักงานสักคน  ไม่มีคนดูแลห้องอาหารช่วงเวลานี้หรืออย่างไร  

 

 

 

“เอ๊ะ...นั้นมันคีชเบค่อนนี่”

 

 

                ผมมองบนโต๊ะอาหารที่มีคีชเบค่อนถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นสามเหลี่ยม   ท่าทางโชคจะเข้าข้างผมเล็กน้อยที่มีขนมอบชนิดนี้วางไว้ไม่มีใครแตะต้อง  ผมหยิบคีชเบค่อนมากินถึงจะเย็นไปสักนิดแต่รสชาติความอร่อยของมันก็ทำให้ผมพอใจ 

 

 

 

                ผมกินคีชเบค่อนไปสามชิ้น  และเห็นของว่างที่เรียงอยู่บนโต๊ะมากมาย  ผู้โดยสารชั้น 1 กินน้อยกันจริงๆดูสิทั้งขนมปังกรอบ  ไหนจะผลไม้ลูกสวยๆ พวกนี้ถูกวางทิ้งไว้ไม่มีใครแตะต้อง

 

 

 

“กินผลไม้ล้างปากดีกว่า” ผมยิ้มและหยิบผลไม้ที่ถูกจัดเรียงในถ้วยแก้วสวยงาม

 

 

 

“แอปเปิ้ลลูกนี้น่ากินดีนะ”

 

 

 

       ผมหยิบแอปเปิ้ลสีแดงในชามแก้วขึ้นมากิน

.

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

       ไหนใครบอกว่าอาหารผู้โดยสารชั้น 1 มีแต่ของดีๆ ยังไงล่ะ  ทำไมมันถึงรู้สึกปวดมวนท้องแบบนี้...

 

       ผมเอามือกุมท้อง  รู้สึกได้เลยว่าท้องไส้กำลังปั่นป่วนแบบนี้อาการท้องเสียชัดๆ (;_____:)

 

 

 

       ผมวิ่งเข้าห้องน้ำหลายรอบๆ จนรู้สึกหมดแรง  พนักงานก็ไม่อยู่สักคน จะขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่มี    ผมค่อยๆ ลากสังขารไปห้องพยาบาล  คืนนี้มันอะไรกันเนี่ย...

 

 

 

 ...ไม่น่ากินอาหารพวกนั้นเลย  ต้องเป็นแอปเปิ้ลสีแดงลูกนั้นแน่ๆ คีชเบค่อนแสนอร่อยไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้!!...ผมกรีดร้องในใจ 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

“...นี่มันอะไรกันเนี่ย...” 

 

 

เมื่อผมเดินตามป้ายมายังห้องพยาบาลก็ได้แต่นิ่งอึ้งก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ   ทำไมมีผู้โดยสารมายืนรออยู่มากมาย  แถมแต่ละคนอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มาก  ส่วนใหญ่เสื้อผ้าเปียกโชกราวกับตกทะเล บางคนหน้าซีดเซียวคล้ายไม่มีแรง บางคนก็เอียงคอในมุมแปลกๆ

 

 

 

…รู้สึกว่าผมจะโชคดีกว่าเยอะ เพราะแค่ท้องเสีย...

 

 

 

ผมคิดในใจ  แต่ทำไมทุกคนถึงยืนรอหน้าห้องพยาบาลไม่เข้าไปรักษาตัว   เมื่อถามคนเหล่านั้นจึงทราบว่าประตูห้องนั้นถูกล็อกไว้

 

 

ผมเห็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงที่ภายหลังทราบว่าชื่อ  Yosha Twist  นั่งทรุดตัวเป็นคนแรกเมื่อเห็นสภาพที่เนื้อตัวเปียกโชก  และกุมไหล่ ท่าทางคงจะบาดเจ็บหนัก

 

 

คนอื่นๆ ก็เช่นกันต่างล้มตัวรอหน้าห้องพยาบาล  ผมเองที่มาที่หลังจึงนั่งลงพิงผนังด้วยเพราะอ่อนเพลีย  ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะยืน

