[Short Fiction] +++ Incubus (Erwin x Levi)

posted on 16 Jun 2014 13:38 by little-fin in Attack-on-Titan, Fanfiction

 สวัสดีค่าทุกคน ^ ^

 

 

 

 

คำเตือน บท ความหรือเนื้อหาดังกล่าว อาจจะเกี่ยวกับ Yaoi (เรื่องวายๆ แนวสีม่วง) ถ้าหากท่านรับไม่ได้หรือไม่รู้จักคำนี้ ขอเชิญทุกท่านปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ ^ ^

 

 

Title : Incubus
Pairing : Erwin × Levi
Author : Kukurio
Rate : R-18

 

 

 

 

 

 

 

นานมาแล้ว  มีตำนานที่เล่าสืบทอดกันมา  กล่าวถึงปีศาจที่ปรากฎกายยามค่ำคืน  นำพาภัยพิบัติมาสู่มนุษย์   ปีศาจแห่งราคะที่ล่อลวงมนุษย์ตกสู่ห้วงกามาจนมีอันเป็นไป  แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีมนุษย์ที่ลุ่มหลงในราคะ ยอมมอบชีวิตเพื่อได้เสพสมกับปีศาจร้าย

 

 

 

ไม่มีใครรู้ว่าปีศาจตนนั้นมีลักษณะเป็นเช่นไร

รู้เพียงนามที่เรียกขาน  นามของปีศาจร้ายผู้งดงาม

 

 

 

“อินคิวบัส”

 


 

 

 

ปีศาจหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีแดงเลือด  เรือนผมรัตติกาลดุจเดือนหงาย   เงยหน้ามองพระจันทร์กลมโตที่ฉายแสงสีนวล    ก่อนจะก้มมองลานกว้างของเมืองที่ประดับโคมไฟหลากสี  เสียงดนตรีเคล้าบทเพลงหวานจับใจนั้นสะกดให้ผู้คนตกอยู่ในห้วงภวังค์  ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานแห่งนี้ต่างสวมอาภรณ์หรูหรา  และสวมใส่หน้ากากเพื่อปกปิดตัวตน

 

 

 

ปีศาจหนุ่มหยิบหน้ากากสีขาวขึ้นมา  ใบหน้าหวานเย้ายวนขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย  พลางนึกถึงสหายของตนที่มอบหน้ากากอันนี้ให้  บอกว่า  เป็นของขวัญ

 

 

 

“หน้ากากอันนี้ข้ามอบให้เจ้า  เมื่อสวมใส่มันก็จะไม่มีใครล่วงรู้ว่าเจ้าคือปีศาจ”

 

 

 

ปีศาจสาวผู้คลั่งไคล้โลกมนุษย์ยัดเยียดของสิ่งนี้มาให้  ก่อนจะทิ้งท้ายจากไปว่า  “หวังว่าเจ้าคงจะชอบของขวัญชิ้นนี้  รีไว…”

 

 

 

เมื่อปีศาจสาวกล่าวจบ  เธอก็สวมหน้ากากสีม่วงแทรกตัวปะปนกับมนุษย์อย่างแนบเนียน   แม้ปีศาจหนุ่มมีความคิดจะโยนของสิ่งนี้ทิ้ง  แต่ก็เปลี่ยนใจเก็บมันไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในงานเทศกาลแห่งนี้

 

 

 

รีไวไม่เคยเข้าใกล้มนุษย์  ยกเว้นยามออกหาอาหาร   ถึงกระนั้นปีศาจหนุ่มใช้เพียงมนต์สะกดและดึงวิญญาณมนุษย์จากห้วงความฝัน

 

 

 

ยามที่มนุษย์สบกับดวงตาของเขามักจะตกอยู่ในห้วงสะกด  ความลุ่มหลงและแววตาที่เต็มไปด้วยราคะเหล่านั้นทำให้ปีศาจหนุ่มรังเกียจ

 

 

 

…ใช่  เขารังเกียจมนุษย์  รังเกียจยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด  แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยจิตวิญญาณเหล่านั้น

 

 

...ช่างน่าขบขันเสียจริง...

 

 

 

ปีศาจหนุ่มสวมหน้ากากสีขาว พลางจากระเบียงหินอ่อนไปยังห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมนุษย์มากมายที่กำลัง เต้นรำ เสียงดนตรีขับกล่อมจากเครื่องสายหวานละมุนเคล้าเสียงไพเราะจับใจของนักร้องสาว

 

 

 

ปีศาจหนุ่มกวาดตามองรอบห้อง  สูดไอวิญญาณที่คละคลุ้งไปทั่ว  รอยยิ้มพรายผุดขึ้นอย่างพอใจ

 

 

 

…วิญญาณเหล่านี้คงอิ่มท้องได้อีกนาน…

 

 

 

 

………………………………………………………………..

 

 

 

 

ร่างของมนุษย์มากมายค่อยล้มลงไปทีละคนสองคนจนนับไม่ถ้วน ท่ามกลางร่างไร้ชีวิตของมนุษย์  ปีศาจหนุ่มผมดำได้แต่ยืนมองนิ่งๆ  ภายใต้หน้ากากสีขาวนั้นคิ้วเรียวขมวดมุ่น  ทั้งที่กินวิญญาณของมนุษย์มากมายขนาดนี้ทำไมยังรู้สึกไม่พอใจอีก

 

 

 

ปีศาจหนุ่มกางปีกสีดำสนิทก่อนจะพุ่งตัวออกไป  ก่อนจะหาวิญญาณดวงใหม่เพิ่มเติมเต็มร่างกายต่อไป

 

 

 

ยามราตรีในเมืองหลวง  มีเสียงกรีดร้องมากมายคืนแล้วคืนเล่า  เสียงกระซิบลืออ้างดังกระช่อนไปไกลแสนไกล  ถึงปีศาจร้ายที่ดูดวิญญาณมนุษย์ให้สิ้นชีวา  ผู้คนที่ได้ยินข่าวลือเดินทางมายังดินแดงแห่งนี้เพื่อปราบปีศาจร้าย  แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเป็นเหยื่อของมันอยู่ดี

 

 

 

และคืนนี้เช่นกันที่ปีศาจหนุ่มออกหาเหยื่ออีกครั้ง

 

 

 

ห้องโถงใหญ่ของปราสาทเจ้าเมือง…

 

 

 

“เป็นงานที่หรูหราสมตำแหน่งท่านเจ้าเมืองจริงๆ”

 

 

 

เอลวิน  สมิธเอ่ยขึ้นพลางกวาดตามองไปยังแขกที่ร่วมงานที่มีบุคคลสำคัญมากมาย 

 

 

 

“ใช่  งานเลี้ยงของคนใหญ่โตก็เป็นแบบนี้  คนธรรมดาอย่างเราแค่ได้เข้ามาก็โชคดีแล้ว”  ไนล์เอ่ยขึ้น  และถามคนข้างกาย ” เจ้าคิดว่าปีศาจนั้นจะมางานนี้มั้ย?”

 

 

 

“นั้นสินะ  ถ้ามันไม่ปรากฎตัวค่าจ้างของพวกเราคงสูญเปล่า” เอลวินเหยียดยิ้ม  แขกครึ่งหนึ่งภายในงานล้วนแต่เป็นนักล่าปีศาจ  ท่านเจ้าเมืองเสียเงินมหาศาลเพื่อจับปีศาจร้ายตนนี้ 

 

 

 

พลันดนตรีบรรเลงในงานก็หยุดนิ่งลง