[Titan Fic] About Kiss [Jean x Eren] Part 1

posted on 14 May 2014 10:00 by little-fin in Attack-on-Titan, Fanfiction directory Fiction, Cartoon

สวัสดีค่ะทุกคน

 

วันนี้มาลงฟิคเรื่องใหม่ค่ะ!  ฮา  เป็นอีกคู่หนึ่งที่ชอบมากจากเรื่องไททัน  ติดใจตั้งแต่อนิเมะแล้วตอนสองคนนี้ทะเลาะกัน (?)  หวังว่าทุกคนจะชอบฟิคนี้นะคะ

 

 

 

คำเตือน   บทความหรือเนื้อหาดังกล่าว อาจจะเกี่ยวกับYaoi (เรื่องวายๆ แนวสีม่วง)  ถ้าหากท่านรับไม่ได้หรือไม่รู้จักคำนี้  ขอเชิญทุกท่านปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ ^ ^

 

 

Title : About Kiss [Jean x Eren]

Author :Kukurio

Pairing : แจน x เอเลน [Jean x Eren]

Rate: PG

 

 

 

 

 

 

Part 1

 

...ว่ากันว่ามนุษย์เรามักจะไม่มีเหตุผลในเรื่องง่ายๆ...

โดนเฉพาะเรื่องการถูกชะตาหรือไม่ชอบขี้หน้าใครซักคน...

เพราะฉะนั้น  มนุษย์อย่างเขาเองก็มีคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเหมือนกัน

...โดนเฉพาะคนที่แย่งของที่ตัวเองชอบไป...

 

                แจน  กิลชูไตน์  เด็กหนุ่มรูปหล่อ ฐานะดี  คารมเป็นต่อ  มีเพื่อนฝูงมากมาย  ด้วยความที่เด็กหนุ่มเติบโตอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะมั่งคั่ง  เป็นทายาทที่สืบทอดกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเมือง  เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เด็กหนุ่มจะเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน  มีผู้คนมากมายที่เข้าหา  รวมถึงเด็กสาวน่ารักๆ

 

...ยกเว้น  เพียงคนเดียว...

 

“มิคาสะ  ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ  วันหลังไม่ต้องเอาข้าวกล่องมาให้หรอก!” 

 

                เอเลน  เยเกอร์หันไปดุเด็กสาวผมดำที่กำลังถือข้าวกล่องมาให้  ใบหน้าสวยหวานโดดเด่นมุ่นหน้าเล็กน้อยก่อนจะพยายามยัดข้าวกล่องใส่มือเอเลน

 

“ไม่ได้นะเอเลน  ถ้าฉันไม่เอามาให้เดี๋ยวตอนกลางวันเอเลนก็ไม่ได้กินข้าวน่ะสิ”

 

“ระ เรื่องนั้นฉันไปซื้อขนมปังที่ร้านสหกรณ์ก็ได้” เอเลนยังคงตอบปฏิเสธ  รู้สึกอายสายตาของเพื่อนร่วมห้องที่มองมายังพวกเขา  นึกหงุดหงิดใจตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กประถมแล้วนะที่ชอบลืมข้าวกล่องที่บ้านบ่อยๆ

 

“แบบนั้นจะอิ่มเหรอ  กลางวันนี้มีคาบพละไม่ใช่เหรอ?” เด็กสาวผมดำเอียงคอสงสัย  ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเอเลนไม่พอใจอะไร “ถ้ายังงั้นกลางวันนี้เอเลนจะไม่กินข้าวกล่องใช่มั้ย”

 

                เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเด็กหนุ่มสาวทั้งคู่  เอเลนหลบตาของมิคาสะก่อนจะรับข้าวกล่องอย่างช่วยไม่ได้  เพราะคาบบ่ายมีชั่วโมงพละหรอกนะถึงรับไว้  ท่ามกลางของสายตาเพื่อนๆ ที่มองทั้งคู่มีเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่กำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเงียบๆ อยู่

 

“...ทำไมมิคาสะ ต้องสนใจเจ้าบ้าเอเลนด้วย”

 

                ตาของแจนแทบลุกเป็นไฟเมื่อเห็นมิคาสะกำลังจัดเนกไทของเอเลน  ก่อนที่เอเลนจะจับมือมิคาสะและร้องห้าม

“พอได้แล้วมิคาสะ  ฉันอายเขานะ!”

 

“เอเลนบอกกี่ครั้งแล้วต้องผูกเนกไทให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน...”

 

“มิคาสะ เธอเป็นแค่พี่สาวข้างบ้านนะ  ไม่ใช่แม่ของฉัน!”

 

                แต่ในสายตาของเพื่อนร่วมห้องแล้วอยากบอกว่าทั้งคู่ดูเหมือนแฟนกันมากกว่าแค่เพื่อนธรรมดา  ถึงทุกคนจะคิดแบบนั้นก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมา  หลายคนได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะความจนใจ  ถึงเอเลนจะบอกว่ามิคาสะเป็นพี่สาวข้างบ้าน  แต่ความสนิทสนมที่แสดงออกมานั้นช่างตรงกันข้าม

 

“วันนี้สองคนนี้ก็ยังรักกันร้อนแรงเหมือนเดิมนะ...”  เสียงของมาร์โก้ดังขึ้น   ก่อนจะหันไปหาแจนว่าตอนนี้ยังสบายดีอยู่มั้ยที่เจอภาพบาดใจอีกแล้ว   “แจน...ฉันว่านายเลิกชอบมิ....”