 

 

จู่ๆ ก็มีเสัยงดังโครมครามเกิดขึ้น   ผมที่เผลอหลับไปสักพักหนึ่งสะดุ้งตื่นเพราะความตกใจ  เมื่อเหลือบมองไปรอบๆ ก็เห็นแต่ละคนก็มีสีหน้าแตกตื่นไม่ต่างกับตัวผม  ทุกคนที่ดูท่าทางผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรบ้างอย่างต่างวิ่งไปที่ประตูห้องพยาบาล  พยายามเปิดประตูห้องที่ล็อกไว้ 

 

 

 

ทันใดนั้นผมก็เห็นเด็กผู้ชายผมบลอนด์ทองที่ดูจากลักษณะการแต่งตัวแล้วทำให้ผมเลิกคิ้วสูง  ถึงจะเสื้อผ้าจะเป็นแบบธรรมดาแต่เนื้อผ้าเป็นพวกของชนชั้นสูงตัดใช้

 

 

 

ผมมาทราบภายหลังว่าเด็กน้อยคนนี้ชื่อ Oliver Quinn  เขาดูท่าทางตกใจมาก  และเอากระถางต้นไม้เล็กๆ ปาใส่กระจกประตูและพยายามปลดล็อกประตูจากข้างในจนมือเล็กๆ คู่นั้นโดนบาดจนเลือดโชก

 

 

 

เมื่อเข้ามาในห้องพยาบาล  ก็ไม่มีใครอยู่ในห้อง...ผมสูดลมหายใจเฮือกใหญ่  อย่างน้อยอยู่ในห้องนี้คงดีกว่าอยู่ข้างนอกที่ยินเสียงแปลกๆ นั้น คืนนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมห้องพยาบาลถึงไม่มีใครอยู่ พนักงานประจำเรือหายไปไหนกันหมด

 

 

 

ผมมองไปรอบๆ ห้องพยาบาลขณะที่ตัดสินใจว่าจะนั่งรอให้หมอมาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาจากเตียงสำหรับผู้ป่วยจึงหันไปมอง

 

 

 

ฟ่อ!!!

 

 

ผู้ชายผมดำคนนั้น   ผมเห็นดวงตาสีเขียวสว่างคู่นั้นเบิกกว้างเพราะความตกใจ  ที่มีแมวสีดำพุ่งมาที่ใบหน้าของเขาก่อนจะถูกข่วนเสียจนหน้าพัง  ผมเห็นเขาพยายามเอามือดึงแมวตั้วนั้นออกไป  ถ้าผมจำไม่ผิดผู้ชายคนนั้นชื่อ Larfata Ellu 

 

 

 

แต่ความวุ่นวายไม่จบลงเพียงเช่นนั้น  หลังจากที่แมวดำตัวนั้นยังขู่ฟ่อไม่เลิก  ก็มีเสียงประหลาดออกมาจากตู้ยา  ผมได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก  เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเสียจนผมเองก็ไม่อาจบรรยายได้

 

 

เพราะความเหนื่อยล้าและอาการบาดเจ็บ  ผมเห็นผู้ชายผมแดงตาสีเทาคนนั้นเดินไปยังประตูห้องพยาบาล  ก่อนที่ใครจะรู้สุกตัว   ผมก็เห็นเจ้าสัตว์หน้าขนสีดำตัวนั้นพุ่งไปหาเขา

 

 

 

ก่อนที่ทุกสรรพสิ่งจะหยุดนิ่งไป...

 

 

 

เขาสะดุดล้มลงก่อนที่เศษกระจกจากประตูห้องพยาบาลจะเสียบเข้าไปที่คอหอยจนของเหลวสีแดงพุ่งกระจายออกมา

 

 

 

 

 

เลือด  เลือดสีแดง....

