[Short Fiction] +++ Incubus (Erwin x Levi)

posted on 16 Jun 2014 13:38 by little-fin in Attack-on-Titan, Fanfiction

 สวัสดีค่าทุกคน ^ ^

 

 

 

 

คำเตือน บท ความหรือเนื้อหาดังกล่าว อาจจะเกี่ยวกับ Yaoi (เรื่องวายๆ แนวสีม่วง) ถ้าหากท่านรับไม่ได้หรือไม่รู้จักคำนี้ ขอเชิญทุกท่านปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ ^ ^

 

 

Title : Incubus
Pairing : Erwin × Levi
Author : Kukurio
Rate : R-18

 

 

 

 

 

 

 

นานมาแล้ว  มีตำนานที่เล่าสืบทอดกันมา  กล่าวถึงปีศาจที่ปรากฎกายยามค่ำคืน  นำพาภัยพิบัติมาสู่มนุษย์   ปีศาจแห่งราคะที่ล่อลวงมนุษย์ตกสู่ห้วงกามาจนมีอันเป็นไป  แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีมนุษย์ที่ลุ่มหลงในราคะ ยอมมอบชีวิตเพื่อได้เสพสมกับปีศาจร้าย

 

 

 

ไม่มีใครรู้ว่าปีศาจตนนั้นมีลักษณะเป็นเช่นไร

รู้เพียงนามที่เรียกขาน  นามของปีศาจร้ายผู้งดงาม

 

 

 

“อินคิวบัส”

 


 

 

 

ปีศาจหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีแดงเลือด  เรือนผมรัตติกาลดุจเดือนหงาย   เงยหน้ามองพระจันทร์กลมโตที่ฉายแสงสีนวล    ก่อนจะก้มมองลานกว้างของเมืองที่ประดับโคมไฟหลากสี  เสียงดนตรีเคล้าบทเพลงหวานจับใจนั้นสะกดให้ผู้คนตกอยู่ในห้วงภวังค์  ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานแห่งนี้ต่างสวมอาภรณ์หรูหรา  และสวมใส่หน้ากากเพื่อปกปิดตัวตน

 

 

 

ปีศาจหนุ่มหยิบหน้ากากสีขาวขึ้นมา  ใบหน้าหวานเย้ายวนขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย  พลางนึกถึงสหายของตนที่มอบหน้ากากอันนี้ให้  บอกว่า  เป็นของขวัญ

 

 

 

“หน้ากากอันนี้ข้ามอบให้เจ้า  เมื่อสวมใส่มันก็จะไม่มีใครล่วงรู้ว่าเจ้าคือปีศาจ”

 

 

 

ปีศาจสาวผู้คลั่งไคล้โลกมนุษย์ยัดเยียดของสิ่งนี้มาให้  ก่อนจะทิ้งท้ายจากไปว่า  “หวังว่าเจ้าคงจะชอบของขวัญชิ้นนี้  รีไว…”

 

 

 

เมื่อปีศาจสาวกล่าวจบ  เธอก็สวมหน้ากากสีม่วงแทรกตัวปะปนกับมนุษย์อย่างแนบเนียน   แม้ปีศาจหนุ่มมีความคิดจะโยนของสิ่งนี้ทิ้ง  แต่ก็เปลี่ยนใจเก็บมันไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในงานเทศกาลแห่งนี้

 

 

 

รีไวไม่เคยเข้าใกล้มนุษย์  ยกเว้นยามออกหาอาหาร   ถึงกระนั้นปีศาจหนุ่มใช้เพียงมนต์สะกดและดึงวิญญาณมนุษย์จากห้วงความฝัน

 

 

 

ยามที่มนุษย์สบกับดวงตาของเขามักจะตกอยู่ในห้วงสะกด  ความลุ่มหลงและแววตาที่เต็มไปด้วยราคะเหล่านั้นทำให้ปีศาจหนุ่มรังเกียจ

 

 

 

…ใช่  เขารังเกียจมนุษย์  รังเกียจยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด  แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยจิตวิญญาณเหล่านั้น

 

 

...ช่างน่าขบขันเสียจริง...