 

                มาร์โก้ชะงักคำพูดทันที  เมื่อพบว่าเพื่อนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ กันหายตัวไปเสียแล้ว  และเห็นแจนกำลังเดินตรงไปยังโต๊ะเอเลน  เด็กหนุ่มหน้ากระหัวเราะเสียงแห้ง “บอกไม่ทันเหรอเนี่ย”

 

“เฮ้ย เอเลน  แกยังเป็นเด็กประถมอีกเหรอวะ” แจนร้องเยาะเย้ย “โตป่านนี้ต้องมีคนตามมาให้ข้าวกล่องถึงที่ไม่อายเหรอวะ"

 

”หา  อะไรของแกวะแจน” เอเลนตอบขวับ

 

“ก็อย่างที่ฉันพูด หรือแกหูตึงไปแล้ว..ฮึ  ใช่สิ  มีสาวสวยตามมาให้ข้าวกล่องถึงห้องคงมีความสุขมากล่ะสิ”

 

                เอเลนขมวดคิ้ว  “ฉันมีความสุขบ้าอะไร  มิคาสะเป็นพี่สาวของฉันนะ”

 

                มิคาสะที่ไม่สนใจแจนตั้งแต่ต้นก็ยังคุยกับเอเลนต่อ “เอเลนเย็นนี้กลับบ้านพร้อมกันมั้ย  คุณอาฝากบอกให้ซื้อเครื่องปรุงด้วย”

 

“อืม ได้สิ  แม่บอกให้ซื้ออะไรล่ะ”

 

“รู้สึกว่าจะมีซอสกับโชยุ...” มิคาสะหยิบรายการซื้อของที่คุณคาร่าจดมาให้ขึ้นมาดู “มีไข่ไก่  แป้ง และก็น้ำตาล”

 

“เยอะเหมือนกันแฮะ  ชวนอาร์มินไปถือของด้วยกันมั้ย”

 

“แต่อาร์มินช่วงนี้ติดเรียนพิเศษ...ไม่รู้ว่าจะไปได้หรือเปล่า”

 

“ลองไปถามเจ้าตัวก่อนก็ได้  พวกเราสามคนไม่ได้ไปซื้อของด้วยกันมานานแล้วนะ”

 

                แจนกระพริบตาปริบๆ มองทั้งสองคนที่คุยกันในโลกส่วนตัวไม่สนใจตัวเขาเลยซักนิด  ความรู้สึกที่ถูกเมินจนเหมือนไร้ตัวตนทำไมถึงปวดใจแบบนี้

 

“...ฉันบอกแล้วไงว่าให้ตัดใจ” มาร์โก้ที่เป็นถึงหัวหน้าห้องร่วมถึงเพื่อนสนิทของแจนตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ “นายไปขัดพวกเขาสองคนไม่ได้หรอกตอนนี้”

 

                บรรยากาศสีชมพูวิ๊งๆ จนแจนแทบอยากจะกระอั่กเลือด  เจ้าเอเลนมันมีดีอะไรถึงทำให้ผู้หญิงคนนี้มาชอบนะ  แจนคร่ำครวญในใจกัดฟันแน่นเสียจนได้ยินเสียงลอดออกมา

 

“แจน...คาบโฮมรูมจะเริ่มแล้วนะ”

 

                มาร์โก้เตือนสติเพื่อนพลางลากไปยังที่นั่งตามเดิม  แต่มิวายแจนยังส่งสายตาอาฆาตไปยังเอเลนที่นั่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย

 

“ทำไมฉันต้องไปชอบมิคาสะด้วยนะ” แจนยังคงพึมพำเบาๆ   เพราะเจ้าเอเลนคนเดียวถึงทำให้เขาอกหักแบบนี้  เด็กหนุ่มนึกถึงอดีตอันแสนปวดร้าว  รักแรกที่จำฝั่งใจถึงทุกวันนี้

 

                ทุกอย่างเริ่มต้นตอนแจนเรียนอนุบาล  ขณะกำลังเล่นก่อปราสาททรายอยู่ที่สนามเด็กเล่นก็ได้พบกับเด็กหญิงผมสีดำขลับ  ถึงใบหน้าจะดูเย็นชา แต่ดวงตากลมโตสีดำคู่นั้นกลับดึงดูดใจให้เหลียวมอง... สิ่งที่อยู่ในมือของเด็กหญิง คือ ถังน้ำใบเล็กที่บรรจุน้ำมาเต็ม  สงสัยมารดน้ำแปลงต้นดอกลิลี่ 

 

“ฉันช่วยเธอรดน้ำต้นไม้นะ” เด็กชายแจนแสดงความสุภาพบุรุษเต็มที่แต่ทว่า...