 

 

 

 

ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ผมก้าวขาไม่ออก  จากเสียงปริศนาบริเวณทางเดินทำให้พวกเราตื่นตระหนกจนเข้ามาในห้องพยาบาลแห่งนี้  ผมไม่คิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น  ชายหนุ่มผู้ซึ่งรู้จักกันได้ไม่นานกลับมาตายต่อหน้าต่อตา กลิ่นสนิมฉุนจากเลือดสดๆ ที่ไหลออกมาทำให้ผมเอามือปิดปากทันที  ความคลื่นเหียนจากการเห็นเหตุการณ์นั้นทำให้ผมขาสั่นจนก้าวขาไม่ออก  หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่ง

 

พลันตู้ยาที่ส่งเสียงก่อนหน้านี้ก็มีซากนกร่วงมา  ปีกขนนกสีขาวบริสุทธิ์กระจายทั่วเต็มห้องราวกับกระดาษโปรยผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้าย

 

ผมมองไปยังแมวดำที่นำพาโชคร้ายมา  รวมถึงซากนกที่หล่นลงมาจากตู้เก็บยา 

 

 

 

...เกิดอะไรกัน... 

...ทำไมถึงเกิดเรื่องพวกนี้ด้วย.. 

 

 

 

"ทะ ทำไม..." ผมร้องออกมา อากัปกิริยาที่สำรวมตลอดเวลาหายไปสิ้น  ผมแค่ตั้งใจมาหาหมอรักษาอาการปวดของตนเองแต่เจอคนตาย ริมฝีปากของผมสั่นระริกก่อนจะแหกปากตะโกน 

 

 

 

"...หมออยู่ไหน!!! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!" 

 

 

 

 

................................................................................................

 

 

 

....ผมปิดสมุดบันทึกที่จดในวันนี้  พลางมองไปยังเสื้อโค้ทสีน้ำตาลและเสื้อสเวคเตอร์สีแดงที่ถูกทิ้งในตะกร้าผ้า    หลังจากวันนี้เป็นต้นไปผมคงจะไม่ชอบสีแดงไปอีกนาน

 

 

 

 

ทั้งแอปเปิ้ล  เลือด  คนตาย  แม้กระทั่งพนักงานหญิงที่จัดการศพ...

 

 

 

 

 

...ทุกอย่างล้วนเป็นสีแดง... 

 

 

 

 

ผมนึกถึงพนักงานผมแดงคนนั้นที่ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากผม  ถึงเธอจะเห็นศพที่คาประตูก็ไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย   ผมเองที่เป็นผู้ชายแท้ๆยังสติแตก  พนักงานบนเรือลำนี้ช่างเป็นคนประหลาดเสียจริง 

 

 

 

 

แต่ที่ผมสงสัยมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องในคืนนั้น

 

 

 

 

 

 

...เสียงลึกลับที่ได้ยินคืออะไรกันแน่นะ?...

 

 

 

 

 

 

 

 

.....................................................................................................................................

 

ด้วยอานุภาพของขวดทั้งหลายจงยืดเดดไลน์ของเรา!! 5555

 

 

รู้สึกประหลาดใจมากตอนที่เห็นว่าลูกชายตัวเองได้รางวัลอีเว้นต์ยาวที่สุด  ได้ขวดเพิ่มมาอีกหนึ่งสะสมในคอเลคชั่นขวดแล้วค่า

 

 

และขอบคุณเพื่อนกลุ่ม E ทุกคนที่ช่วยเล่นอีเว้นต์นี้ด้วยค่ะ  ได้รูทที่ไม่คิดเลยว่าจะเจอแบบนี้  แต่ละคนอึ้งกันเลยทีเดียว

 

 

 

 

แถมคุณลูกชายยังอยู่ในกลุ่มที่มีคนตายอีก  ระทึกมากค่ะ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องราวน่าสนใจดีนี่ จะรอฟังเนื้อเรื่องต่อไป

#1 By Bottleneck on 2014-04-27 23:23