 

 

 

ปีศาจหนุ่มสวมหน้ากากสีขาว พลางจากระเบียงหินอ่อนไปยังห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมนุษย์มากมายที่กำลัง เต้นรำ เสียงดนตรีขับกล่อมจากเครื่องสายหวานละมุนเคล้าเสียงไพเราะจับใจของนักร้องสาว

 

 

 

ปีศาจหนุ่มกวาดตามองรอบห้อง  สูดไอวิญญาณที่คละคลุ้งไปทั่ว  รอยยิ้มพรายผุดขึ้นอย่างพอใจ

 

 

 

…วิญญาณเหล่านี้คงอิ่มท้องได้อีกนาน…

 

 

 

 

………………………………………………………………..

 

 

 

 

ร่างของมนุษย์มากมายค่อยล้มลงไปทีละคนสองคนจนนับไม่ถ้วน ท่ามกลางร่างไร้ชีวิตของมนุษย์  ปีศาจหนุ่มผมดำได้แต่ยืนมองนิ่งๆ  ภายใต้หน้ากากสีขาวนั้นคิ้วเรียวขมวดมุ่น  ทั้งที่กินวิญญาณของมนุษย์มากมายขนาดนี้ทำไมยังรู้สึกไม่พอใจอีก

 

 

 

ปีศาจหนุ่มกางปีกสีดำสนิทก่อนจะพุ่งตัวออกไป  ก่อนจะหาวิญญาณดวงใหม่เพิ่มเติมเต็มร่างกายต่อไป

 

 

 

ยามราตรีในเมืองหลวง  มีเสียงกรีดร้องมากมายคืนแล้วคืนเล่า  เสียงกระซิบลืออ้างดังกระช่อนไปไกลแสนไกล  ถึงปีศาจร้ายที่ดูดวิญญาณมนุษย์ให้สิ้นชีวา  ผู้คนที่ได้ยินข่าวลือเดินทางมายังดินแดงแห่งนี้เพื่อปราบปีศาจร้าย  แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเป็นเหยื่อของมันอยู่ดี

 

 

 

และคืนนี้เช่นกันที่ปีศาจหนุ่มออกหาเหยื่ออีกครั้ง

 

 

 

ห้องโถงใหญ่ของปราสาทเจ้าเมือง…

 

 

 

“เป็นงานที่หรูหราสมตำแหน่งท่านเจ้าเมืองจริงๆ”

 

 

 

เอลวิน  สมิธเอ่ยขึ้นพลางกวาดตามองไปยังแขกที่ร่วมงานที่มีบุคคลสำคัญมากมาย 

 

 

 

“ใช่  งานเลี้ยงของคนใหญ่โตก็เป็นแบบนี้  คนธรรมดาอย่างเราแค่ได้เข้ามาก็โชคดีแล้ว”  ไนล์เอ่ยขึ้น  และถามคนข้างกาย ” เจ้าคิดว่าปีศาจนั้นจะมางานนี้มั้ย?”

 

 

 

“นั้นสินะ  ถ้ามันไม่ปรากฎตัวค่าจ้างของพวกเราคงสูญเปล่า” เอลวินเหยียดยิ้ม  แขกครึ่งหนึ่งภายในงานล้วนแต่เป็นนักล่าปีศาจ  ท่านเจ้าเมืองเสียเงินมหาศาลเพื่อจับปีศาจร้ายตนนี้ 

 

 

 

พลันดนตรีบรรเลงในงานก็หยุดนิ่งลง  ประตูบานใหญ่ได้เปิดออก  พร้อมกับการปรากฏกายของชายหนุ่มผมดำที่ก้าวเข้ามาในห้อง ทุกคนจับจ้องไปยังผู้มาใหม่ที่เข้ามาในห้องโถง  เพียงชายหนุ่มร่างบางย่างเท้าบนฟลอร์เต้นรำก็สะกดผู้คนมากมายให้สนใจมอง   