 

 “เอเลน หน้าเปื้อนหมดแล้วนะ” เด็กหญิงมิคาสะเดินผ่านแจนโดยไม่ปลายตามองด้วยซ้ำ และมุ่งไปหาเอเลนที่กำลังปั่นทรายเป็นตัวคาเมนไรเดอร์   มิคาสะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาชุบน้ำพลางเช็ดหน้าเอเลนโดยไม่สนใจสายตาคนอื่น

 

“ทำอะไรนะมิคาสะ! ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ” เอเลนร้องโวยวาย

 

“ถ้าคุณอามาเจอเอเลนสภาพนี้คงโดนดุแน่ๆ “ มิคาสะยังไม่เลิกพยายามถูหน้าเอเลนก่อนที่จะโน้มตัวหอมแก้มยุ้ยนั้น “หน้าสะอาดแล้ว  คุณอาหอมแก้มเอเลนได้แล้ว”

 

“มิคาสะ! ฉันไม่ใช่น้องเธอนะ วันหลังไม่ต้องทำแบบนี้”

 

                เด็กชายมองทั้งคู่ราวกับร่างทั้งร่างถูกสาปเป็นหิน...นะ นี่มันอะไรกัน  เขาอกหักตั้งแต่ยังไม่สารภาพรักเลยเหรอ 

 

                เมื่อนึกถึงอดีตทีไหร่แจนมักจะก้มหน้าลงกับโต๊ะพร้อมกับทึ่งหัวตัวเองทุกครั้ง  นี่มันอะไรกัน...ทำไมถึงยังตัดใจไม่ได้ซักที  แถมตามมาอยู่โรงเรียนเดียวกันอีก เขาเป็นพวกเอ็มหรือยังไงถึงชอบให้ตัวเองเจ็บปวด

 

“เฮอะๆ  คนเนื้อหอมอย่างฉันมีแต่ผู้หญิงมาหลงรัก  ทำไมฉันถึงไม่เลือกใครซักคนนะ” แจนอยากร้องไห้ออกมาดังๆ   ผ่านมากี่ปีแล้วนะ  ที่ยังคอยเฝ้ามองมิคาสะมาตลอดรวมถึงเห็นภาพบาดตามาแล้วกี่ครั้ง

 

“แจนนายเองน่าจะทำใจแล้วหาผู้หญิงคนใหม่เถอะ” มาร์โก้ที่อยู่ด้วยกันมานานตบหลังเพื่อนปลอบ “หรือไม่ก็ไปเที่ยวนัดบอดที่พวกฉันจัดไว้เอามั้ย  เผื่อเจอสาวๆ ถูกใจ”

 

“มาร์โกมีแต่นายที่เข้าใจฉันจริงๆ”

 

“ก็นะ  คบกันมาตั้งแต่ประถมแล้วนี่นา” มาร์โก้บอก  ยังจำวันที่แจนยืนแข็งเป็นหินตอนเห็นมิคาสะและเอเลนจูงมือกลับบ้านได้  จะเรียกว่าน่าสงสารหรือเห็นใจดีนะ “ถ้านายตกลงฉันจะได้ส่งเมล์บอกเพื่อนคนอื่นๆ ให้ว่าเพิ่มสมาชิกอีกคน”

 

“อืม  ฉันจะไปด้วย  ” แจนตอบรับง่ายๆ  ดวงตาสีน้ำตาลมองไปยังเอเลนที่คุยกับมิคาสะอย่างสนิทสนม “วันไหนกี่โมงล่ะฉันจะได้โทรบอกคนขับรถไม่ต้องมารับ”

 

“วันนี้แหละ” มาร์โก้บอกพลางเปิดโทรศัพท์มือถือรอไว้แล้ว “วันนี้นายติดธุระงานเลี้ยงอะไรหรือเปล่าล่ะ?  ถ้าไม่ว่างเอาไว้คราวหน้าก็ได้”

 

                มาร์โก้ถามอีกครั้ง  เพราะสำหรับคุณชายแจนแล้วการออกงานสังคมก็เป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง   เขายังแปลกใจเลยว่าคนมีฐานะอย่างแจนมาเรียนโรงเรียนรัฐบาลธรรมดา   แต่เมื่อคบกับแจนไปนานๆ จึงรู้สาเหตุว่าย้ายตามมิคาสะมาเรียนด้วย

 

“ไม่มีหรอก ถึงมีก็ยกเลิกได้” แจนตอบ พลางกดโทรศัพท์หาคนรถว่าไม่ต้องมารับวันนี้ “งานหน้าเบื่อที่ต้องปั้นหน้ายิ้มมันจะสนุกอะไรไปกับเพื่อนๆ ดีกว่า”

 

“ถ้าอย่างนั้นตกลงนะ” มาร์โก้จึงส่งเมล์ยืนยันเพิ่มสมาชิกในการนัดบอดครั้งนี้  “และอย่าเผลอตัวบอกว่านายเป็นใครล่ะ  เดี๋ยวทุกคนได้กินแห้วกันพอดี”

 

“ฉันรู้แล้วนะโว้ย  เห็นฉันเป็นพวกข่มเพื่อนหรือไง”

 

“ก็ปกตินายเป็นคนตรงนี่นา  และสาวๆ ก็ชอบสนใจนายเป็นพิเศษด้วย” มาร์โก้บอกความจริง พลางเหลือบมองเพื่อนสนิทที่รูปร่างหน้าตาโดดเด่นเสียจนหลายคนนึกว่าเป็นนายแบบมาแล้ว   “ถ้านายไม่สนใจมิคาสะป่านนี้คงมีสาวๆ รอต่อคิวเป็นแฟนนายเต็มไปหมด”

 

“ขอบใจที่ชมวะ  วันหลังไม่ต้องบอกก็ได้”

 

“อ่ะ  อาจารย์นานาบะมาแล้ว  ไว้คุยกันทีหลังนะ”

 

                มาร์โก้รีบบอกทันทีเมื่อเห็นอาจารย์สาวผมสั้นเดินเข้ามา   ใบหน้าสวยหวานมั่นใจกวาดตาไปรอบห้องพร้อมกับเปิดสมุดรายชื่อ  และเริ่มต้นเช็คชื่อนักเรียนที่หญิงสาวดูแล

 

                แจนหันไปมองนอกห้องที่มิคาสะกำลังกลับห้องเรียนตัวเองไป  ปีนี้แหละเขาจะพยายามลืมมิคาสะและหาแฟนใหม่ให้ได้  คอยดูเถอะเอเลนฉันจะพาแฟนมาเยาะเย้ยพวกนายถึงบ้านเลย

 

                เด็กหนุ่มสาบานกับตัวเองพร้อมกับหัวเราะหึๆ ในใจ  จนเอเลนที่นั่งเยื้องไปข้างหลังรู้สึกขนลุกซู่ไม่รู้ทราบสาเหตุ  อากาศยังอุ่นอยู่เลยทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกหนาวขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย

 

“สงสัยไม่สบายล่ะมั้ง?” เอเลนคิดไปอีกอย่างหนึ่ง “รีบซื้อของแล้วรีบกลับบ้านดีกว่า”

 

.................................................................................................................

 

                สถานที่นัดบอดที่มาร์โกนัดกับสาวๆ คือ  ร้านคาราโอเกะที่อยู่ย่านร้านค้าในเขตเมือง  แจนที่สะพายกระเป๋านักเรียนเสยผมตัวเองให้ดูดีและหันไปหน้าไปถามเพื่อนสนิท  เพราะยังไม่มีใครมาเลยสักคน

 

“มาร์โก้นายพาฉันมาถูกร้านนะ  ไม่เห็นมีใครมาเลย” 

 

“ถูกแล้วล่ะ  เดี๋ยวฉันโทรถามเจ้าพวกนั้นก่อนนะอยู่ไหนแล้ว” มาร์โก้กำลังหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรออกก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยร้องทักขึ้น

 

“มาร์โก้!  แจน”

 

                กลุ่มนักเรียนชายที่สวมชุดต่างโรงเรียนเดินเข้ามาสมทบกับกลุ่มแจนและมาร์โก  เด็กหนุ่มผมทองตัวใหญ่ยกมือขึ้นทักทั้งคู่  รอยยิ้มกว้างที่ให้ความรู้สึกพึ่งพิงได้นั้นชวนให้นึกถึงวันวาน 

 

“ไรเนอร์?” แจนร้องขึ้น หนึ่งในเพื่อนกลุ่มเดียวกันสมัยประถมที่ต่างแยกย้ายไปเรียนกันคนละโรงเรียน  เด็กหนุ่มหันไปมองคนข้างหลังที่ตามมาด้วย   “เบลทรูท และโคนี่ด้วย   พวกนายมาได้ยังไง!”

 

“ถามได้  ก็นัดบอดไง” โคนี่ตะโกนบอกเสียงดัง  ก่อนจะตบหลังแจน “ไม่เจอกันตั้งหลายปีเป็นไงบ้าง!  จีบมิคาสะได้หรือยัง”

 

                เมื่อทุกคนสีหน้าย่ำแย่ของแจนก็ต่างพยักหน้าอย่างรู้ทันกัน  ยังคงกินแห้วเหมือนเดิมสินะ  ไรเนอร์กระแฮ่มเสียงดัง  “เอาน่าวันนี้เรามานัดบอดกันนะ  มาสนุกกันดีกว่า”

 

“ใช่ๆ พวกไรเนอร์ติดต่อสาวๆ มาแล้วใช่มั้ย” มาร์โกรีบรับตาม  เดี๋ยวบรรยากาศจะกร่อยเสียก่อนเริ่มงาน

 

“อืม  จากโรงเรียนสตรีxxx เลยนะกว่าจะนัดได้แทบตาย  ยังดีที่เบลทรูทเป็นคนจัดการให้  ไม่งั้นพวกเราคงอดมานัดบอดกัน”  โคนี่พูดเสียงร่าเริง  ส่วนเบลทรูทที่ไม่น่าเชื่อว่ารับหน้าที่ติดต่อสาวๆ พยักหน้าอย่างเขินอาย

 

“ใช่  ใครจะคิดว่าคนเงียบๆ อย่างเจ้านี่จะทำได้” ไรเนอร์ตบบ่าเด็กหนุ่มที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่ม

“เฮ้ย  ไม่เห็นเหรอว่าเบลทรูทหน้าแดงแล้ว  ยังแซวไม่เลิกอีก” มาร์โกหัวเราะ  ส่วนแจนที่เห็นเพื่อนสนิทกลุ่มเก่าอยู่พร้อมหน้าก็อดหัวเราะตามไม่ได้  นึกถึงบรรยากาศเก่าตอนเรียนด้วยกันที่ชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน

 

“ใช่  สาวๆ กลุ่มนั้นหรือเปล่าวะ” แจนส่งสายตาไปยังกลุ่มนักเรียนสาวที่สวมชุดโรงเรียนสตรีxxx ก่อนจะยิ้มบางให้สาวกลุ่มนั้น

 

                เบลทรูทพยักหน้า  เมื่อเหล่าเด็กหนุ่มวัยรุ่นเห็นสาวน่ารักตรงหน้าต่างก็ลืมเรื่องที่จะคุยกันและพากันแย่งดูแลจนส่งเสียงดังลั่นถนน  แจนมองไปยังสาวผมดำยาวที่ก้มหน้าอายหลังกลุ่มเพื่อน  เมื่อเห็นแก้มแดงระเรื่อนั้นแจนก็อดใจเต้นไม่ได้  ก่อนจะต่อว่าตัวเองในใจ

 

...ให้ตายสิ  สเป็กเราคงชอบสาวผมดำจริงๆ สินะ...