 

 

 

ชายหนุ่มร่างเล็กบาง  สวมอาภรณ์สีดำสนิท แต่ถึงกระนั้นก็ช่างดึงดูดจนไม่อาจละสายตา  แม้ทุกคนจะสวมหน้ากากปกปิดตัวตนไว้  แต่ตัวตนของเขาช่างสะดุดตา

 

 

 

เอลวินเห็นเหล่าขุนนางและบรรดาหญิงสาวเข้าไปชื่นชมชายหนุ่มผู้นั้น  คงเพราะสีหน้าแสดงความสนใจมากเกินไป  จนเพื่อนสนิทข้างกายเอ่ยขึ้น

 

 

 

“เจ้าสนใจคน ๆ นั้นหรือ”

 

 

 

แก้วไวน์ในมือถูกยกขึ้นลิ้มรส  ดวงตาคล้ำเพราะตรากตร่ำงานหนักลอบมองวงล้อมนั้นอย่างเผลอตัว คล้ายอยู่ใน ห้วงสะกด ก่อนจะลดเสียงเบา

 

 

 

“ข้าขอเตือนเจ้าอย่าไปยุ่งกับมัน  สายข่าวของข้าบอกว่ามีคนตายปริศนาหลังยุ่งเหี่ยวกับเจ้านั้น  บุตรชายของท่านเจ้าเมืองนั้นมีอำนาจมาก”

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองหันมามองไนล์ที่เอ่ยขึ้น  ดวงตาสีดำของเพื่อนสนิทนั้นขุ่นมัวผิดปกติ  ใบหน้าเลื่อนลอย

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกไนล์  ข้าแค่สนใจเท่านั้น  ไม่ยุ่งเกี่ยวหรอก”  เอลวินยิ้มน้อย ๆ  แต่นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นยังจับจ้องไปยังบุรุษร่างเล็ก  ไนล์หัวเราะเบาๆ  และกระดกไวน์จนหมดแก้ว 

 

 

 

“ข้าเตือนเจ้าแล้วเอลวิน   ระวังชีวิตเจ้าจะอยู่ไม่ถึงวันพรุ่ง หึๆ”

 

 

 

เอลวินไม่ได้ยินเสียงผู้ใดอีกต่อไป   ความสนใจของเขาอยู่กับคนผู้นั้น 

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงข้า คนเหล่านั้นต่างหากที่เจ้าควรไปเตือน  รวมถึงตัวเจ้าด้วย”

 

 

 

เอลวินลูบหน้ากากสีขาวที่ปกปิดใบหน้าตนไว้  พลางนึกถึงคำพูดของคน ๆ หนึ่งที่ได้มอบหน้ากากอันนี้ และเอ่ยเตือนให้ระวังปีศาจตนนี้ให้ดี รอยยิ้มบางของเอลวินเหยียดขึ้น   มองคนในงานที่ไม่รู้ตัวเลยว่าได้ตกอยู่ในมนต์สะกดนับตั้งแต่ชายคนนั้นปรากฏ ตัว  คำพูดทุ้มนุ่มของชายหนุ่มผมทองเอ่ยขึ้น

 

 

 

“ท่านเจ้าเมืองไม่มีบุตรชาย และคนนี้ไม่ใช่มนุษย์”

 

 

 

…ปีศาจร้ายได้ปรากฏกายแล้ว…

 

 

 

 

ดนตรียังคงขับกล่อมต่อไป  จนเวลาล่วงเลยไปนาน ผู้คนในงานเลี้ยงเริ่มบางตา  พร้อมกับที่บุรุษผมดำผู้นั้นหายตัวไปยังฝั่ง หนึ่งของห้องโถง เมื่อเห็นดังนั้นเอลวินจึงเริ่มสะกดรอยตามทันที บริเวณทางเดินที่เงียบสงบนั้นได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังขึ้น   เหมือนเสียงกรีดร้องก่อนจะหายไป