 

                แจนรับอาสาถือกระเป๋าให้สาวผมดำคนนั้น  แสดงความเป็นสุภาพบุรุษจนเหล่าสาวๆหน้าแดงไปตามกัน  มาร์โกยิ้มแห้งให้กับไรเนอร์กับเบลทรูทที่เป็นคนรับอาสาจัดนัดบอดครั้งนี้

 

“ยกให้แจนมันวันหนึ่งแล้วกัน  จะได้เห็นมันมีแฟนจริงๆ สักที” ไรเนอร์ยิ้มบางๆ

 

“ใช่” เบลทรูทพยักหน้า  พลางซับเหงื่อตัวเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่ต้องอยู่ท่ามกลางสาวสวยขนาดนี้  นึกขอบคุณแอนนี่สาวข้างบ้านที่ช่วยจัดการเรื่องนัดสาวๆ มางานนี้

 

“เฮ้ย  อย่าพูดแบบนั้นสิวะ  พวกเราก็หามั้งสิเฟ้ย” โคนี่จัดการถอกศอกใส่เพื่อนในกลุ่มที่ยอมให้แจนนำหน้าไปก่อน  และเดินนำทุกคนเข้าไปร้านคาราโอเกะที่จองไว้

 

“นั้นสิ  พวกเราไปกันเถอะ” มาร์โกบอกทุกคน

 

................................................................................................................................

 

 

“ให้ตายสิ  ดันลืมซื้อของสำคัญไปจนได้...ต้องย้อนกลับมาซื้อจนได้”

 

                เอเลนบ่นพึมพำกับตัวเองพลางหิ้วถุงแป้งอเนกประสงค์สำหรับทำเบเกอรี่ที่แม่ฝากซื้อไว้   เมื่อดูนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาสามทุ่ม  เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มจึงรีบสาวเท้าไปยังสถานีรถไฟก่อนจะกลับดึกมากกว่านี้ 

 

                เอเลนเดินฝ่าลมหนาวไปตามทางเดิน  ถึงจะเป็นต้นฤดูใบไม้ร่วงแต่อากาศก็เย็นลงเสียจนริมฝีปากชาไปหมด  เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มกระชับผ้าพันคอสีแดงที่มิคาสะให้ก่อนออกจากบ้านเพราะกลัวเขาไม่สบาย   ขณะที่กำลังเดินผ่านแยกไฟแดงเพื่อข้ามไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ไปไม่ห่างนั้น  ดวงตาสีเขียวก็เห็นกลุ่มนักเรียนชายกำลังยืนอยู่ตรงบริเวณย่านร้านค้าของสถานีรถไฟ

 

                เมื่อเพ่งมองไปซักพักเอเลนก็ชะงักฝีเท้าทันที  พึมพำด้วยความสงสัย “นั้นมันพวกไรเนอร์นี่  มาทำอะไรที่เมืองชิกันน่าเนี่ย”

 

                เอเลนนึกถึงสมัยประถมที่เคยเรียนห้องเดียวกับพวกไรเนอร์  ก่อนที่ทุกคนจะแย่งย้ายไปเรียนต่อที่อื่น  จำได้ว่าพวกไรเนอร์ไปเรียนต่อที่เมืองทรอสต์ที่อยู่ห่างออกไป

 

                ขณะที่กำลังตัดสินจะเดินต่อไปยังสถานีรถไฟ  เอเลนก็ยินเสียงตะโกนชื่อของเขาดังลั่น   เมื่อหันไปมองก็พบโคนี่วิ่งมาหาเขา  และยิ้มแหยๆ ให้

 

“เอเลน! เจอนายพอดีเลย  ช่วยพวกฉันหน่อยสิ”

 

“หา..ให้ฉันช่วยอะไร” เอเลนสงสัย  ก่อนที่จะพูดอะไรมากกว่านั้นก็ถูกโคนี่ดึงตัวไป “เฮ้ย  มีอะไรฟ่ะ”

 

“มาเถอะนา  เรื่องใหญ่ระดับชาติเลยนะเว้ย” โคนี่บอกเสียงเครียด  ใบหน้าจริงจังเสียจนเอเลนอดสงสัยไม่ได้  และมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย...

 

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ท่าทางคงเป็นเรื่องสำคัญไม่งั้นโคนี่คงไม่แตกตื่นขนาดนี้

 

“แจนเมาน้ำพั้นซ์วะ”

 

“...”

 

“เฮ้ย  เอเลนจะไปไหน! เดี๋ยวก่อน”

 

“ไอ้แจนมันเมาน้ำพั้นซ์มันเกี่ยวกับฉัน” เอเลนทำหน้าตาย  เรื่องไร้สาระแบบนี้รีบกลับบ้านดีกว่า  แต่โคนี่ก็ยังไม่เลิกดึ้งดันจะพาตัวเขาไปให้ได้

 

“เอเลนช่วยพวกฉันหน่อยเถอะวะ  อยู่เป็นเพื่อนมันที  ตอนนี้เมาแอ๋แล้ว”  โคนี่บอกเหตุผลให้ก่อนเกาหัวแกรกๆ ด้วยสีหน้าจนใจ “นายก็รู้ว่าพวกฉันอยู่ไม่ได้อยู่แถวนี้  แถมนี่ก็ดึกแล้วกว่าพวกฉันจะถึงหอหักประตูคงปิดไปก่อน  เมื่อกี้มาร์โกโทรหาที่บ้านแจนแล้ว  เดี๋ยวคนขับรถคงมา  นายอยู่เป็นเพื่อนมันหน่อยเถอะ บ้านนายอยู่แถวนี้เองกลับดึกไม่เป็นไรหรอก  แต่พวกฉันต้องรีบกลับจริงๆ วะ” 

 

                ฟังคำอธิบายของโคนี่  เอเลนก็เริ่มเห็นใจเพื่อนเก่าไม่น้อย...เจ้าพวกนี้อยู่หอพักไม่ได้อยู่บ้านเหมือนเขา  เมื่อเดินมาเห็นสภาพแจนใกล้ๆ สภาพก็น่าเป็นห่วงจริงๆ

 

                แจนที่ปกติมักจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมาตลอด  ตอนนี้อยู่ในสภาพที่เรียกว่า..หมดรูป...  เสื้อเชิ้ตยับยู้ยี้เพราะเจ้าตัวปลดกระดุมออก  เนกไทหลุดลุ่ยคล้ายถูกกระชากทิ้ง  ใบหน้าแดงแจ๋  ดวงตาสีอำพันปลือสะลึมสะลือ

 

                พวกไรเนอร์ที่เห็นเอเลนมากับโคนี่แต่ละคนต่างทำหน้าโล่งใจ  มาร์โกที่ตอนนี้เหงื่อตกจนหน้าซีดไปแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่  ส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมห้อง

 

“เอเลนขอบใจมากนะที่มาช่วย” มาร์โกบอก “ตอนนี้กำลังเครียดอยู่เลยว่าถ้าปล่อยแจนไว้แบบนี้คงแย่แน่ๆ”

 

“ใครจะไปคิดว่าเจ้าหมอนี่มันเมาน้ำพั้นซ์” ไรเนอร์ส่ายหัวพลางกอดอก เช่นเดียวกับเบลทรูทที่พยักหน้าเห็นด้วย  และนึกถึงการนัดบอดครั้งนี้ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะแจนเมาเสียก่อน  และต้องมาเดือดร้อนพากลับบ้านอีก

 

“แจนมันก็ออกงานสังคมบ่อยๆ  เห็นมันโม้ว่าดื่มไวน์จนเบื่อ” โคนี่บ่นเสียงดัง “แต่มาเมาน้ำพั้นซ์นี่ไม่อยากจะเชื่อเลย...”

 

“นั้นสิ  ผมก็คิดเหมือนทุกคน” เบลทรูทที่นานจะพูดออกมาเช็ดเหงื่อ   หลังจากพยายามลากแจนออกจากร้านคาราโอเกะ

 

“และพวกนายมาทำอะไรแถวนี่ละ  แถมทำให้แจนมันเมาขนาดนี้”

 

                เอเลนถามอย่างสงสัย  เพราะเพื่อนกลุ่มนี้เรียนอยู่ที่เมืองทรอสต์ทำไมถึงมาเมืองชิกันน่าที่ห่างตั้งไกล  พอเห็นทุกคนหลบสายตาไม่อยากพูดอะไร   มาร์โกจึงถอดหายใจอีกครั้ง 

 

“มาเที่ยวนัดบอดน่ะ  อยากให้แจนมันมีแฟนซักที”  พอนึกถึงบรรยากาศนัดบอดวันนี้ที่ดำเนินไปได้ด้วยดีแท้ๆ  กลับมาตกม้าตายตรงน้ำพั้นซ์  พวกสาวที่นัดมาต่างก็ขอตัวกลับบ้านเมื่อเห็นสภาพเมาแอ๋ของแจน

 

“ความจริงเรื่องครั้งนี้ก็เป็นความผิดของนายนะ เอเลน” โคนี่พูดตามตรง

 

“หา!  เรื่องนี้มันเกี่ยวกับอะไรฉัน” เอเลนเริ่มงง  “พวกนายนัดบอดกันเองและฉันผิดอะไร”

 

                โคนี่มองผ้าพันคอสีแดงที่เอเลนสวมมา  ถ้าแจนมาเห็นผ้าพันคอผืนนี้คงได้สติแตกมากว่านี้แน่  ดีที่เมาไปเสียก่อน   มือเล็กของเด็กหนุ่มผมเกรียนชี้ไปที่หน้าเอเลน

 

“ก็แจนมันชอบมิคาสะมาตั้งนาน  แต่นายกับมิคาสะเป็นแฟนกัน  มันเลยอกหักไงถึงได้มานัดบอดกับพวกฉันไง”

 

“...ฉันกับมิคาสะไม่ได้เป็นแฟนกัน” เอเลนเริ่มเอามือกุมขมับ  เมื่อไหร่คนจะเลิกเข้าใจผิดว่าระหว่างเขากับมิคาสะเป็นแฟนกันซักที  “มิคาสะเป็นแค่พี่สาวข้างบ้าน  ฉันอธิบายให้พวกนายฟังหลายรอบแล้วนะ”

 

                ทุกคนหันมามองเอเลนเป็นทางเดียว  พลางมองผ้าพันคอสีแดงที่เจ้าตัวสวมไว้  ...ให้ของแทนใจกันขนาดนี้มันเรียกว่าแฟนกันแล้วโว้ย!