 

 

 

นัยน์ตาสีฟ้าใสมองไปยังประตูที่เปิดแง้มไว้   ภายในห้องนั้นมืดสลัวจนไม่อาจเห็นข้างในชัดเจนนัก   ชายหนุ่มผมทองเปิดประตูเพื่อดูเหตุการณ์ข้างในห้อง  แสงตะเกียงที่จุดไว้กลางห้องฉายร่างเงาของคน ๆ หนึ่งอย่างเด่นชัด  รอบกายมีร่างของบุรุษและสตรีล้มกองอยู่เต็มพื้น 

 

 


ริมผนังนั้นมีร่างของชายอ้วนท้วมที่กำลังเอามือกุมคอตนเอง  สีหน้าทรมาณจนรับรู้ถึงความเจ็บปวดแต่ก็ยังหัวเราะเสียงดัง

 

 

 

“เจ้าล่าเหยื่อแบบนี้เสมอหรือเจ้าปีศาจร้าย”  เอลวินเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว  จ้องบุรุษร่างเล็กที่กำลังยืนนิ่ง  สัมผัสถึงไอของปีศาจที่แผ่คุกคามออกมา

 

 

 

ปีศาจหนุ่มหันมามองมนุษย์ผู้มาใหม่  ใบหน้าเรียบภายใต้หน้ากากสีขาว เอ่ยเสียงเย็นชา “เจ้ามีธุระไรกับข้า  เจ้ามนุษย์”

 

 

 

“ข้าต้องการคุยกับเจ้า”

 

 

 

“หึ  เจ้าเป็นนักล่าเหมือนพวกนั้นสินะ” 

 

 

 

พลันแสงเทียนในห้องถูกจุดขึ้น   ซากศพและเลือดมากมายกระจายอยู่ทั่วห้อง  คนเหล่านั้นต่างถืออาวุธที่เต็มไปด้วยคราบเลือด 

 

 

 

“ข้าแตกต่างจากพวกนั้น” เอลวินกล่าวอย่างสงบ  ก่อนจะเดินก้าวผ่านศพเหล่านั้นไปหาปีศาจร้ายอย่างไม่เกรงกลัว “ข้าไม่ได้มาฆ่าเจ้า  แต่มายื่นข้อเสนอ” 

 

 

 

“ข้อเสนอ  มนุษย์ชั้นต่ำอย่างเจ้าต้องการอะไรจากข้า” รีไวถาม  

 

 

 

นับตั้งแต่มนุษย์คนนี้ปรากฎตัว  รีไวไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้โต้ตอบด้วย   อาจเพราะนานแล้วที่ไม่มีใครอาจหาญกล้าคุยกับเขา

 

 

 

ทุกคนที่เข้าหาเขาล้วนตกอยู่ในมนต์สะกด  ไม่ก็ต้องการกำจัดให้สูญสิ้น  แต่มนุษย์ผู้นี้แปลกออกไป

 

 

 

“ข้าต้องการช่วยเจ้า ปีศาจร้าย”

 

 

 

“ช่วยข้าจากอะไร หึ เจ้ามนุษย์เจรจากับข้าไปก็ไร้ประโยชน์   คิดหรือว่าข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

 

 

 

“ความหิวกระหายของเจ้ามีแต่เพิ่มขึ้น  ปีศาจเจ้าไม่สงสัยตัวเองเลยหรือ  ทำไมวิญญาณเหล่านี้ถึงเติมเต็มความต้องการของเจ้าไม่ได้”

 

 

 

คำพูดนั้นทำให้รีไวเงยหน้ามองมนุษย์ร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า

 

 

 

“ข้าเอ่ยถูกต้องหรือไม่”

 

 

 

“เจ้า..”

 

 

 

…ทำไมมนุษย์คนนี้ถึงได้ล่วงรู้…

 

 

 

ดวงตาสีแดงเลือดของรีไวเบิกกว้าง   ก่อนที่จะรู้ตัวหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าจะถูกถอดออกด้วยฝีมือมนุษย์ตรงหน้า

 

 

 

“ทำไมต้องตกใจด้วย  ปีศาจแห่งราคะเช่นเจ้าหวาดกลัวมนุษย์เช่นนั้นหรือ”

 

 

 

เอลวินก้มมองใบหน้าหวานพลางยกยิ้มบาง  มือใหญ่ลูบแก้มนวลขาวอย่างจงใจ  “ดวงตาสีแดงเลือด  ใบหน้างดงามชวนหลงใหล เรือนผมสีรัตติกาล เจ้าคือปีศาจอินคิวบัส”

 

 

 

“อย่ามาแตะต้องตัวข้า!” รีไวตะคอกเสียงดัง  ก่อนจะผลักมนุษย์ร่างใหญ่  สัมผัสแก้มที่ถูกมือโสมมลูบไล้  “มนุษย์โสโครกอย่างเจ้าสมควรตาย!”

 

 

 

ดวงตาสีแดงเลือดวาวโรจน์ ใช้มนต์สะกดจิตสั่งให้คนตรงหน้าฆ่าตัวตายอย่างที่ทำเสมอมา แต่เหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างใจคิด

 

 

 

นอกจากไม่สามารถสะกดจิตได้  ยิ่งกลับทำให้ร่างกายรู้สึกหมดแรง  ทำไมถึงเป็นเช่นนี้

 

 

 

ร่างบางของปีศาจหนุ่มถอยไปข้างหลัง  ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน

 

 

 

“เจ้าเป็นใครกันแน่  ทำไมมนต์สะกดของข้าใช้ไม่ได้ผล”

 

 

 

“เจ้ากำลังอ่อนแออินคิวบัส   ร่างกายของเจ้าป่วยเกินเยียวยาแล้ว” เอลวินกล่าว  ยิ่งได้พูดคุยและเห็นท่าทางอ่อนแอนั้นจึงเข้าใจ  ปีศาจตนนี้ไม่เคยสัมผัสมนุษย์  และกำลังเสื่อมถอยลงช้า ๆ “เพียงวิญญาณอย่างเดียวไม่สามารถเติมเต็มร่างกายเจ้าได้   ปีศาจแห่งราคะเจ้ากำลังจะตาย”

 

 

 

เอลวินเดินประชิดปีศาจหนุ่มที่แผ่นหลังแนบชิดกำแพงก่อนเอามือยันขวางไว้ไม่ให้ปีศาจร่างเล็กหนีไปไหน

 

 

 

เอลวินนึกถึงปีศาจสาวที่มอบหน้ากากสีขาวชิ้นนี้ให้  แม้เข้าใกล้ขนาดนี้ปีศาจตรงหน้ายังไม่อาจทำอันตรายเข้าได้

 

 

 

“อย่ามายุ่งกับข้า!”

 

 

 

พลันปีศาจหนุ่มตั้งใจจะกระชากหน้ากากสีขาวของเขาออก  แต่เอลวินคว้ามือนั้นทัน

 

 

 

“ปล่อย!”

 

 

 

“อย่าตกใจไปเลย” ชายหนุ่มร่างสูงก้มหน้าประชิด อีกฝ่ายพลางกระซิบแผ่ว  “ข้าจะช่วยเจ้าเอง…”

 

 

 

“เจ้าจะทำอะไร..”