 

“เพราะฉะนั้น  นายต้องรับผิดชอบแจน  ฝากดูแลมันด้วยจนกว่าคนขับรถมารับเข้าใจมั้ย” โคนี่โยนภาระให้เอเลนทันที  และหันมาหาทุกคน “พวกเรากลับบ้านกันเถอะ  มาร์โกนายก็เหมือนกันถ้าเจอสารวัตรนักเรียนแถวนี้จะซวยเอา”

 

                พูดจบทุกคนก็พากันทิ้งเอเลนไว้กับแจนที่ตอนนี้เริ่มกอดเสาไฟฟ้างึมงำอะไรบางอย่าง “มิคาสะ...ทำไมถึงชอบเจ้าบ้านั้น อึ่ก!”

 

“มาร์โกมัวแต่ช้าอยู่นั้นแหละรีบไปกันเถอะ”  ไรเนอร์จับบ่ามาร์โก  ก่อนจะฝากฝั่งเอเลนด้วยสีหน้าจริงจัง “ดูแลแจนด้วยนะ”

 

“ฝากด้วย”

 

“ขอบคุณนะเอเลน”

 

“ดูแลแจนดีๆ นะเฟ้ย”

 

                กลุ่มก๊วนเพื่อนนัดบอดทุกคนยกมือทุบอกของตัวเองราวกับเป็นทหารกล้า  และเดินจากไปโดยไม่สนใจเอเลนเลยว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธ 

“....”  

                เอเลนรู้สึกปวดหัวตุบๆ ขั้นมาทันที  เจ้าพวกนี้มันหาตัวตายตัวแทนทิ้งภาระให้เขาชัดๆ   เด็กหนุ่มบ่นเสียงดัง

“ถือว่าเป็นคราวเคราะห์แล้วกัน  ให้ตายสิ!”

               

 เอเลนคุกเข่าลงนั่งข้างๆ แจน  พลางมองรถยนต์วิ่งผ่านไปมา  สายลมเย็นที่ปะทะผิวทำให้รู้สึกหนาวสั่นยิ่งจนเอลนกระชับผ้าพันคอมากขึ้นกว่าเดิม  มานั่งอยู่ริมถนนกับคนเมาแบบนี้มันเหมือนไอ้บ้าอย่างไงไม่รู้  ดวงตาสีเขียวมองแจนที่เริ่มบ่นงึมงำเพ้อเจ้อไปเรื่อยๆ  และนึกสงสัยว่าคนเรามันเมาน้ำพั้นซ์ขนาดนี้เลยเหรอ?

 

“ไม่ใช่ว่าเจ้าพวกนั้นมันมอมเหล้าหรอกนะ” เอเลนนึกถึงวีรกรรมของเพื่อนเก่าที่ชอบแกล้งคนอื่น   ข่าวลือเรื่องเขากับมิคาสะเป็นแฟนกันก็มาจากพวกมันนี่แหละ   “ให้ตายสิ  ดื่มไปกี่แก้วเนี่ย”

 

“มิคาสะ  ฉัน อึ่ก..ชอบ  ไอ้บ้า  เอเลน!  อึ่ก!”

 

“เฮ้ย ไอ้แจนเมื่อกี้พูดอะไรวะ!”  เอเลนรู้สึกปวดขมับทันที  พร้อมกับท่องในใจว่าอย่าถือสาคนบ้า  อย่าว่าคนเมา  เมื่อกี้คงกำลังคิดถึงมิคาสะถึงได้พูดออกมา “เอาเหอะ  เดี๋ยวคนขับรถมาถึงจะได้กลับบ้านซักที”

 

                เอเลนถอนหายใจเฮือกใหญ่  เขาก็รู้หรอกว่าแจนชอบพี่สาวข้างบ้านของเขา   ทุกคนรู้เรื่องนี้หมดยกเว้นมิคาสะคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องนี้    “เมื่อไหร่แกจะสารภาพรักกับมิคาสะซักทีวะ  ฉันเองก็เบื่อเหมือนกันที่ถูกจับคู่กับพี่สาวข้างบ้านเนี่ย”

 

                ความจริงเอเลนก็อยากคุยกับแจนเรื่องนี้เหมือนกัน  แต่ไม่รู้เพราะอะไรเวลาเจอหน้ากันมักมีเรื่องทะเลาะกันตลอด  ไม่เคยคุยกันดีๆ ซักครั้ง  จนกลายเป็นเกลียดขี้หน้า

 

“มิคาสะ  นั้นเธอเหรอ” จู่ๆ แจนก็ดึงผ้าพันคอของเอเลนให้เข้ามาใกล้  พลันเอเลนก็รู้สึกได้ถึงมือของแจนที่กำลังจับแขนเขาอยู่  “ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ..”

 

....เมาจนเห็นเขาเป็นมิคาสะเลยเหรอเนี่ย...