 

 

 

“ข้าจะมอบพลังชีวิตของข้าแลกเพื่อยืดชีวิตเจ้า  ปีศาจร้ายเจ้าต้องอยู่กับข้าคืนนี้ทำตามที่ข้าสั่งแล้วเจ้าชีวิตรอดต่อไป”

 

 

 

“หลังจากนั้นเจ้าจะทำอะไรกับข้าก็เชิญ”

 

 

 

 

…………………………………………………………………

ค่ำคืนนั้นช่างเงียบสงบ  ภายในห้องนอนกว้างหรูหราของปราสาทเจ้าเมือง  ร่างสองร่างกองกอดด้วยกัน   เสียงหวานแผ่วดังขึ้นเป็นระยะยามที่ร่างสูงนั้นกำลังพรมจูบเขาไม่หยุด

“อึ่ก..” เสียงครางดังขึ้นเมื่อรู้สึกถึงลิ้นร้อนที่กำลังเลียตุ่มไตเหนือแผ่นอก  ร่างกายของปีศาจหนุ่มบิดเร้าจนแทบทนไม่ไหว   สิ่งที่มนุษย์กระทำตรงหน้าเป็นสิ่งแปลกใหม่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน  

รีไวมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังทำอะไรบางอย่างกับร่างกายเปลือยเปล่าของ เขา  สัมผัสจูบและมือร้อนที่กระตุ้นแก่นกลางทำให้รีไวไร้สิ้นเรี่ยวแรง  นิ้วเรียวจิกเกาะแผ่นหลังกว้างยามที่มือนั่นปรนเปรอความสุขให้เขาไม่ขาด แม้ในใจจะรู้สึกต่อต้านแต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟังเลยซักนิด

“ยะ อย่า..” รีไวหลุดเสียงร้อง เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้นั่นกำลังนำนิ้วมือสอดเข้าไปในช่องทางข้างหลัง  ดวงตาสีเลือดเว้าวอน  น้ำเสียงสั่นเครือ “ขะ ข้าไม่ต้องการ..”

“เจ้าต้องการ” เอลวินเอ่ยเสียงแผ่ว  ไม่หยุดการกระทำนั้น  นิ้วใหญ่ค่อย ๆ สอดนิ้วไปในช่องทางสีหวานอย่างช้า ๆ จนร่างบางข้างใต้บิดเร้ามากกว่าเดิม  “ปล่อยให้ข้าทำเถอะ”

“ฮึ่ก..”  มีเพียงเสียงร้องเป็นคำตอบ  ปีศาจหนุ่มได้แต่กลั้นเสียงร้องไม่ให้ดังขึ้นมากกว่าเดิม 

“อย่าหลับตาสิ  มองหน้าข้า”  เสียงทุ้มเอ่ยสั่ง นัยน์ตาสีฟ้าใสจับจ้องร่างบางที่ดูยั่วยวนจนแทบทนไม่ไหว

หน้ากากสีขาวบนหน้าเอลวินถูกถอนทิ้งนับตั้งแต่เขาพาปีศาจมาที่ห้องนอนแห่งนี้

เสียงของปีศาจสาวที่เตือนไว้ยังดังก้องในสมองเขาเสมอมา

…ปีศาจอินคิวบัสจะล่อลวงเจ้าให้ตกอยู่ในห้วงราคะ  ระวังอย่าจ้องตาสีเลือดของมัน…

เอลวินคิดในใจ มานึกถึงคำเตือนตอนนี้คงสายไปแล้ว  เพราะเขากำลังหลงใหลในปีศาจตนนี้จนแทบคุมตัวเองไม่ได้ และทำตามสัญชาตญาณที่ถูกปลุกขึ้นจากปีศาจตนนี้

“นั้นละ มองหน้าข้า  ทำตามที่ข้าสั่งแล้วเจ้าจะดีเอง”  เอลวินจูบปลอบร่างบางที่น้ำตาเอ่อคลอเพราะความเจ็บ   กลิ่นหอมประหลาดที่จากผิวขาวนั้นทำให้เอลวินจูบหนักบนริมฝีปากบางบวมช้ำอีก ครั้ง  พร้อมยังนวดช่องทางไม่ขาดจนปีศาจหนุ่มร้องครางเป็นระยะ

รีไวเอื้อมมือลูบใบหน้าหล่อเหลาอย่างเผลอตัว เสียงแผ่วกระซิบ  “ขะ ข้าจะช่วยเจ้าด้วย..”

ร่างบางเลื่อนมือตนเอง พลางใช้นิ้วเรียวขยับช่องทางด้านหลังช่วยอีกฝ่าบ  รู้สึกร่างกายลุ่มร้อนไปหมด

“อา!!!”

เสียงครางดังขึ้นพร้อมกับของเหลวสีขาวที่ปลดปล่อยออกมา  รีไวมองคราบสีขาวขุ่นของตนเอง  ใบหน้าแดงกล่ำหอบหายใจหนักกว่าเดิม เกิดอะไรขึ้นกับร่างเขาทำไมถึงมีสิ่งนี้ออกมาได้

เอลวินกระตุกยิ้มบาง  ดูท่าทางอีกฝ่ายเตรียมพร้อมแล้ว
พลันรีไวก็เห็นคนตรงหน้ากำลังถอดเสื้อออกพร้อมกับปลดกระดุมกางเกงจนเห็นแก่นกายใหญ่

เอลวินนำแก่นกายร้อนของตนสอดเข้าไปในช่องทางนุ่มที่เตรียมพร้อม 

“ไม่..ไม่เอา” รีไวร้องห้าม  ยามเมื่อแกนกายนั้นเข้ามาข้างใน  มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนแน่น  พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา  “จะ เจ็บ”

มือใหญ่จับสะโพกมนของร่างบางให้เข้าที่ก่อนกระทันกายลงไป  ไม่สนใจเสียงหวานที่ร้องออกมา

เอลวินไม่สามารถบังคับตนเองได้อีกแล้ว  ยิ่งได้สัมผ้สและชิดใกล้ทำให้เขาไม่อยากปล่อยมือจากปีศาจตนนี้  เขาต้องการมากกว่านี้

ร่างของคู่นี้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน   ค่ำคืนนั้นทั้งสองร่างต่างแลกรสสวาทด้วยความลุ่มหลงในสิ่งแปลกใหม่ และดำเนินต่อไปอีกจนหลายราตรีกาล

 

 

เอลวินตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง และพบว่าปีศาจที่อยู่กับตนหลายคืนได้จากไปแล้ว  ปีศาจอินคิวบัสที่ล่อลวงมนุษย์ให้จมที่อยู่ในห้วงฝันนิรันดร์

 

 

 

 

“สุดท้าย  เจ้าเลือกที่จะทอดทิ้งข้าสินะ” เอลวินพึมพำกับตนเอง  พลางนึกถึงข้อแลกเปลี่ยนที่เขาทำไว้กับปีศาจตนนั้น

 

 

 

 

“แต่เจ้าก็ยังมีชีวิตรอด  ไม่ดีใจหรือไร”

 

 

 

 

เสียงแหบห้าวคุ้นหูดังขึ้น  ปีศาจสาวปรากฎกายในความมืด  หน้ากากสีม่วงที่ปกปิดใบหน้านั่นได้ส่งเสียงหัวเราะขบขัน

 

 

 

 

พลางหยิบหน้ากากสีขาวที่ถูกทิ้งขวางขึ้นมา  “ปีศาจอินคิวบัสที่ไม่เคยสมสู่กับมนุษย์  ถึงจะกินวิญญาณมากมายก็ไม่อาจดำรงชีวิตได้ยืนยาว” 

 

 

 

“ซักวันเจ้านั้นจะสูญสลาย…”

 

 

 

 

เอลวินเหยียดยิ้มพลางเสยผมยุ่งของตัวเอง นึกถึงร่างบางที่ข้างกายมาหลายวัน  ความอาวรณ์ยังตกข้างในใจ

 

 

 

“ข้าอยากเจอปีศาจนั้นอีกครั้ง”  เอลวินเอ่ยกับปีศาจสาว  แม้จะเป็นศัตรูกันแต่ก็ถือว่าเป็นพันธมิตรที่รู้จักมานาน  เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้เพราะปีศาจสาวขอร้องให้เขาช่วยเหลือสหายของเธอก่อนที่จะตายไป