 

“ฮะๆ ขอโทษทีนะ  เห็นสภาพแบบนี้จนได้”  แจนยิ้มบางๆ แต่ดวงตาสีอำพันนั้นยังครึ่งปิดครึ่งเปิดอยู่  ก่อนจะโน้มตัวมาหาเขาและลูบผ้าพันคอไหมพรมอย่างเบามือ “ผ้าพันคอผืนนี้เธอชอบใส่สินะ  เห็นใส่บ่อยๆ  มันเหมาะกับเธอมาก”

 

                แจนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  จนเอเลนขนลุกซู่แต่ก็ไม่ปัดป่ายมือของแจนออก  อาจเพราะว่ากลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าคนที่คุยด้วยไม่ใช่มิคาสะ  ความรู้สึกเห็นใจบางอย่างทำให้เอเลนนั่งนิ่งๆ ฟังแจนเพ้อต่อไป

 

“ฉันชอบเธอนะ    ชอบมาตั้งนานแล้ว”  แจนเอ่ยขึ้นมา  “ตั้งแต่วันที่เจอเธอครั้งแรก”

 

                ก่อนที่เอเลนจะรู้ตัว  ร่างของแจนก็เข้ามาใกล้เอเลนจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น  เมื่อหันไปมองอีกครั้งก็เห็นหน้าได้รูปของเพื่อนร่วมชั้นเข้ามาใกล้เสียแล้ว

 

“แจน...”  เอเลนเบิกตากว้าง  คิดจะกอดเข้าเหรอ!  เด็กหนุ่มร้องห้ามทันที “เฮ้ย  ฉันไม่ใช่...”

 

                มืออุ่นๆ ของแจนจับใบหน้าเอเลนไม่ให้หนีไปไหน  ก่อนจะประกบปากจูบเอเลนอย่างแผ่วเบา  รับรู้ได้ถึงรสหวานของน้ำผลไม้ที่เจือกับของเหลวสีใส  ลิ้นที่ดุนดันเข้าไปในโพรงปากอย่างกระหายนั้นทำให้เอเลนถึงกับช็อกทำอะไรถูก  มือที่พยายามจะดันออกและขัดขืนนั้นถูกแจนรวบเข้าในอ้อมกอดอบอุ่น

 

                เมื่อแจนถอนริมฝีปากออก  ก็บอกเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม  “ฉันรักเธอนะ...”

 

                พลันร่างสูงของแจนก็ล้มทับเอเลนทันที   จนทั้งคู่นอนกลิ้งกับพื้นฟุตบาทเย็นยะเยือกไปด้วยกัน    เอเลนพยายามขัดขืนสุดกำลังก่อนจะออกจากอ้อมแขนนั้นได้   เขาเอามือสัมผัสหัวใจตัวเองที่เต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน   รู้สึกถึงใบหน้าของตัวเองที่ร้อนผ่าว    รสของน้ำพั้นซ์ที่อยู่ในปากนั้นทำให้เอเลนรีบเอาแขนถูปากทันที

 

...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...เขาถูกจูบอย่างนั้นเหรอ!...

 

                แม้จะเป็นเวลาเพียงชัววินาที  แต่สำหรับเอเลนแล้วเหตุการณ์ที่โดนขโมยจูบนั้นราวกับเป็นชั่วโมง   เด็กหนุ่มมองเพื่อนร่วมชั้นที่นอนอยู่บนฟุตบาตไม่ได้สติ 

 

“...เรื่องแบบนี้” เอเลนเอ่ยกับตัวเอง  ก่อนจะกระชับผ้าพันคอสีแดงแน่นและตะโกนเสียงดัง “ทำไมต้องมาเกิดกับฉันด้วยวะ!  ไอ้แจนตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะโว้ย!”

 

                ทุกคนที่เดินบนทางเดินต่างหันไปมองเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่กำลังเขย่าคอเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนที่นอนล้มพับเอาเป็นเอาตาย  แต่พยายามเท่าไหร่ก็ยอมตื่นซักที            เอเลนร้องโวยวายม่สนใจสายตาของคนที่เดินไปมาบนท้องถนนซักนิด  จูบแรกที่เขาอุตส่าห์เก็บไว้ให้ผู้หญิงที่รัก  ทำไมต้องมาเสียให้เจ้าบ้านี่ด้วย 

 

“เอาจูบแรกของฉันคืนมาเลยนะเจ้าบ้า!

 

 

 

.........................................................................................................................................................................TBC

 

 

Talk

 

 

*เพิ่มไหดองเพิ่มอีกหนึ่งไห*  จากตอนแรกที่คิดอยากจะแต่งอะไรมุ้งมิ้งเลยแต่งฟิคนี้ขึ้นมา  ความจริงคนแต่งชอบคู่นี้เหมือนกันนะคะ  มันช่างเป็นคู่มุ้งมิ้ง (หรือเรียกว่าคู่กัด)  ที่น่ารักมากๆ  ติดใจตั้งแต่อนิเมะแล้วที่สองคนนี้ชอบทะเลาะด้วยกันบ่อยๆ  ยิ่งทะเลาะมากก็ยิ่งรักมาก... คงประมาณนี้สินะ  ฮา

 

ส่วนเรื่อง Gamble  จะพยายามแต่งให้จบค่ะ  (ทำเสียงมั่นใจ!)    ช่วงนี้หายไปยาวเพราะไปต่างจังหวัดกับงานเข้าเลยไม่ได้แวะเวียนเข้ามาในบล็อกเท่าไหร่  แต่ถ้ามีโอกาสจะตอบเม้นต์ทุกคนนะคะ 

 

สุดท้าย  ขอบคุณทุกคนที่แวะเวียนมาบล็อกนี้นะคะ  ไว้เอนทรีย์หน้าเจอกันใหม่ค่ะ ^ ^

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านไปอ่านมายิ่งสงสารหนุ่มแจนที่ตัดใจจากสาวมิคาสะไม่ได้สักทีนะเนี่ย..ถึงกับเพ้อจนจูบเพื่อนเลยเรอะ ! ฮา
*รออ่านต่อ*

#1 By dcamn on 2014-07-23 22:35