 

 

 

แลกกับพลังอำนาจที่สามารถต่อต้านปีศาจได้…

 

 

 

“เสียใจ  ป่านนี้เจ้านั้นคงจากไปไกลแล้ว  ข้าเตือนเจ้าแล้วให้ระวังดวงตาของปีศาจตนนั้น  คงนึกเสียใจแล้วสินะ”

 

 

 

ปีศาจสาวเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มผมทองพลางส่งคืนหน้ากากสีขาวที่ถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี  “แต่ถ้าโชคชะตาเห็นใจเจ้าก็ไม่แน่  ฮะๆ”

 

 

 

ร่างของปีศาจสาวค่อยๆ จางหายไป  เอลวินชินเสียแล้วกับการปรากฎตัวและหายไปของอีกฝ่าย

 

 

 

“ปีศาจตนนั้นชื่ออะไร” เขาตัดสินใจถามขึ้น

 

 

 

“รีไว  สหายของข้าชื่อรีไว” ปีศาจสาวนามว่าฮันซี่เอ่ยตอบ

 

 

 

…รีไว…

 


 

เอลวินจดจำชื่อนั้นไว้ในใจ พร้อมกับสาบานต่อตนเองว่าจะตามหาปีศาจนั้นให้เจอ  และเอ่ยความรู้สึกนี้ให้อีกฝ่ายรับรู้

 

 

 

 

“ข้าหลงรักเจ้าเสียแล้ว...รีไว…”

 

 

 

 

…………………………………………………................................................……END

 

 

 

Talk!!

 

 

 

 

เป็นฟิคที่เกิดจากความเพ้อค่ะ  ช่วงนี้ติดสตั้นมากมายแต่งฟิคไม่ออก orz ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นมากขนาดนี้ เลยหาอะไรอ่านจนมาเจอเรื่องอินคิวบัส  ปีศาจแห่งฝันร้าย  และก็โยงมาเรื่องเอรุริกลายเป็นฟิคนี้ออกมา..

 

(เอลวินเป็นนักล่าปีศาจ  ส่วนรีไวเป็นปีศาจ  รักต้องฆ่านี่มันเร้าใจจริงๆ 555+)

 

 

ไว้เอนทรีย์หน้าพบกันใหม่นะคะ

 

 

 

ปล. ที่ว่างขาวๆ ทุกคนคงรู้นะคะว่ามีอะไร ฮา

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

แอร๊กกก ยังพิมไม่ทันเสร้จดี นิ้วเลือนไป..กดส่งซะงั้น

อยากอ่านอีก อยากอ่านนนนนนนนนนคู่นี้จังเลยค่าาาา แบบว่าเพิ่งจะอ่าน ไททันภาครีไวไป แบบว่ามันใช่ รู้สึกชอบใจตอนทีมคุณพระ มาเจอพวกรีไวที่ใต้ดิน เหยียบหัว อะไร ๆ ต่อมิอะไร แค้นใจ ขอให้ได้กัน อุ๊บบบ.....หยาบคายล่ะขออภัยครับ

รีไวไปไหนล่ะ สลายกลายเป็นไอไปแล้วเหรอ ผิดดด ทิ้งเอลวินให้เดียวดายซะนี่ ตามให้เจอะนะ

รอคู่นี้ต่อไปค้าบบบบบ

#4 By wiki on 2014-12-05 14:14

อยากอ่านอ

#3 By wiki on 2014-12-05 14:08

ทำไมไม่ได้อยู่ด้วยกันล่ะคะ T^T

#2 By BluePowder on 2014-09-17 11:30

จบอย่างนี้เลยเหรอคับ มีต่อม๊ายยยยยยยยย มีต่ิสนะ มีต่อนะ ให้ได้กับจริงๆจังๆทีสิคะ มันแบบ แทบไห้

#1 By yuumi on 2014-07-02 20:59